หยางเมื่อคุยกับคนของไร่เสร็จ เขากำลังจะคว้าแก้วน้ำยกขึ้นมาดื่ม แต่ชายหนุ่มพลาด ทำให้แก้วน้ำหกและกลิ้งตกลงจากโต๊ะ แต่ก็โชคดีที่เป็นแก้วพลาสติก ทำให้ไม่เสียหายอะไร ชายหนุ่มลุกขึ้นและคลำหาแก้วใบนั้น แต่ก็หาไม่เจอ
“ผมช่วยครับ” ดาวเดินเข้าไปหยิบแก้วที่ตกอยู่ที่พื้น ขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“ให้ผมช่วยพยุงนะครับ” ดาวถามออกไป เพราะดาวสังเกตว่า ชายคนนี้มองไม่เห็น
“ไม่ต้อง ผมลุกเองได้” เพราะชายหนุ่มไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร หรือเห็นใจ แค่นี้เขาก็สมเพชตัวเองจะแย่อยู่แล้ว
ชายหนุ่มลุกขึ้น แล้วเดินกลับไปที่เก้าอี้ โดยปฏิเสธการช่วยเหลือจากดาว แต่ขาเจ้ากรรมของชายหนุ่ม ก็สะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ ทำให้เขาเสียการทรงตัว
เมื่อดาวเห็นคนเสียหลัก กำลังจะล้มลง เขาจึงเข้าไปช่วยพยุงชายคนนั้นทันที
“ระวังครับ” ดาวบอกกับชายหนุ่ม
แต่เหมือนว่า ขนาดตัวของทั้งสองต่างกัน ทำให้ดาวที่เข้าไปช่วยโดนชายหนุ่มทับอีกที
หยางที่กำลังจะเสียหลักล้มลง ก็มีร่างของใครคนหนึ่งเข้ามาช่วยพยุงเขาไว้ แต่เขาก็ล้มลงไปทับร่างของคนที่มาช่วยอยู่ดี
“โอ๊ย!” ดาวร้องออกมาด้วยความเจ็บ ที่โดนคนตัวใหญ่กว่าล้มทับ
หยางแม้มองไม่เห็น แต่ก็ยังได้ยินว่า คนที่มาช่วยร้องออกมาด้วยความเจ็บ
‘เขาทำให้คนที่มาช่วยเจ็บตัว’ หยางได้แต่โทษตัวเอง
“เป็นอะไรมากไหม รอก่อนนะ ให้ฉันลุกขึ้นก่อน” หยางรีบลุกออกจากตัวของเด็กหนุ่มทันที
ดาวเมื่อชายหนุ่มลุกออกไปแล้ว ก็ลุกขึ้นนั่งทันที เมื่อดูแล้วว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็มองไปทางชายหนุ่ม
“คุณเจ็บตรงไหนไหมครับ?” ดาวถามด้วยความห่วงใย
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แต่เราน่ะสิ บาดเจ็บตรงไหน?”
“ผมไม่บาดเจ็บตรงไหนหรอกครับ แค่ตกใจเท่านั้นเอง”
หยางเมื่อรู้ว่า เด็กหนุ่มไม่เป็นอะไรก็สบายใจ จึงจะลุกขึ้นยืน ดาวเมื่อเห็นเช่นนั้น จึงรีบเข้าไปช่วยทันที
“เดี๋ยวผมช่วยครับ” ดาวค่อย ๆ จับแขนคนตัวใหญ่ ให้เขาค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนได้จนสำเร็จ
หยางยอมรับการช่วยเหลือ จากเด็กหนุ่มแต่โดยดี เขาถูกพามานั่งที่เก้าอี้ จากนั้นเด็กหนุ่มก็ปล่อยมือจากแขนทันที หยางได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ มาจากตัวของเด็กหนุ่ม เป็นกลิ่นหอมที่เขาไม่เคยได้กลิ่นที่ไหน เหมือนมีมนต์สะกดบางอย่าง ที่ทำให้เขาชอบกลิ่นนี้
“ให้ผมไปเรียกลูกน้องคุณมาให้ไหมครับ?” ดาวถามชายหนุ่มเผื่อเขาต้องการ
“ไม่ล่ะ ฉันอยากนั่งตรงนี้อีกสักพัก ขอบใจนะที่ช่วยฉัน”
“ไม่เป็นไรเลยครับ คุณคือแขกของไร่ ผมเต็มใจช่วยอยู่แล้ว”
หยางพยักหน้าเข้าใจ “แล้วนี่เราทำอะไรในไร่ล่ะ?”
“ผมเป็นเจ้าของไร่ครับ” ดาวพูดออกไปด้วยความภูมิใจ
“โอ๊ะ! เจ้าของไร่งั้นเหรอ?” หยางพูดออกไปด้วยความแปลกใจ
“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้จะอะไร แค่แปลกใจที่เห็นเราเหมือนจะยังเด็กอยู่ แต่เป็นเจ้าของไร่แห่งนี้น่ะ”
“ผมชินแล้วแหละครับ คนอื่น ๆ ที่รู้ว่าผมเป็นเจ้าของไร่ ก็มีอาการไม่ค่อยเชื่อเหมือนคุณ”
“แต่ฉันขอชมเลยนะ เราทำไร่ออกมาได้ดีมาก ๆ เลย ฉันพักที่นี่มาสองอาทิตย์แล้ว บรรยากาศที่นี่ดีมาก อากาศก็สดชื่น อาหารก็อร่อย จนทำให้อาการป่วยของฉัน เหมือนจะดีขึ้นนิดหน่อยน่ะ”
ดาวสังเกตคนตรงหน้า หากเขายื่นมือให้การรักษาจะดีไหมนะ
“ขอบคุณนะครับ ที่ชมไร่ของเรา ผักผลไม้ของไร่ รดน้ำด้วยน้ำหมักสูตรลับของทางไร่ครับ เลยทำให้รสชาติของผักผลไม้อร่อยครับ ส่วนอากาศ อาจเพราะไร่นี้อยู่บนเขา ทำให้ใกล้ชิดธรรมชาติมาก ๆ มั้งครับ”
“งั้นเหรอ?” หยางพูดออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ดาวเอ่ยลา
“อ๋อ โอเค” หยางพยักหน้า
เมื่อเจ้าของไร่เดินจากไปแล้ว หยางจึงยกกระดิ่งขึ้นมาสั่น เรียกลูกน้องให้มาหา
“ครับนาย”
“ไปสืบเรื่องเจ้าของไร่เคียงดาวมาให้เร็วที่สุด” หยางสั่งลูกน้อง
“ได้ครับ”
ดาวเดินสำรวจไร่ต่อ พรางคิดไปถึงแขกที่ตามองไม่เห็นคนนั้น เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาว ตัวสูง ฐานะก็คงดี แต่ไม่น่าตาบอดเลย นิสัยก็ยังไม่รู้แน่ แต่ที่รู้คือ ลึก ๆ ดาวก็รู้สึกสงสารชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน น่าเสียดายที่คนครบเครื่องแบบนั้นจะตาบอด
“เจ แขกที่เรือนซากุระนี่ เขามาพักกี่วันเหรอ?” ดาวถามผู้จัดการของไร่
“แขกจองไว้หนึ่งเดือนครับ ที่ผมบอกคุณดาวว่า มีคนจองเป็นเดือนนั่นแหละครับ”
“อ๋อ ผมจำได้แล้ว เขาดูพอใจกับไร่ของเราไหม? มีคำติชมอะไรหรือเปล่า?”
“เท่าที่ผ่านมาไม่มีนะครับ แขกเหมือนมาพักผ่อนเฉย ๆ แต่ลูกน้องเขาก็แอบน่ากลัวนะครับ เหมือนพวกมีอิทธิพล” เจบอก
“คงไม่มีอะไรหรอก เขาแค่อยากจะมาพักผ่อนยาว ๆ มั้ง”
วันต่อมา ดาวเดินไปสำรวจน้ำตกอีกครั้ง เพราะจะหาจุดทำสะพานข้ามไปอีกฝั่ง เพราะอีกฝั่งดาวจะทำรีสอร์ตเพิ่ม นี่คือแผนในอนาคต
ดาวเดินมาถึงเรือนซากุระอีกครั้ง ครั้งนี้ก็ยังเห็นนักท่องเที่ยว ที่พักอยู่ที่เรือนซากุระ นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม
ดาวชั่งใจอยู่ว่า จะเข้าไปทักดีไหม แต่ชายหนุ่มบนเก้าอี้กับเอ่ยทักขึ้นมาก่อน
“นั่นใคร?”
ดาวตกใจ เหมือนทำอะไรผิดแล้วโดนจับได้
“ผมเองครับ เจ้าของไร่”
“อ๋อ วันนี้มาทำอะไรล่ะ?”
ดาวเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม “ผมจะมาเดินสำรวจ หาที่ทำสะพานข้ามไปฝั่งนู้นครับ แล้วก็จะทำรีสอร์ตเพิ่มด้วย”
“ความคิดดีนี่ ที่นี่บรรยากาศดี เหมาะแก่การพักผ่อนมาก ๆ”
“ใช่ครับ ยิ่งเป็นช่วงนี้นะครับ ที่ดอกพญาเสือโคร่งกำลังเริ่มผลิบาน กลีบดอกสีขาวสีชมพู ค่อย ๆ ปลิวร่วงหล่นลงบนพื้นดินและผืนน้ำ สวยเหมือนสรวงสวรรค์เลยครับ” ดาวอธิบายภาพตรงหน้า ให้ชายหนุ่มฟัง
“สวยขนาดนั้นเลย น่าเสียดายนะ ที่ฉันคงไม่มีทางได้เห็นมันหรอก” หยางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเศร้า
“แล้วคุณอยากมองเห็นภาพเหล่านี้ไหมครับ?” ดาวถามคนตรงหน้า
“หึ ถึงอยากจะเห็น ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้วล่ะ หมอบอกว่าตาของฉัน ไม่สามารถรักษาได้แล้ว”
“แต่ทำไมผมคิดอีกแบบล่ะครับ” ดาวพูดแย้ง
“ยังไงเหรอ? เด็กน้อย”
“ผมคิดว่า ตาของคุณยังสามารถรักษาได้”
“ขอบใจนะ แต่ฉันหมดหวังไปนานแล้วล่ะ” หยางชินแล้วกับการที่มีคนให้ความหวัง ในการรักษาอาการของตน
“ถ้าผมจะขอรักษาคุณ คุณจะตกลงไหม?”
หยางได้ฟัง ถึงกับพูดต่อไม่ถูก นี่เขาตาบอดนะ ไม่ได้เป็นไข้หวัด ที่กินยาแล้วก็หาย
“นายพูดอะไรออกมา คิดจะล้อฉันเล่นเหรอ?” หยางรู้สึกไม่พอใจ
“ผมรักษาได้จริง ๆ แต่ถ้าคุณไม่เชื่อ เอางี้ละกัน เดี๋ยวตอนเย็น ผมจะแวะมาหาคุณอีกรอบ” ดาวต้องกลับไปเอายารักษามา
“ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของนายนะ”
“ผมก็ไม่ได้คิดว่า คุณเป็นเพื่อนเล่นผมเหมือนกัน เอาไว้เจอกันตอนเย็นนะครับ ผมขอตัว” แล้วดาวก็เดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งอยู่ด้วยอารมณ์ที่ไม่พอใจ
_ _ _ _ _