หมู่บ้านอันห่างไกลชื่อว่า..ชีเป่า รอบ ๆ ห้อมล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เป็นปราการธรรมชาติเพื่อลดทอนแรงลมต่าง ๆ ที่มากับฤดูกาลมาหลายปี
หลายคนที่ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกเล็กเด็กแดง ต่างก็ชี้ไม้ชี้มือไปยังหญิงสาวผู้หนึ่ง เสียงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวของคนสองคน ที่กำลังเดินตามกันไปเงียบ ๆ ดังมาจากกลุ่มคนเป็นระยะ โดยทั้งคู่มีจุดหมายก็คือท้ายหมู่บ้าน
ลู่เสียนกอดห่อผ้าเอาไว้แน่น
เกิดมาสิบเจ็ดหนาว ไม่คิดมาก่อนว่าตนเองจะเจอเรื่องเช่นนี้ แม้ว่านางเป็นเด็กกำพร้า บิดาไปรบตายในสนาม มารดาตรอมใจตายตกไปตามกัน เหลือเพียงนางที่ถูกทิ้งเอาไว้ให้อยู่กับครอบครัวของพี่สาวมารดา ก็คือท่านป้าซินอี๋..
แรกเริ่มตั้งแต่นางรู้ความ ท่านลุงท่านป้ามีบุตรชายเพียงคนเดียว ทั้งคู่จึงรัก และเอ็นดูนางเพราะอยากมีบุตรสาวมาหลายปี จนกระทั่งสามปีเลยผ่าน ในที่สุดลูกสาวของทั้งคู่ก็ลืมตาขึ้นมา
นางเดินตามคนผู้หนึ่ง ทั้ง ๆ ที่สองแก้มอาบไปด้วยน้ำตา
ชายเบื้องหน้าแต่งกายด้วยอาภรณ์สีทึม ที่ถูกการผ่านซักทำความสะอาดมาหลายปี ทั้งซีดทั้งเก่า ยังเห็นรอยปะชุนให้เห็นอยู่ประปราย แต่ที่ทำให้นางหวาดกลัวก้คือ นอกจากเขาจะมีท่าทางเงียบ ไม่เจรจากับผู้ใดทั้งสิ้น ยังปล่อยผมยาวรุงรัง ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครายาว มองไม่ออกว่าหน้าตาเช่นไร
ทุกคนในหมู่บ้านชีเป่า ไม่มีผู้ใดรู้ว่าชายผู้นี้ชื่อแช่อันใด แต่เพราะนิสัยประหลาดของเขา จึงเรียกขานกันว่า..
..คนบ้า
คาดไม่ถึงว่าบนโลกนี้ ในความคิดของสาวน้อยลู่เสียน แม้นางไม่ค่อยได้พบเจอเรื่องดีเท่าใดนัก คาดไม่ถึงว่าตนเองต้องประสบพบเจอเคราะห์กรรมเช่นนี้ได้ ถูกขายเพียงสามตำลึง
..เพียงเพราะผู้อื่นเตรียมตัวแต่งงาน
ในใจเอาแต่คิดวนซ้ำ ๆ เหตุใดถึงต้องขายนางให้กับคนบ้าผู้นี้ และเหตุใดนางต้องเสียสละ ให้น้องสาวที่ไม่ใช่สายเลือดแท้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ..ไม่รู้จักจบเสียที
เดินกันมาไกลมากแล้ว โดยสองสามีภรรยาที่ไม่แม้แต่จะยกน้ำชา ตามกันมาจนถึงเรือนท้ายหมู่บ้านอันห่างไกล
ตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าเนิ่นนานจนเริ่มรู้สึกร้อน กายบางมีเหงื่อซึมออกมาตามขมับ แต่ก็ยังไม่คิดกล่าวอันใด เพราะต่อให้ส่งเสียงออกไป ชายบ้าผู้นี้ก็ไม่คิดเปล่งวาจาสักครึ่งคำออกมา
..จนกระทั่ง ถึงหน้าเรือนกลางเก่ากลางใหม่หลังหนึ่ง
" ... "
กายสูงใหญ่บรรยากาศแตกต่างจากชาวบ้าน หมุนกลับมาหานาง นัยน์ตาดุดันภายใต้แพขนตาหนา กวาดขึ้นลงคล้ายกำลังประเมินบางอย่างอยู่
สุดท้ายก็ไม่กล่าวสิ่งใด
ลู่เสียนมองเบื้องหลัง ของคนที่ซื้อตนกลับมาโดยใช้เพียงสามตำลึง นอกจากไม่คิดบอกเล่าอันใดแล้ว เขาเพียงเดินไปคว้าธนูล่าสัตว์เดินหายเข้าไปในป่า ไปง่ายเช่นนั้น?
นางนิ่งไปชั่วครู่...
ในเมื่อเป็นภรรยาผู้อื่นแล้ว มันต้องทำอันใดบ้าง..
..ตัดสินใจเดินต่อ แล้วเปิดประตูเรือนเข้าไป
เป็นภรรยาต้องทำสิ่งใดบ้างนางไม่รู้หรอก แต่สิ่งที่ทำเป็นประจำเมื่อต้องอาศัยเรือนผู้อื่นอยู่ คือนางจะต้องทำงานบ้านทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนที่เจ้าของบ้านเขาจะกลับมานั่นเอง
วางห่อผ้าเล็กลงตรงมุมหนึ่ง แล้วจึงเดินเข้าไปยังครัวเล็กด้านข้าง นัยน์ตาที่เคยเหือดแห้งไร้ประกายสดใส พลันต้องตื่นตะลึง
" มีมากมายถึงเพียงนี้! "
เพียงสำรวจด้วยสายตาคร่าว ๆ ยอมรับว่าลู่เสียนอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ ต้องมีเงินทองมากเท่าใด จึงสามารถซื้อข้าวขาวเป็นกระสอบใหญ่ อีกทั้งยังมีธัญพืชหลายชนิด ตรงชั้นวางก็ยังเต็มไปด้วยเครื่องปรุงมากมาย
เหตุใดคนบ้าที่ผู้คนกล่าวถึง จึงดูร่ำรวยกว่าคนในหมู่บ้านเสียอีก อีกทั้งปล่อยทิ้งเอาไว้ โดยไม่แม้แต่จะปิดลงกลอนเอาไว้เพื่อป้องกันข้าวของ
ไม่กลัวหายหรือยังไง..
" นี่มันของผู้อื่น ไม่ใช่ของเจ้า " เตือนตนเองเช่นนั้น แล้วจึงลงมือตระเตรียมวัตถุดิบที่มีอยู่เพื่อทำอาหาร ข้าวขาว เนื้อแห้ง ธัญพืช เครื่องปรุง
ในเมื่อมีเพียงเท่านี้ นางจึงก่อไฟหุงข้าวเอาไว้สำหรับชายผู้นั้น เดินลัดเลาะหลังเรือนสักหน่อย ก็พบเข้ากับผักป่าอยู่บ้าง
ข้อดีของการสร้างเรือนใกล้ภูเขามันดีเช่นนี้ ทั้งสมบูรณ์พร้อมไปด้วยผักป่าหลายอย่าง ไม่ไกลยังมีลำธารสายเล็กอยู่อีก ใช้เวลาไปสองเค่อ นางก็ได้สิ่งที่ใช้สำหรับประกอบอาหารง่าย ๆ
เขาจะกินหรือไม่นางไม่รู้ แต่ทำไปก่อน " ... "
เมื่อทำเสร็จในส่วนของเจ้าของเรือน นางแบ่งข้าวขาวมาส่วนหนึ่งต้มรวมกับธัญพืช เพื่อเป็นอาหารสำหรับตนเอง ในเมื่อนางต้องอยู่ที่นี่ การแบ่งของกินของเขาเพียงเล็กน้อย ชายบ้าผู้นั้นคงไม่ว่าอันใด
นางทำงานบ้านทุกอย่าง เพื่อแลกกับข้าวต้มผสมธัญพืช ไม่ได้กินของเขาเฉย ๆ เสียเมื่อใด อีกทั้งยังเก็บผักป่ามาอีกมากมาย จึงไม่ได้เบียดเบียนเสบียงของเขามากนัก
เมื่อเวลาผ่านไปจนพลบค่ำ ลู่เสียนที่เอาแต่มองทางว่าเมื่อใดชายที่ซื้อตนเองมาจะกลับเสียที
นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ง่าย ๆ เปิดหน้าตารอเอาไว้ เพื่อจะได้มองเห็นชัด ๆ แต่แล้วเวลากลับล่วงเลยจนกระทั่งแสงตะวันหายลับจากท้องฟ้า
ก็ยังไม่เห็นร่างเงาสูงใหญ่เลยแม้แต่น้อย
หรือเขาเอานางมาทิ้งไว้ แล้วหนีไปที่อื่น?
ลู่เสียนเลิกคิดฟุ้งซาน จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงในเมื่อเขาไปรับนางด้วยตนเองเพื่อมาที่นี่ แต่ก็เคยได้ยินว่า นายพรานต้องใช้เวลาเข้าป่าหลายวันเพื่อล่าสัตว์ เขาก็อาจจะเป็นนายพรานเช่นกันจึงทำเช่นนั้น
เมื่อสรุปกับตนเองได้แล้ว จึงหยิบอาภรณ์เดินไปยังทิศทางหนึ่งของเรือน
ที่นี่มีแม้กระทั่งห้องอาบน้ำ..
ช่างฟุ่มเฟือยเกินคนทั่วไปแล้วจริง ๆ
" เรื่องของเขา เจ้าท่องเอาไว่ลู่เสียน ..มันของเขา " เสียงหวานกล่าวออกเพื่อเตือนตนเอง
ไม่ได้รับรู้เลยว่า
..มีคนผู้หนึ่ง ได้ยินประโยคนั้นจากด้านนอก
หลังชำระร่างกายเปลี่ยนอาภรณ์ออกมาแล้ว ลู่เสียนต้องสะดุ้งโหยง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบเข้ากับชายบ้าผู้นิ่งขึง ไม่ยอมเจรจากับผู้ใดโดยง่าย ยืนอยู่หน้าเรือน..
เขาเดินเข้าไปยังห้องครัว ไม่ได้เรียกให้ลู่เสียนทำอะไรให้ตนเองแม้แต่น้อย เสียงในครัวทำให้นางคาดเดาไปว่า คงจะกำลังกินข้าวอยู่
นางจึงเดินไปตากอาภรณ์ชุดเดิมแล้วเข้าเรือนไป เพื่อตระเตรียมที่หลับที่นอน ให้กับชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามี แม้ชื่อเสียงของเขา จะเป็นเพียงชายบ้าในสายตาผู้อื่นก็ตาม
แต่แล้วอย่างไร
เป็นเขาที่เสียตำลึงรับนางมา ไม่ใช่หรือ..
..ครืด
ประตูเมื่อเปิดออก กายสูงใหญ่ในชุดที่ถูกผลัดเปลี่ยนเรียบร้อยแล้วก้าวเข้ามา
จางเหว่ยจับจ้องนาง ด้วยประกายในดวงตาเรียบเฉย จากอายุที่ผ่านมานานของตนเอง เขาไม่สามารถตัดสินใจ..
แม้ตอนแรกเพียงคิดว่า อยากเสียตำลึงซื้อนางมาเพื่อหาใครสักคนทำงานบ้าน และยังสามารถรองรับอารมณ์อันดิบเถื่อนได้ยามต้องการ
มองผ่าน ๆ สาวน้อยคนนี้ก็มีรูปร่างหน้าตาไม่เลว ถ้าได้กินอาหารสมบูรณ์สักหน่อย คงงดงามขึ้นผิดหูผิดตา
" ... "
หย่อนร่างตนเองนั่งลงบนเตียง กวักมือเรียกลู่เสียนเข้ามา เมื่อนางทำตามที่เขาบอกด้วยท่าทางแล้ว มือใหญ่รั้งแขนดึงนางให้เข้าใกล้อีกหน่อย
" คือ.. "
เพียงนางคิดจะเอ่ย นัยน์ตาดุประหนึ่งสัตว์ร้ายตวัดมองด้วยความไม่พอใจ นางจึงไม่กล้ากล่าวสิ่งใดต่อ
แม้กระทั่งมือใหญ่ รั้งอาภรณ์ของนางกองทิ้งลงพื้น ยังไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยห้าม กายบางยืนเปลือยเปล่าต่อหน้าเขาทั้งที่หัวใจสั่นกลัว
ยกมือขึ้นมาปกปิดทั้งด้านบนและด้านล่าง
แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาดุนดัน มุมปากที่ถูกหนวดยาวเฟื้อยปิดเอาไว้ยกขึ้น แต่ก็เป็นเพียงการเกิดขึ้นเพียงลมหายใจเดียว
แม้อับอายเท่าใด แต่ลู่เสียนพยามสงบปากสงบคำมากที่สุด เพราะนางเคยได้ยินผู้คนกล่าวกันว่า
สามีเป็นดั่งท้องฟ้า
เมื่อเขาทำเช่นไรย่อมติดตามไปจนถึงที่สุด ภรรยาที่ดีจึงต้องทำเช่นนั้น
มือใหญ่ยกขึ้นมาบีบขยำทรวงอก ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนล้นของนาง อาจเป็นเพราะได้รับอาหารน้อยเกินไป จากที่ควรจะมีเนื้อหนังมากกว่านี้
กลับเห็นกระดูกไหปลาร้า โผล่ขึ้นอย่างชัดเจน..
กายบางสั่นสะท้าน การที่เขาบีบขยำทรวงอกของนางมันไม่ได้รู้สึกเจ็บ แต่กลับรู้สึกแปลกประหลาดราวกับไม่เคยพบเจอมันมาก่อน มือใหญ่บีบแรงจนลู่เสียนนิ่วหน้า แม้นางเขินอายแต่ก็ไม่ได้หลงไหลกับการกระทำของเขาแม้แต่น้อย
..จางเหว่ย รั้งนางให้นอนบนเตียงกว้าง