CHAPTER 01
YOU ARE MY FIRST HATE
หกปีที่แล้ว
เสียงกริ่งที่ดังก้องทั่วโรงงานในเวลาสองทุ่มตรง เป็นสัญญาณบอกว่า การทำงานในช่วงเวลาโอทีของกะเช้าได้สิ้นสุดลงแล้ว พนักงานทุกคนรวมถึงฉันทยอยออกจากไลน์การผลิต ตรงไปยังล็อกเกอร์ที่ถึงแม้ห้องจะกว้างมาก แต่ตอนนี้มันดูสับสนวุ่นวายพอดู แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเลิกงานไปตามเวลาปกติแล้วก็ตาม
ฉันถอดหมวกออก แล้วใช้มือสางผมลวกๆ จากนั้นก็เปลี่ยนรองเท้าจากรองเท้าเซฟตี้เป็นรองเท้าแตะที่ใส่สบายๆ หยิบกระเป๋ามาสะพาย อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองไปยังคนอื่นๆ ที่ตอนนี้ไม่มีใครมีหมวกอยู่บนหัว ชุดยูนิฟอร์มที่ฉันใส่อยู่เป็นแบบเดียวกันทั้งบริษัท ต่างกันตรงที่สีหมวก ซึ่งถ้าจะเปรียบไปมันก็เหมือนหัวโขนนั่นแหละ พอถอดออกแล้ว ทุกคนจึงดูเสมอภาค แต่ถึงอย่างนั้นพนักงานในโพรเซสของฉันกับพนักงานอีกหลายๆ คน ก็รู้ว่า ‘นิรณา รัตนาอรุณ’ เป็นหัวหน้างานของพวกเขา ฟังดูเหมือนใหญ่โตเนอะ แต่เปล่าเลย เพราะบริษัทที่ฉันทำงานอยู่นี้เป็นบริษัทของต่างชาติ มีพนักงานร่วมหมื่น ถึงฉันจะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้างาน ทว่าคนทำงานในตำแหน่งนี้ก็มีอีกเป็นร้อยคน ดังนั้นฉันจึงไม่ใช่คนสำคัญอะไรหรอก เป็นแค่เพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งในองค์กรอันใหญ่โตเท่านั้น
ฉันเดินไม่ไกลนักก็ถึงรถคันที่ผ่านหอพักของฉัน เพราะมันจอดอยู่แถวๆ ประตูทางออกพอดี เสียงพัดลมเพดานของรถครืดๆ แข่งกับเสียงเพลงลูกทุ่งสุดฮิต ที่คนขับเปิดเป็นประจำทุกวัน ถ้าเป็นในบางสถานการณ์มันอาจจะน่ารำคาญ แต่ฉันกลับชินและชอบมันเสียแล้วล่ะ เพลงแนวนี้นอกจากจะทำให้คิดถึงบ้านแล้ว มันยังทำให้ฉันรู้ว่าตอนนี้เพลงลูกทุ่งเพลงไหนกำลังเป็นที่นิยม
แสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์สว่างพรึบขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของรถ สมัยก่อนโทรศัพท์ไม่ได้มีไว้เพื่อเล่นอินเทอร์เน็ตเหมือนสมัยนี้หรอก เพราะเน็ตมือถือมันแพง ซ้ำยังอืดสุดๆ ส่วนใหญ่มันจึงถูกใช้สำหรับโทร.และส่งข้อความเท่านั้น
น้องๆ หลายคนโทร.หาแฟน บ้างก็โทร.กลับบ้านคุยกับพ่อแม่หรือลูก แต่ฉันแค่เพียงหยิบขึ้นมากดดู ว่ามีเบอร์ miss call และข้อความหรือเปล่าเท่านั้น ฉันเลือกที่จะไม่โทร.กลับบ้าน เพราะถึงแม้ว่าในเมืองอาจจะยังเป็นแค่ช่วงหัวค่ำ แต่วิถีชนบทอย่างบ้านของฉัน ในเวลานี้ทุกคนเข้านอนและอาจจะหลับกันหมดแล้ว ครั้นจะโทร.หาแฟน ก็ดันไม่มีแฟนให้โทร.หา สาวโสดในวัยใกล้ขึ้นคานอย่างฉันจึงนั่งฟังเพลงชิลๆ พลางนึกชื่นชมคนแต่งที่เขียนเนื้อหาและทำนองได้ดีเวอร์
“นั่งด้วยนะพี่ณา”
เสียงคุ้นๆ ที่ดังขึ้น ทำให้ฉันจำได้ทันทีว่าคนที่พูดประโยคนั้นคือน้องตา พนักงานในโพรเซสของฉันเอง ด้วยความที่วัยของเราไล่เลี่ยกันและเขาเป็นคนช่างพูด อีกทั้งหอพักของเรายังอยู่ใกล้ๆ กัน ฉันเลยสนิทกับน้องตาเป็นพิเศษ
“นั่งเลยจ้ะ”
“พรุ่งนี้ไปเที่ยวไหน”
“พรุ่งนี้ทำโอ แล้วหนูล่ะ” ชีวิตฉันก็จะประมาณนี้ล่ะ ตื่นเช้าออกมาทำงาน เย็นกลับหอพัก นอนดูโทรทัศน์บนเตียงแล้วก็หลับ พอถึงวันเสาร์ก็ทำโอทีเพราะไม่รู้จะไปไหน หยุดพักซักผ้ารีดผ้าในวันอาทิตย์วันเดียว
“หนูว่าจะกลับบ้านไปเยี่ยมลูกน่ะพี่ ได้ข่าวว่าจะมีหัวหน้าคนใหม่มาเหรอคะ”
“ข่าวไวเหมือนกันนะ คงมาวันจันทร์นี้ล่ะ”
“ผู้หญิงหรือผู้ชายพี่”
“ยังไม่รู้เลย พี่สุยังไม่บอก”
“ขอให้เป็นผู้ชายนะพี่ณา แล้วก็ขอแบบหล่อๆ เท่ๆ ด้วย พวกหนูจะได้มีกำลังใจทำงาน”
“เห็นแต่หน้าแก่ๆ ดุๆ แบบพี่จนเบื่อแล้วใช่มั้ย”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะพี่ คือพวกหนูก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศมั่งอะไรมั่งไรเงี้ย อีกอย่างเผื่อพี่ณาจะเจอเนื้อคู่ไง”
“สาธุ”
ฉันอดหัวเราะไม่ได้กับคำอวยพรที่ดูเหมือนจะหวังดีของน้องตา จากนั้นน้องตาก็โทร.หาลูก ส่วนฉันเข้าสู่โหมดนั่งมองข้างทางแล้วทอดอารมณ์ประหนึ่งกำลังทำมิวสิก จนกระทั่งรถแล่นมาถึงเขตชุมชนซึ่งเป็นจุดจอดจุดแรก ฉันก็ลุกขึ้นแล้วก้าวลงจากรถ เช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆ ที่พักอยู่ย่านนี้ ปกติแล้วจุดนี้ไม่ใช่จุดที่ฉันลงรถเป็นประจำหรอก ฉันจะลงอีกจุดหนึ่ง เพราะมันใกล้กับหอที่ฉันพักอยู่มากกว่า แต่วันนี้ฉันมีของที่ต้องซื้อใน 7-11 เพราะใกล้ถึงวันนั้นของเดือนแล้ว เสร็จอาจจะเดินหรือนั่งมอเตอร์ไซค์วินเข้าไปที่หอพัก เดี๋ยวค่อยตัดสินใจอีกที
แม้จะเป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว แต่ 7-11 สาขานี้คนก็ยังมาใช้บริการหนาตา คงเป็นเพราะมันใกล้กับถนนใหญ่ และอีกอย่างวันนี้เป็นวันศุกร์ด้วย คนทำงานมักจะเริ่มสังสรรค์กันตั้งแต่คืนนี้ จึงไม่แปลกที่สินค้าที่ใครหลายคนซื้อมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมอยู่ด้วย
ฉันหยิบผ้าอนามัยยี่ห้อที่ใช้เป็นประจำแบบกลางวันและกลางคืนอย่างละสองห่อ กับทูน่าอีกสามกระป๋อง อันนี้ไม่ได้ซื้อให้ตัวเอง แต่ซื้อไว้ให้แมวที่อยู่แถวๆ หอพักซึ่งฉันให้อาหารพวกมันเป็นประจำ จากนั้นก็เดินไปจ่ายเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ แต่ก็ต้องรอคิวก่อน เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังซื้อของที่ต้องให้พนักงานหยิบให้
เหล้า บุหรี่ คือของที่เขาบอกให้พนักงานหยิบให้ ขณะที่ฉันกำลังยืนต่อแถวอยู่ด้านหลังเขา เลยอดไม่ได้ที่จะมองเขาอย่างพิจารณา แม้จะเห็นแค่แผ่นหลังกับมือที่กำลังเปิดกระเป๋าเงินเพื่อชำระค่าสินค้าเท่านั้น ฉันก็รู้สึกได้ว่าเขาน่าจะหล่อมากๆ
ผู้ชายประเภทนี้ต้องเรียกว่าแบดบอยสายดาร์กสินะ อบายมุขคงครบทั้ง เหล้า บุหรี่ นารี เฮ้อ...โลกมันไม่ยุติธรรมจริงๆ นะ ทำไมพระเจ้าต้องสร้างให้ผู้ชายแบบนี้มีรูปร่างหน้าตาที่หล่อสุดๆ ก็ไม่รู้สิ
ฉันรู้ว่าเขาหล่อ แม้จะยังไม่เห็นหน้า แต่รูปร่างที่สูงโปร่ง แผ่นหลังดูน่าซบ มือสวยและเรียว ผิวขาวละเอียดทว่ามีไรขนขึ้นประดับบริเวณแขนของเขา มันทำให้เขาดูเป็นผู้ชายที่ดูสะอาดสะอ้าน แต่กลับมีความแมนกับเสน่ห์ที่เรียกว่าออร่าหรือคาริสมาก็ไม่รู้ พุ่งออกมาอย่างแรง จนฉันหัวใจกระตุกเมื่อมองสารรูปตัวเอง เพราะแทบไม่มีส่วนไหนเลยที่สามารถดึงดูดสายตาคนได้เหมือนผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าฉัน