“พอใจยัง?”
ร่างเล็กบิดตัวไปมาในเตนท์คับแคบ ให้ดูผลงานการแต่งตัวที่โดนนายเพื่อนสนิทบังคับให้ใส่เสื้อยืดตัวเอง และมันก็ตัวใหญ่เอามากๆ จนเหมือนใส่ชุดนอนคลุมครึ่งตัว
บอสมองยัยตัวเล็กในเสื้อยืดตัวโคร่งของเขาพลางยิ้มพอใจ คืนนี้มีปาร์ตี้ริมหาด และน่าจะเมาเละกันทุกคนแน่ๆ เขาไม่ยอมให้เธอใส่เสื้อกล้ามสายเดี่ยวตัวจิ๋วที่เตรียมมาแน่นอน
“อื้อ แบบนี้แหล่ะ” เขายิ้มพลางขยี้หัวเธอเบาๆ “..น่ารัก”
“ฮึ! ไม่ต้องมาพูด”
“ไม่พูดก็ได้ งั้นจูบนะ” ริมฝีปากร้ายช่วงชิงจูบจากเธอโดนไม่ทันตั้งตัวอีกครั้ง มิ้งไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่ครู่หนึ่งก็ถอนริมฝีปากและพยายามผลักชายหนุ่มผู้รุกรานออกห่างตัว
“พอแล้วน่า เดี๋ยวคนมาเห็น”
“เห็นก็เห็นไปดิ”
“บอส..” เธอส่งสายตาดุ
“ก็ได้ ..ไปดูดบุหรี่แป๊บนะ”
“อือ เดี๋ยวว่าจะไปเดินเล่นแถวนู้นหน่อยนะ”
“เค อย่าไปไหนไกล”
มิ้งกรอกตามองบน ก่อนจะสะบัดผมเดินหนีไป มันจะหวงอะไรขนาดนั้นวะ ขอเวลาส่วนตัวบ้างเหอะ เขามองตามหลังจนมั่นใจว่าคงไม่มีอะไร ก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ตรงใกล้โขดผา
“ไงมึง” เปรมเอ่ยขึ้นเบาพอที่จะได้ยินกันสองคน
“อะไรวะ”
“สรุปยังไง? ..มึงกับไอ้มิ้งคืนนั้น”
“ก็...” บอสยักไหล่ก่อนจะสูดพ่นควันบุหรี่เต็มปอด แววตาเหม่อมองทะเล
เปรมหัวเราะหึในลำคอ แม้ไม่ต้องพูดตรงๆ ก็เป็นอันรู้กัน “แล้วยังไงทีนี้ ..ก็คือคบกัน?”
“ก็ไม่อ่ะ เป็นเพื่อนกันปกติ”
“ไอ้สัส เพื่อนเหี้ยอะไรเอากัน”
“เอ้า ไม่มีไรเสียหายนี่ กูไม่ได้เป็นชู้กับใคร”
“เออๆ แล้วแต่พวกมึงเลยงั้น” เปรมเกาหัวแกรก “แต่มึงระวังไว้หน่อยแล้วกันไอ้บอส”
“ระวังไรวะ?”
เปรมพยักพเยิดหน้าไปทางอีกฟากฝั่งของหาดแทนคำตอบ บอสหันไปมองตามทิศทางนั้น ก็พบว่ายัยตัวเล็กในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งของเขากำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งอย่างสนิทสนม
‘พี่โอม’ แฟนเก่ามิ้งที่เลิกกันไปได้ปีกว่า
ก็เพราะไอ้หมอนั่นมันมาทริปครั้งนี้ด้วย เพราะแบบนั้นเขาเลยไม่อยากปล่อยเธอห่างจากตัว
“ระวังแมวตัวเก่าคาบปลาทูมึงไปแดกนะครับ” เปรมตบบ่าเพื่อนที่กำลังยืนนิ่งมองไปทางปลาทูตัวที่ว่า
บอสอัดบุหรี่เฮือกใหญ่เข้าปอด ปล่อยกลุ่มควันสีเทาพวยพุ่ง ก่อนจะโยนก้นบุหรี่ลงพื้น ใช้ปลายเท้าขยี้เน้นสุดแรงจนมอดดับสนิท สายตาจับจ้องไปยังอีกฟากฝั่งของชายหาด
จะยิ้มอะไรนักหนาวะ
คุยกับผัวเก่าแล้วมีความสุขมากหรือไง
—————
“อ่ะ เอานี่คลุมขาไว้ด้วย”
บอสส่งผ้าคลุมผืนใหญ่ที่ไปหาซื้อมาจากร้านค้าแถวหาดให้เธอ แม้เธอจะใส่เสื้อตัวใหญ่ของเขาแล้ว แต่กางเกงขาสั้นยังต้องใส่ของตัวเอง และมันสั้นซะจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน จะให้นั่งกินเหล้าโชว์ขาอ่อนก็คงไม่ดีแน่
ร่างเล็กของมิ้งในเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกลายเป็นจุดสนใจของปาร์ตี้ไปซะอย่างงั้น ก็เพราะไอ้เจ้าของเสื้อดันใส่เสื้ออีกตัวที่คล้ายกัน แถมนั่งชิดตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ มองผ่านๆ ใครก็เข้าใจว่าเป็นเสื้อคู่
“ไอ้บอสมึงเอาไรให้มันใส่วะ โคตรเสร่อ อย่างกับเสื้อผัวเมีย โอ๊ย! เชี่ยเจ็บ!”
“ปากมึงนี่นะไอ้เจ ไม่เคยจะสร้างสรรค์สักที” บอสว่าพลางยันเพื่อนปากแจ๋วไปอีกที “มิ้งมันลืมเอาเสื้อมากูเลยให้ยืม”
“อือใช่ๆ พอดีกูลืมหยิบมาอ่ะ” มิ้งเลิกลั่ก โกหกไม่เคยจะเก่ง
“ละคอมึงเป็นไรอ่ะ?” แมคโพล่งถามกลางวงเหล้า เรียกความสนใจจากหลายคนที่อยู่ใกล้ๆ ทำเอาคนถูกถามเกาแกรกๆ ที่ต้นคออย่างลุกลน อุตส่าห์ติดพลาสเตอร์สีเนื้อที่กลืนไปกับผิวแล้วแท้ๆ ยังจะมาสังเกตเห็นกันอีก!
“อ่อ นี่เหรอ? ...มดกัดอ่ะมึง มดในเตนท์แม่งอย่างเยอะ”
“อ่อ มด มด..เหรอวะ?”
“…ก็เออสิ”
“เฮ้ยมาๆๆ ถึงเวลาเล่นเกมส์ละพวกมึง!” เปรมเกริ่นนำเพื่อน ตั้งใจเปลี่ยนเรื่องไม่ให้เพื่อนสาวถูกคาดคั้นมากไปกว่านี้ “เกมส์นี้ชื่อเกมส์ ‘กูไม่เคย...’”
“กูเริ่มรู้สึกถึงหายนะไงไม่รู้ว่ะ”
“มึงได้หายนะแน่ๆ ไอ้เจ อ่ะกติกาคืองี้นะ.. ให้ผลัดกันพูดอะไรก็ได้ที่ไม่เคยทำ เช่น กูไม่เคย..ล่มปากอ่าว”
“มึงเคยไอ้เหี้ยเปรม”
“ฮ่าๆๆ” เกิดเสียงหัวเราะฮือฮารอบวง
“กูบอกว่าไม่เคยก็ไม่เคยสิไอ้สัส! ต่อนะ แล้วถ้าสิ่งที่พูดออกมา ใครไม่เคยเหมือนกัน ก็จบไป แต่ถ้าดันมีใครเคย เช่นไอ้เจมึงเคยล่มปากอ่าวบ่อยๆ มึงก็ต้องยกแดกแก้วเพียว โอเคนะ เข้าใจกันใช่ป่ะ?”
“กูตลอดดด” เจบ่น
เปรมจัดแจงอธิบายกติกาเกมส์วงเหล้าให้เพื่อนๆฟัง หลังจากที่เริ่มกรึ่มๆ กันไปสักพักแล้ว ช่วงเวลานี้แหล่ะที่เหมาะจะทำอะไรหลุดๆ อะไรที่ตื่นมาแล้วไม่จำ และเกมส์วงเหล้าก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างนิยมเล่นกัน เพราะมันฉีกทึ้งตัวตนของคนออกมานักต่อนัก
“เออละกุบอกเลยนะ เจ้าที่ที่นี่ศักดิ์สิทธิ์เว้ย ใครไม่ตอบความจริงมึงไม่จบ 4 ปีแน่!” เปรมขู่
“มึงย้ายไปอยู่คณะโหราศาสตร์เลยดีไหมไอ้สัสเปรม” เพื่อนคนหนึ่งในวงตะโกนมา สร้างเสียงหัวเราะครืน
“โหยย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ครับบบ เตรียมตัวเลยพวกมึงอ่ะ โอเคๆ งั้นกูเริ่มเลยละกัน.. กูไม่เคย...แตกใน” ทันทีที่เปรมพูดจบ กว่าครึ่งของวงต่างยกแก้วเพียวกันเป็นแถบ รวมถึงบอสที่ลังเลอยู่แต่สุดท้ายก็ยก “โอ้โห พวกมึงนี่.. สันดานกันทั้งนั้น”
“ต่อไปกูนะ..” เฟิร์สออกตัว “กูไม่เคย...นอกใจแฟน” รอบนี้ไม่ค่อยมีคนยก หนึ่งเพราะส่วนใหญ่ไม่มีแฟน อีกอย่างใครมันจะไปบอกคนอื่นวะว่าตัวเองนอกใจ
และนั่นรวมถึง ทั้งมิ้งและพี่โอม รุ่นพี่ปี 4 แฟนเก่าของเธอที่นั่งอยู่เยื้องไปฝั่งตรงข้าม อันที่จริงเขานั่งจ้องมองเธอมาสักพักแล้ว และบอสเองก็รู้สึกได้ ถึงได้พยายามรั้งร่างเล็กเข้ามาใกล้ตัวเองอยู่ตลอด เพราะอยากแสดงความเป็นเจ้าของ แม้ว่าตัวเองจะไม่ใช่ก็ตาม
ในส่วนของโอมเอง แม้จะตัดใจจากแฟนเก่าคนนี้ได้แล้ว เพราะเรื่องมันก็ผ่านไปนานพอสมควร แต่เพราะอีโก้โง่ๆ ของผู้ชาย ที่มันไม่ค่อยอยากจะยอมกันสักเท่าไหร่ เลิกไปนานแค่ไหนก็ยังเป็นหมาหวงก้าง
และยัยแฟนเก่ามันก็น่าหวงชิบหาย..
มิ้งไม่ยกแก้ว ไม่ใช่เพราะไม่อินกับเกมส์ แต่เพราะเธอไม่เคยนอกใจแฟนจริงๆ แม้พี่โอมของเธอจะเข้าใจไปแบบนั้นก็ตาม เธอไม่เคยนอกใจ และในวันนั้นเธอก็เสียใจจริงๆ ที่เขาเข้าใจเธอผิดและทิ้งเธอไป
ใช่ ต้นเหตุมาจากความสนิทสนมจนเกินเหตุของนายเพื่อนสนิทคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ในตอนนี้นั่นแหล่ะ
ดูเหมือนคำถามของเฟิร์สดันไปจุดชนวนถ่านไฟเก่าเข้าให้แล้วสิ...