Episode 1 แต่งงานกับฉันนะ 1

1771 Words
: บันทึกของฟีฟ่า : ประเพณีรับน้องปี 1 ของมหาวิทยาลัย U ที่มีหลากหลายอารมณ์บางวันทุกคนสนุกสนาน บางวันร้องไห้ บางวันก็เหน็ดเหนื่อยกับการทำกิจกรรมนี้ แต่สิ่งที่รุ่นน้องทุกคนได้รับคือ ความรักจากรุ่นพี่ และมิตรภาพจากเพื่อนใหม่ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ละวันกิจกรรมที่รุ่นพี่เตรียมมาให้จะหลากหลาย ไม่เพียงรุ่นน้องที่ตื่นเต้น และสนุกสนานกับกิจกรรม แต่รุ่นพี่กลับตื่นเต้นมากกว่าที่มีน้องให้พวกเขาคอยดูแล และกิจกรรมในวันนี้ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาดนตรีสากลเป็นกิจกรรมที่ให้รุ่นน้องปี 1 ล่าลายเซ็นของรุ่นพี่ทุกชั้นปี กิจกรรมนี้เป็นความบันเทิงสำหรับรุ่นพี่ทุกชั้นปีเลยก็ว่าได้ เพราะกว่าที่พวกเขาและเธอจะยอมให้ลายเซ็นกับรุ่นน้องแต่ละคนนั้นแสนยากลำบาก “กูเป็นคนบ้า! กูเป็นคนบ้า!” เสียงเด็กปี 1 คนหนึ่งยืนตะโกนอยู่กลางถนนหน้าตึกศิลปกรรม จนคนรอบๆ บริเวณยิ้มขำที่เห็นภาพนั้น เมื่อมองไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่อีกฟากของถนน “ต้นไม้ครับ ผมรักคุณ ม้วฟ” พูดจบก็จูบต้นไม้อย่างรักใคร่ “ฮ่าๆ ดังกว่านี้สิน้อง พี่ยังไม่ได้ยินเลย ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะเกรียวของพี่กลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งสั่งก่อนที่ประโยคเดิมจะดังขึ้นอีกครั้ง ถามว่าอายหรือไม่ที่ทำแบบนี้... ตอบได้เลยว่าไม่! ...ไม่เหลือ แต่ถึงแม้จะอายแค่ไหนก็ต้องทำ เพราะคำสั่งของรุ่นพี่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด! และอีกหลายสิ่งที่รุ่นพี่สรรหามาให้ทำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะแกล้งน้องอย่างเดียว บางครั้งพวกเขาก็ใช้น้องเป็นเครื่องมือแกล้งเพื่อนเช่นกัน “พี่แพรวคะ!” รุ่นพี่ปี 3 เจ้าของชื่อหันขวับทันทีก่อนที่น้องปี 1 คนนั้นจะตะโกนขึ้นต่อ “อยู่กับเขานานขนาดนั้น ได้เย-เขาสักทีไหมคะ!” “ดังๆ อีกรอบ ฮ่าๆ” “อีดาว! มึง!” เมื่อรู้ว่าใครเป็นคนสั่งหญิงสาวคนนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนทันที สองสาววิ่งไล่กันราวกับเด็กวิ่งไล่จับกัน นี่สินะ บรรยากาศของการรับน้อง มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีคำสั่งให้รับน้องอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากความรุนแรง แต่ก็สามารถว๊ากได้ตามที่สมควร “มึงเห็นเด็กนิเทศคนนั้นไหม?” “ครับ” ผมมองตามนิ้วของรุ่นพี่ปี 3 ไปก็พบหญิงสาวร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัว กระโปรงพลีทที่ยาวคลุมเข่า และรองเท้าคอนเวิร์สสีขาวยิ่งทำให้ร่างเล็กดูน่าทะนุถนอม “มึงไปขอเขาแต่งงาน” “หะ!” ผมตกใจร้องเสียงดังจนเพื่อน และพี่ร่วมสาขาหลายคนหันมามอง “หะอะไรวะ มึงอยากได้ไหมลายเซ็นกูอ่ะ?” “อยากได้ดิพี่” พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “อ่ะ เอาแหวนนี่ไปด้วย มึงจะได้ลายเซ็นกูก็ต่อเมื่อผู้หญิงคนนั้นยอมสวมแหวน” รุ่นพี่ยื่นแหวนพลาสติกที่พึ่งแกะออกมาจากหน้าซองขนมขบเคี้ยวก่อนที่ผมจะแบมือรับแหวนพลาสติกวงเล็กจากเขา ผมมองมันด้วยความหนักใจ อยู่ๆ ก็ถูกสั่งให้ทำอะไรแบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ถึงแม้จะเป็นแค่การขอลายเซ็นก็เถอะ “ครับ” “งั้นก็ไปสิวะ พูดให้เสียงดังๆ ให้กูได้ยินด้วย” ฝีเท้าใหญ่ก้าวเดินออกไป ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ผมกำแหวนวงเล็กในมือแน่นราวกับว่ามันเป็นของสำคัญที่หายไปไม่ได้เด็ดขาด ใช้เวลาไม่นานรองเท้าหนังขัดมันถูกระเบียบหยุดยืนข้างสาวน้อยที่เหมือนกำลังยืนรอใครสักคนอยู่หน้าตึก พอเข้ามาใกล้ระยะประชิดแล้วผมก็มีโอกาสพิจารณาใบหน้าหวานใกล้ๆ ดวงตาสีน้ำตาลสดใสเป็นประกายถูกล้อมกรอบไปด้วยขนตาแพหนาธรรมชาติ คิ้วสวยได้รูปรับกับจมูกโด่งเชิดเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อปราศจากการแต่งเติม ทุกส่วนที่ว่ามาถูกพระเจ้าจัดเอาไว้อย่างลงตัวบนใบหน้าเรียวเล็ก ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนตรงหน้าตรงสเปคทุกอย่าง “เธอ...” เด็กสาวคนนั้นหันซ้ายหันขวา เธอคงไม่แน่ใจว่าผมเรียกเธอหรือเปล่า เพราะเท่าที่จำได้เราก็ไม่เคยไม่รู้จักกัน อยู่ๆ ถูกทักแบบนี้ก็คงแปลกใจไม่น้อย “เธอนั่นแหล่ะ” ผมย้ำ “เราเหรอ?” ดวงตากลมโต และคิ้วเรียวเลิกขึ้นพร้อมกับที่นิ้วชี้เรียวเล็กชี้เข้าหาตัวเอง ผมรู้สึกว่า เธอเองก็ลอบสำรวจผมเช่นกันสายตาคู่สวยค่อยๆ ไล่มองใบหน้าหล่อเหลาของผมจากคิ้วเข้มได้รูป ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาหยักได้รูปสีธรรมชาติ แม้กระทั่งรูปร่างสูงใหญ่ บางทีผมอาจจะคิดมากไปว่าเธอพินิจไปถึงภายใต้ชุดนักศึกษาถูกระเบียบที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แน่นฟิตของผม ...อืม โทษที ผมอาจจะหลงตัวเองมากเกินไป “ใช่... เธอชื่ออะไรอ่ะ” อืม... คงไม่เป็นไรใช่ไหมถ้าจะทำนอกเหนือคำสั่งของรุ่นพี่ “เอ่อ... ‘มิลเล่’ ค่ะ” ปากจิ้มลิ้มขยับเอ่ยชื่อตนเอง สายตาคมมองตามริมฝีปากสีชมพูธรรมชาติเสียงหวานนั้นสะกดผมให้อยากฟังเธอพูดอีก ...ทำไม... ปากน่าจูบจังเลยวะ... ผมเผลอคิดไม่ดีช่วงขณะทั้งที่พึ่งเจอกันเป็นครั้งแรกแท้ๆ ...ใจเย็นๆ นะไอ้ ‘ฟีฟ่า’ “เร็วๆ ดิวะ มัวทำอะไรอยู่!” เสียงรุ่นพี่ที่ผมรับคำสั่งดังขึ้นทำให้นึกถึงสิ่งที่ต้องทำ ฟุบ! “เฮ้ย! นายทำอะไรเนี่ย? ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะ” ผมทิ้งตัวลงนั่งคุกเขาลงตรงหน้าเธอ มิลเล่ละเลิกละลั่นด้วยความตกใจเธอพยายามดึงแขนบังคับให้ผมลุกขึ้น ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้หน้าแดงขนาดนั้น ผมคว้ามือเล็กทั้งสองข้างของเธอไปกุมเอาไว้อย่างถือวิสาสะก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าครั่ง “แต่งงานกับฉันนะ!” “หะ!” คนที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองเราทั้งสองทันที ผมเดาว่าหัวใจของคนที่ผมกุมมือไว้ก็เต้นแรงไม่ต่างจากผม ทำไมผมถึงรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าก็ไม่รู้ “พูดดังๆ หน่อย กูไม่ได้ยิน!” ทั้งผมและเธอหันไปมองยังต้นเสียงก็พบว่ามีรุ่นพี่กำลังยืนอมยิ้มกอดอกพิงต้นไม้อยู่ ถึงกระนั้นรุ่นพี่ยังไม่พอใจที่เสียงไม่ดังพอ แต่นี่ก็ตะโกนคอแทบแตกแล้วนะ ผมสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดก่อนจะพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง “แต่งงานกับฉันนะ! มิลเล่!” “ที่แท้ก็โดนรุ่นพี่ให้มาทำเรื่องพิเลนๆ แบบนี้นี่เอง ฉันตกในแทบแย่ นึกว่าจะได้สามีจริงๆ เสียอีก” คนตัวเล็กพูดติดตลกจนผมเผลอยิ้มตามรอยยิ้มหวานของเธอ “รับฉันเป็นสามีด้วยนะ!” ผมบอกพร้อมกับยิ้มกว้าง “หะ!” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง และปากเล็กอ้าด้วยความตกใจ เมื่อกี้ผมรู้ตัวดีว่าตัวเองพูดอะไรออกมา แวบหนึ่งของความคิดที่ผ่านเข้ามาในสมองมันบอกว่าคนตรงหน้าคือ รักแรกพบของผม อาจจะฟังดูไร้สาระไปหน่อย ทั้งที่ยังไม่รู้จักกันเลยแต่ผมรู้สึกดีกับเธออย่างน่าประหลาด ...หรือเธอจะเป็นคนที่ผมเฝ้ารอมาตลอด “ฮ่าๆ ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เสียงหวานดึงสติของผมกลับมา มิลเล่หัวเราะกลบเกลื่อนความเขินอายแล้วพูดกับผมที่ดูเหมือนจะจริงจังเกินการแสดงไปหน่อย “ตกลงเถอะนะ ไม่งั้นเราไม่ได้ลายเซ็นรุ่นพี่แน่ๆ” ผมยังคงส่งยิ้มให้เธออย่างเปิดเผยพร้อมกับบีบมือเล็กที่นุ่มนิ่มเบาๆ พรางคิดในใจ อืม... ถ้าได้จับแบบนี้ทุกวันก็คงจะดีไม่น้อย “ฮ่าๆ ตกลงก็ได้ สงสารนายจัง” “พูดดังๆ ให้รุ่นพี่เราได้ยินด้วย” “ตกลงค่ะ!” เธอทำตามคำของร้องของผม แปะๆ เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วบริเวณจนมิลเล่ขำออกมา “มันเป็นแค่เรื่องล้อกันเล่นค่ะ ไม่ต้องยินดีกับเราขนาดนั้นก็ได้” “ว่าที่เจ้าบ่าว สวมแหวนให้ว่าที่เจ้าสาวด้วย!” รุ่นพี่คนเดิมสั่ง “หะ! มีสวมแหวนด้วยเหรอ?” เธอพูดขำๆ ผมไม่ได้ตอบคำถามของสาวน้อยตรงหน้า แต่ค่อยๆ บรรจงสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้กับเจ้าสาวของผม “เราจองแล้วนะ” ผมพึมพำเบาๆ “ว่าอะไรนะ เราไม่ได้ยิน” “อ๋อ... เปล่า” ผมปฏิเสธก่อนที่จะกดจูบลงบนแหวนลงเล็กที่ติดอยู่กับนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ “เฮ้ย!” ไม่รู้ว่าวันนี้เธอตกใจไปแล้วกี่รอบตั้งแต่ผมเดินเข้ามา คนตัวเล็กไม่ได้ชักมือกลับ และปล่อยให้ผมถอนจูบออกไปเอง ...นี่ผมทำนอกเหนือคำสั่งรุ่นพี่อีกแล้วสินะ ก้อนเนื้อที่หน้าอกด้านซ้ายเต้นแรงอย่างบ้าระห่ำ ผมไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงกับเหตุการณ์นี้ ถ้าเจอกันครั้งหน้าเธอจะขยาดผมหรือเปล่าหรือเธอจะรู้สึกเหมือนผมตอนนี้กันแน่ “วู้ว...” แปะๆ “ทำดีมากไอ้น้อง เอาสมุดมา กูจะเซ็นให้!” ผมลุกขึ้นยืนทันทีท่าได้ยินประโยคนั้น และยิ้มมุมปากขอบคุณคนที่ช่วยทำให้ผมได้ลายเซ็น “ขอบคุณนะที่ช่วยเรา” “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราถอดแหวนคืนให้” มิลเล่กำลังจะถอดแหวนพลาสติกสีชมพูวงเล็กออก แต่ผมยกมือห้ามก่อน “เอ่อ... ไม่ต้อง เราให้ ถือว่าเป็นที่ระลึกที่เรารู้จักกัน” “หา?” “ไปละ” หลังจากขี้ตู่ว่าผมและเธอทำความรู้จักกันผมก็วิ่งกลับไปหารุ่นพี่ที่รับคำสั่งมา ปล่อยให้เธอยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ...แต่ผมกลับลืมไปว่าผมยังไม่แนะนำตัวกับเธอด้วยซ้ำ น่าเสียดายชะมัด... แต่ก็ช่างเถอะ เอาไว้เจอกันวันหลังค่อยแนะนำก็ได้ยังไงก็ต้องได้เจอเธออีกแน่นอน “แม่ง มึงทำเกินหน้าที่ไปหรือเปล่าวะไอ้น้อง ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะบ่งบอกถึงความชอบใจของรุ่นพี่ก่อนจะเซ็นชื่อลงบนสมุดพก ซึ่งเป็นของสาขาดนตรีสากล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD