สนดื่มยาสมุนไพรและนวดน้ำมัน ตามที่มารดาบอกจนยาหมด และตอนนี้ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่า ร่างกายช่วงล่างของเขานั้น มีความรู้สึกแล้ว แต่ยังขยับเยอะไม่ได้
เมื่อมณีรู้ว่า ลูกชายร่างกายมีความรู้สึกแล้ว ก็ดีใจมาก โทรไปบอกดาวเกี่ยวกับอาการ และยังให้คนขับรถไปรับดาวมาที่คฤหาสน์ เพื่อรักษาลูกชายต่อ ตามที่ดาวเคยบอกไว้
“สวัสดีครับคุณมณี”
หลังจากที่ดาวเดินทางมาถึงคฤหาสน์พิริยวงศ์ แม่บ้านก็พาชายหนุ่มมาหามณีทันที
“สวัสดีหนูดาว ขอโทษนะที่ให้หนูรีบมาที่นี่ แต่ป้าร้อนใจมาก ๆ เลยเรื่องลูกชายป้า”
“ไม่เป็นไรครับคุณมณี ผมเต็มใจช่วย แล้วนี่ก็ของฝากครับ กล้วยผลผลิตแรกจากไร่ของผมเลย” ชายหนุ่มยกตะกร้าที่มีกล้วยหวีใหญ่ ๆ ให้กับมณี
“น่ากินมากเลยจ้ะ ขอบใจหนูมาก” มณีรับมา และยื่นต่อให้กับแม่บ้านให้นำไปเก็บ
“เดี๋ยวป้าพาขึ้นไปบนห้องลูกชายป้านะ”
“ครับ”
จากนั้นมณีก็พาดาวเดินขึ้นไป บนชั้นสองของคฤหาสน์ เมื่อเดินเข้าไปในห้อง ดาวก็เห็นชายหนุ่มอายุราว ๆ 27 ปี นอนหลับอยู่บนเตียง
“สนตื่นก่อนนะลูก แม่มีคนอยากแนะนำให้รู้จัก” มณีเดินไปปลุกลูกชายให้ตื่น
สนลืมตาตื่น และได้ยินที่มารดาบอกว่า มีคนอยากแนะนำให้รู้จัก จนมารดาเรียกให้คนคนนั้น เดินมาที่ข้างเตียง สนจึงได้เห็นเด็กหนุ่มอายุน่าจะไม่ถึง 20 ปี มีผิวขาว หน้าตาดูน่ารักและหล่อในคนเดียวกัน
‘แต่แม่จะให้เขารู้จักทำไมนะ’
“หนูดาว นี่พี่สนลูกชายป้าจ้ะ” มณีแนะนำให้ดาวรู้จักลูกชาย
“สวัสดีครับ คุณสน” ดาวยกมือไหว้คนอายุเยอะกว่า
“สน นี่หนูดาวเป็นเจ้าของไร่ ที่ปลูกผักอร่อย ๆ ที่ลูกชอบ”
“อ๋อ สวัสดีครับ ผักของน้องอร่อยมากเลยนะ พี่กินผักจากที่อื่นไม่ได้อีกเลย”
“ขอบคุณที่ชอบผักจากไร่ผมนะครับ”
“เอ่อ สนแม่มีเรื่องจะบอกอีกเรื่อง คือหนูดาวเป็นคนทำยาสมุนไพร และน้ำมันนวดที่ลูกใช้อยู่เองจ้ะ ขอโทษที่แม่โกหกว่ามาจากอาจารย์ดังนะ แม่กลัวลูกไม่ยอมรักษาน่ะ”
“เอ่อ ห้ะ! เด็กคนนี้เหรอครับ ที่ทำยานั่นออกมา” สนแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“แต่พี่ก็ขอบคุณน้องมากนะ ที่ทำยาให้พี่ พี่กินแล้วรู้สึกว่า ร่างกายที่เมื่อก่อนไม่มีความรู้สึก เริ่มที่จะรู้สึกแล้ว ยาของน้องดีมาก ๆ เลย” แม้จะไม่อยากเชื่อว่า เด็กหนุ่มจะเป็นคนปรุงยานี้ แต่มารดาเขาก็ยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น สนจึงอดที่จะชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้
“ขอบคุณครับ ที่ชอบยาที่ผมปรุง วันนี้จะเป็นขั้นตอนการรักษา โดยการฝังเข็มนะครับ ไม่เจ็บมาก ผมอยากให้คุณทำใจให้สบายนะครับ”
สนหันไปมองหน้ามารดาเพื่อยืนยัน มารดาก็พยักหน้า
“สนให้น้องรักษานะ เดี๋ยวอีกไม่นานลูกก็จะหายเป็นปกติแล้ว แค่ลูกยอมรับการรักษา”
“ครับแม่”
ดาวใช้ดวงตาตรวจสอบ ร่างกายของคนตรงหน้า ที่มีปัญหากระดูกทับเส้นประสาท ตั้งแต่บริเวณหน้าอกไปจนถึงปลายเท้า
ดาวให้คนป่วยนอนคว่ำหน้า และจัดการฝังเข็มทำการรักษา อาจจะมีการจัดกระดูกอีกเล็กน้อย
“คุณสนลองขยับนิ้วเท้าดูนะครับ” เมื่อจบการรักษา ดาวจึงให้คนป่วยลองขยับร่างกายดู
สนเกร็งปลายเท้าอยู่ครู่หนึ่ง นิ้วเท้าก็ค่อย ๆ ขยับ
“แม่ ๆ ดูสิ สนขยับนิ้วได้แล้ว” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความดีใจ น้ำตาลูกผู้ชายไหลพราก
“จริงด้วย ขอบคุณหนูดาวมาก ขอบคุณมากจริง ๆ หากมีอะไรให้ป้าช่วย บอกป้าได้เลยนะ อย่าได้เกรงใจ”
“ใช่พี่ขอบคุณน้องมาก หากมีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้เลย”
“ขอบคุณ คุณมณีกับคุณสนมากครับ หากผมมีเรื่องให้ช่วย ผมจะบอกแน่นอนครับ” ดาวยิ้มในใจ อย่างน้อยตอนนี้เขา ก็ผูกมิตรกับผู้มีอิทธิพลในจังหวัดได้แล้ว
“จากนี้ ผมอยากให้คุณสนทำกายภาพบำบัดนะครับ ร่างกายที่ไม่ได้ขยับนาน ๆ กล้ามเนื้อจะไม่ค่อยแข็งแรง แล้วก็นี่ยาที่ผมปรุงมาเพิ่มครับ วิธีการใช้ก็เหมือนเดิมเลย หากดื่มยาชุดนี้หมด ก็คงไม่ต้องดื่มอีกแล้ว รอแค่ร่างกายเดินได้ตามปกติ ก็น่าจะหายแล้วครับ” ดาวนำถุงที่บรรจุขวดยาสมุนไพร วางไว้ที่โต๊ะ
“ขอบใจจ้ะหนูดาว อยู่ทานข้าวเย็นกับป้านะ”
“เอ่อ ขอโทษที่ผมต้องปฏิเสธนะครับ คือผมต้องไปคุมคนงานตัดผักส่งขายครับ”
“อ๋อได้จ้ะ แล้วพ่อแม่หนูล่ะจ๊ะ?” มณีเอ่ยถาม เพราะไปที่ไร่คราวนั้น ก็ไม่เห็นพ่อแม่ของชายหนุ่ม
“พ่อแม่ผมเสียหมดแล้วครับ” ดาวบอกด้วยสีหน้าเศร้าลงทันที
“ตายจริง! ป้าขอโทษนะ” มณีรู้สึกผิดที่พูดถึงเรื่องนี้
“ไม่เป็นไรครับ”
“แล้วตอนนี้หนูอยู่กับใคร?”
“ผมอยู่คนเดียวที่ไร่ครับ แต่ก็มีญาติแวะมาหาเรื่อย ๆ ครับ”
เมื่อมณีและสนได้ฟัง ก็ให้รู้สึกเห็นใจชายหนุ่ม อายุเพียงแค่นี้กลับต้องแบกรับอะไรไว้มากมาย
ไร่ของดาว
“อ้าวดาว! กลับมาแล้วเหรอ? ลุงเห็นว่าหลานยังไม่มา เลยให้คนงานเริ่มตัดผักไปก่อนแล้ว”
“ตัดได้เลยครับ ตามรายการที่ป้าสาให้มาเลย เอ่อลุงครับ หากผมจะขายกล้วย พอมีร้านรับไหมครับ”
“โอ๊ยหลาน! มีแน่นอน ผลผลิตจากไร่หลานน่ะ ลงขายแป๊บเดียวก็หมด ผักของหลานก็อร่อยไม่เหมือนใคร เดี๋ยวลุงให้นังสา หาร้านให้” แล้วลุงโชค ก็เดินไปโทรศัพท์หาเพื่อน เพื่อให้ช่วยหาร้านรับซื้อกล้วย พอสาได้รู้ก็ตอบตกลง และโทรหาร้านขายผลไม้ ที่เป็นพันธมิตรต่อกันทันที
เช้ามืดวันต่อมา เมื่อดาวมาส่งผักให้ป้าสา เธอก็พาดาวไปแผงขายผลไม้ ที่อยู่อีกซอยหนึ่งของตลาด เมื่อมาถึงป้าสาก็แนะนำให้ดาวรู้จักกับป้าติ๋ม เมื่อทำความรู้จัก และตกลงราคาขายเรียบร้อย ดาวก็กลับไร่ทันที
ดาวคิดว่าควรจะตั้งชื่อไร่แห่งนี้ เพื่อให้ผู้คนจดจำได้ง่าย ชายหนุ่มดำเนินการติดต่อทำป้ายทันที ไม่ถึงสัปดาห์ ช่างก็มาติดป้ายที่หน้าไร่ของดาว เขามองดูป้ายชื่อไร่อย่างภูมิใจ ดาวตั้งชื่อไร่แห่งนี้ว่า ไร่เคียงดาว
จากวันนั้น ดาวก็ให้ร้านในเมืองทำสติกเกอร์ เพื่อติดที่ถุงของผักและผลไม้ เผื่อลูกค้าที่ซื้อไป จะได้รู้ว่า ผลผลิตนั้นมาจากที่ไหน และดาวยังสร้างเพจในแอปพลิเคชันวีโฟร์ (V4) เพื่อโปรโมตไร่เคียงดาวของตัวเองอีกด้วย ชื่อเพจไร่เคียงดาว
“เออ ดาว ไร่ตาหวันที่อยู่ติดกับหลานนี่ แกบอกจะแบ่งขายไร่นะ หลานสนใจไหม? แกเห็นว่าไร่หลานอยู่ติดกับแก เลยให้ลุงลองมาถามดู”
“หือ! จริงเหรอครับลุง ผมสนใจครับ ขายเท่าไหร่”
“เห็นตาหวันว่า จะขาย 20 ไร่ ไร่ละ 20,000 เธียร์ ว่าจะเอาเงินส่งลูกชายไปเรียนเมืองหลวงน่ะ”
เมื่อดาวได้ฟังราคา ก็คิดว่าพอสู้ไหว
“โอเคครับลุง ติดต่อแกให้ผมหน่อย ผมจะซื้อทั้ง 20 ไร่เลย”
“ได้เลยหลาน ถ้าเงินไม่พอบอกลุงนะ ลุงพอมีบ้าง เผื่อขาด”
“ผมพอมีอยู่บ้างครับ ขอบคุณลุงมากครับ”