ศรัน จอดรถยนต์หรูเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดหน้าบ้านทาวน์เฮาส์ขนาดกลางที่ดูทรุดโทรมตามกาลเวลาของครอบครัวโยธิกา เขาผลักประตูเข้าไปด้วยความเดือดดาล ดวงตาแดงก่ำจากความแค้นที่ปะทุอย่างรุนแรง
เขาเพิ่งเห็นภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นเจ้าสาวของเขา, โยธิกา, เก็บกระเป๋าออกไปพร้อมกับผู้ชายคนอื่น ภาพหลักฐานที่ชัดเจนนี้ทำให้เขาต้องอับอายและสูญเสียทรัพย์สินมหาศาล
"เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ!" เสียงของศรันก้องกังวานไปทั่วบ้านราวกับคำพิพากษา "ถ้าตามตัวเธอกลับมาไม่ได้ภายในสามวัน... พวกคุณต้องจ่ายคืนทั้งหมด!"
แม่ของโยธิกา ยืนตัวสั่นด้วยสีหน้าซีดเผือด ขณะที่ วิภาดา น้องสาวของโยธิกา ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยความตกใจจนพูดไม่ออก ครอบครัวนี้มีชีวิตแบบชนชั้นกลางที่ต้องประหยัดมัธยัสถ์มานานแล้ว นับตั้งแต่ที่พ่อของพวกเธอป่วยและจากไปเมื่อหลายปีก่อน ทิ้งไว้เพียงเงินประกันก้อนหนึ่งที่ใช้ดูแลบ้านและส่งพวกเธอเรียน เงินสิบล้านบาทคือตัวเลขที่สามารถทำให้ชีวิตที่เคยประคับประคองมาต้องพังทลายลงในพริบตา
"แม่ไม่รู้เรื่องจริง ๆ ค่ะ... ที่ลูกสาวแม่หายตัวไป แม่ขอโทษแทนลูกสาวด้วย..." แม่ของโยธิกาพนมมือไหว้ด้วยท่าทีเป็นกังวลและสิ้นหวัง
"ผมไม่รับคำขอโทษ!" ศรันตวาดอย่างเกรี้ยวกราด "งานก็จัดขึ้นมาแล้ว แขกเหรื่อก็เชิญไว้พร้อมหน้า! ดูสิ่งที่ลูกสาวคุณทำสิ! หนีงานแต่งไปกับผู้ชาย! แถมยังหอบเครื่องเพชร สินสอดมูลค่ากว่าสิบล้านไปด้วยอีก! งามหน้าที่สุด!" ศรันมองทั้งสองแม่ลูกด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามอย่างเปิดเผย
🤝🏻 ข้อเสนอที่บีบหัวใจ
วิภาดาตัดสินใจก้าวออกมาเผชิญหน้ากับความจริง เธอรู้ว่าแม่ไม่สามารถรับมือกับแรงกดดันนี้ได้ และเธอไม่สามารถปล่อยให้ชีวิตที่พ่อเคยสร้างไว้ต้องล่มจม
"พอเถอะค่ะคุณ! ฉันว่าคุณแม่ฉันเขาไม่รู้เรื่องจริง ๆ ค่ะ" วิภาดาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพยายามควบคุมความสั่นเครือในใจ "ฉันขอเวลาหน่อยได้ไหมคะ... ถ้าฉันตามพี่กลับมาไม่ได้ ฉันจะเป็นคนทยอยใช้หนี้ก้อนนี้คืนคุณเองทุกบาท!"
ศรันเลิกคิ้วขึ้นอย่างเยาะหยัน "หึ! ทยอยใช้หนี้แทนงั้นเหรอ? ได้!"
เขาพูดพลางเดินตรงดิ่งเข้ามาหาวิภาดา ก่อนจะคว้าเข้าที่แขนของเธอแล้วฉุดกระชากออกไปอย่างแรง
"ปล่อยนะ! คุณจะทำอะไร!" วิภาดาร้องด้วยความตกใจ
"ไหนบอกจะใช้หนี้ไง?" ศรันพูดเสียงเย็นยะเยือก ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำข้างหูเธอราวกับคำขู่ "ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือ เข้าพิธีแต่งงานพรุ่งนี้แทนพี่สาวของคุณ! หรือถ้าไม่... พวกคุณก็เตรียมตัวโดนหมายจับฐานะคนสมรู้ร่วมคิดได้เลย!"
วิภาดาตกใจจนแทบหยุดหายใจ เธอเห็นแววตาเอาจริงเอาจังของศรันที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่างที่สุดจนไม่กล้าปฏิเสธ เธอหันไปมองหน้าแม่
"แล้วแต่ลูกตัดสินใจเลย แม่ไม่บังคับ... ถ้าลูกไม่เต็มใจ แม่จะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง..." ผู้เป็นแม่ก้มหน้าลงเช็ดน้ำตาอย่างทรมาน
"ฉันตกลงจะแต่งงานแทนพี่สาว... แต่! แค่แต่งงานเท่านั้น ฉันไม่เข้าหอเด็ดขาด!" วิภาดารีบพูดดักไว้ก่อนอย่างรวดเร็ว "หลังจากนั้นเรามาทำสัญญาเจ้าหนี้ลูกหนี้กัน แล้วฉันจะทยอยใช้คืนคุณทุกบาท!"
ศรันหัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม แววตาเต็มไปด้วยความอำมหิต "คุณต้องแต่งงานแทนพี่คุณ รวมถึงเข้าหอด้วย! ไม่มีข้อแม้ใด ๆ! จนกว่าคุณจะพาตัวพี่ของคุณกลับมาให้ผม... หรือจ่ายเงินครบสิบล้านเท่านั้น!"
เขาบีบแขนเธอแรงขึ้นเพื่อเน้นย้ำ "นี่ไม่ใช่คำขอร้อง! ถ้าไม่ยอม... ก็รอดูได้เลยว่าผมจะทำอะไรได้บ้างกับครอบครัวนี้!"
ศรันพูดจบก็สะบัดแขนวิภาดาออก แล้วเดินตัวปลิวออกมาจากบ้าน ขึ้นรถขับออกไปทันที ทิ้งให้วิภาดาและแม่ยืนกอดกันร้องไห้ ท่ามกลางชะตากรรมที่ต้องเผชิญกับ วิวาห์แค้น ที่ถูกบีบบังคับในวันรุ่งขึ้น