ลุงโชคและคนงาน มาช่วยดาวขนผักขึ้นรถ ไปส่งให้แผงผักของสา ในตอนเช้ามืด เมื่อสาได้เห็นผักหลากหลายชนิด ที่ดาวนำมาส่ง แต่ละต้นก็สวย ๆ และน่ากินทั้งนั้น เธอพอใจอย่างมาก
สาจดรายการผักและชั่งน้ำหนัก เมื่อทุกอย่างลงตัว ก็จ่ายเงินค่าผักให้ดาว ตามราคามาตรฐานในช่วงนี้ เมื่อดาวได้เงินแล้ว ก็ยกมือไหว้และกลับไร่ทันที
เมื่อถึงไร่ ดาวก็จ่ายค่าแรงคนงานที่มาช่วย และจ่ายค่าแรงค่ารถให้ลุงโชคด้วย
เมื่อก่อน แรก ๆ ลุงโชคจะไม่รับค่าแรง แต่ดาวบอกไว้ว่า ถ้าไม่รับเขาคงไม่กล้า ไหว้วานให้ลุงช่วยอีกแล้ว ลุงโชคก็เลยต้องรับค่าจ้างจากดาว ทุกครั้งที่ได้มาช่วยงาน
ดาวมองแปลงผัก ที่ถูกตัดไปแล้วบางส่วน ก็คิดว่า คงต้องรีบลงมือปลูกผักชุดใหม่เสียแล้ว ไม่งั้นจะไม่มีผักหมุนเวียน นำไปขายได้ทัน ดีที่เขามีน้ำวารีทิพย์ ช่วยให้ผักโตเร็วขึ้น
คฤหาสน์พิริยวงศ์
“เอาออกไป ไม่กิน ไม่อร่อย” สนโวยวาย ไม่อยากกินอาหารมื้อนี้ เพราะมันไม่มีความอร่อยเลย ผักก็เหม็นเขียว ทั้งที่เมื่อก่อน เขาเป็นคนชอบกินผักมาก
“ตาสนทำไมล่ะลูก อาหารก็ปรุงเหมือนเดิมเลยนะ แม่ครัวก็คนเดิม” มณีรู้สึกแปลกใจ ที่ลูกชายไม่ยอมกินข้าวเหมือนเมื่อวาน
“แม่ครับ อาหารไม่อร่อยเลย ไม่เหมือนเมื่อวาน แม่ทำแบบเมื่อวานไม่ได้เหรอ สนกินแล้วรู้สึกดีมากเลย เหมือนมีแรงขึ้น” ชายหนุ่มบอกความต้องการให้มารดารู้ หลังจากเมื่อวาน ที่ได้กินอาหารอันแสนอร่อยนั้น เขารู้สึกว่า ร่างกายตัวเองดูเบาสบาย และมีแรงขึ้น
“สาย ไปเรียกแม่ครัวมาหาฉันที่นี่” มณีหันไปสั่งความ คนสนิทของเธอ
“ได้ค่ะคุณหญิง”
ไม่นาน แม่ครัวที่รับผิดชอบทำอาหารก็มาถึง
“คุณมณีเรียกอิฉัน มีอะไรหรือจ๊ะ” แม่ครัวพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เพราะเข้าใจว่า ตัวเองน่าจะทำอะไรผิดพลาด แล้วคุณมณีเรียกมาดุ
“แม่ปาน อาหารที่ปรุงเมื่อวานกับวันนี้ ทำเหมือนกันหรือเปล่า? ทำไมคุณสนเธอกินแล้ว บอกว่าไม่อร่อย”
“คุณมณี อิฉันปรุงอาหารเหมือนเดิม ตามสูตรของอิฉันเลยจ้ะ ไม่ได้ปรับสูตรเลย” ปานตอบด้วยความจริง
มณีใช้ช้อนตักอาหารของลูกชาย เข้าปากชิม รสชาติก็เหมือนที่เธอเคยกินในบ้านหลังนี้ รสชาติก็ถือว่าใช้ได้ ไม่ได้ไม่อร่อยเหมือนที่ลูกชายบอก เธอก็จนใจที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เมื่อวานเธอยังดีใจอยู่เลย ที่ลูกชายกินอาหารได้เยอะ แต่มาวันนี้กลับบอกว่า อาหารไม่อร่อย
“ปาน เอ็งใช้วัตถุดิบอื่น ที่ไม่ได้ใช้เหมือนทุกวันหรือเปล่า” มณีถามแม่ครัว เผื่ออาจเจอต้นตอ ที่ทำให้อาหารถูกปากลูกชายเธอ
ปานคิดอยู่ครู่หนึ่ง “คุณมณี อิฉันไม่รู้ว่าจะเกี่ยวหรือเปล่า แต่เมื่อวาน ผักที่ใช้ทำอาหารดูน่ากินมาก ต้นก็อวบสวย ไม่เหมือนผักที่ใช้ทำอาหาร เหมือนที่ผ่านมาจ้ะ” ปานบอกถึงสิ่งที่เป็นไปได้ ตอนแรกเธอก็อยากลองกินผักนี้เหมือนกัน แต่ปริมาณมีจำกัด จึงไม่กล้าแตะ
เมื่อมณีได้ฟังก็นึกออก ผักนั้นแม่สา แม่ค้าขายผักที่ตลาดแบ่งให้เธอมา
“แล้วผักยังเหลืออยู่อีกไหม?”
“เหลืออยู่จ้ะ แต่ไม่มาก น่าจะทำอาหารได้จานเดียว”
“ปาน เอ็งไปทำอาหาร มาให้คุณสนเธอสักจาน เราจะได้รู้กันว่าเป็นที่อะไร”
“ได้จ้ะ” ปานรีบลงไปทำอาหาร มาให้คุณชายของบ้านทันที กลัวว่าหากช้ากว่านี้ จะไม่ทันใจเจ้านายทั้งสอง
ไม่นาน อาหารจานผักก็มาวางที่โต๊ะ พร้อมให้คุณชายของบ้านทานได้
“ลองกินดูนะลูก เผื่อถูกปาก”
สนพยักหน้า และใช้ช้อนตักอาหารขึ้นมาทาน เมื่อได้กินอีกครั้ง สนก็รู้ว่า นี่แหละคือรสชาติอาหารที่เขาต้องการ สนตักอาหารเข้าปาก ด้วยความเร็ว จนมณีและเหล่าแม่บ้านพากันแปลกใจ
อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?
ตลาดสดยิ่งเจริญ
มณีและแม่บ้าน มาที่ร้านขายผักเจ้าประจำ ในช่วงสายของวันทันที
“แม่สาย ขายดีเชียว ผักแทบไม่เหลือเลย” มณีมองดูแผงผัก ที่แทบไม่มีผักเหลืออยู่
“อ้าวคุณมณี มาซื้อผักเหรอจ๊ะ แผงของฉันแทบไม่เหลือผักแล้วจ้ะ มีคนมาซื้อไปทำงานบุญ ก็เลยหมดเร็ว” สาเล่าให้มณีฟัง
“เอ่อ แม่สา ยังมีผักที่หลานชายเอาให้อยู่บ้างไหม” มณีพูดออกไป ก็รู้สึกอายตัวเอง
“ผักนั้น ฉันแจกจ่ายให้ญาติ ๆ หมดแล้วจ้ะ เหลือไว้ทำอาหารไม่เท่าไหร่ แต่คุณถามทำไมเหรอ”
“เอ่อ ฉันอยากจะซื้อผักต่อจากแม่สาน่ะ ฉันเอาไปทำอาหารให้ตาสนกิน แล้วแกชอบมาก บอกว่าผักอร่อย”
“ฉันก็นึกว่า ฉันกับญาติคิดกันไปเอง เมื่อวานนะ อาหารที่ทำด้วยผักน่ะ อร่อยมาก กินแล้วรู้สึกสดชื่น มีแรง รู้สึกหายเหนื่อยเลยนะ แถมนอนหลับดีอีกด้วย ฉันก็นึกว่า มีแต่ฉันกับญาติที่คิดแบบนี้”
“ใช่ ๆ ตาสนบอกว่า กินแล้วสดชื่น มีแรงขึ้นมาก แม่สาบอกฉันได้ไหมว่า ฉันจะหาผักของหลานแม่สาได้ที่ไหน ตอนนี้ตาสนไม่ยอมกินอาหารอย่างอื่นเลย นอกจากผักของหลานแม่สา”
“คุณนาย ความจริงผักนี้ ก็ไม่ใช่ของหลานฉันจริง ๆ หรอก เป็นของหลานเพื่อนฉันน่ะ วันนี้เด็กมันก็เพิ่งเอาผักมาขายที่แผงฉันวันแรก พอมีคนมาเห็นว่าผักสวย ต้นใหญ่ เขาก็รุมซื้อกันหมดเลย คุณนายมาพรุ่งนี้ไหม? ฉันจะเก็บไว้ให้”
มณีได้ฟังก็รู้สึกเศร้าใจ ที่มื้อเที่ยงและมื้อเย็น ลูกชายของเธอ จะไม่ได้ทานผักอร่อยนั้น
“แม่สา ฉันรบกวนขอเบอร์ติดต่อ หลานแม่สาได้ไหม ฉันอยากได้ผัก เอาไปทำอาหารให้ลูกฉันจริง ๆ ถ้าไม่มี แกก็คงไม่ยอมทานอะไรแน่ ๆ”
เมื่อสาได้ฟังที่คุณมณีพูด ก็รู้สึกเห็นใจขึ้นมา จึงหยิบโทรศัพท์มาหาเบอร์โทร ที่เพิ่งได้มาเมื่อตอนเช้า แล้วกดโทรออก
ไร่ของดาว
มณีและเหล่าแม่บ้าน นั่งรถมาตามทางที่สาบอก จนเจอเข้ากับทางเข้าไร่ รถขับเข้าไปตามทาง และไปจอดที่หน้าบ้าน ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นบ้านของดาว เจ้าของไร่แห่งนี้
ดาว เมื่อเห็นมีรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ก็ออกไปดู เพราะคิดว่า น่าจะเป็นคนที่ป้าสาบอก
มณี แม่บ้านสองคน และคนขับรถอีกหนึ่งคนลงจากรถ ดาวเดินมายกมือไหว้ด้วยความอ่อนน้อม เพราะป้าสาแอบกระซิบมาว่า คนที่มาคือคุณมณี เศรษฐินีอันดับต้น ๆ ของจังหวัด ดาวจึงอยากผูกมิตรไว้ เผื่อในอนาคต อาจมีประโยชน์ต่อกัน
“สวัสดีครับ คุณมณี” ดาวยกมือไหว้หญิงวัยกลางคน แล้วก็ยกมือไหว้ผู้ติดตามของเธอด้วย ทำให้มณีรู้สึกถูกชะตาเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นอย่างมาก
“ไหว้พระเถอะหนู ขอโทษด้วยนะ ที่ป้ามารบกวน คือลูกชายป้าน่ะ เขาได้ทานผักหนู แล้วเขาชอบมาก ๆ ป้ากลัวจะไม่มีผักมาทำอาหารให้เขา ก็เลยมาหาหนูถึงไร่”
“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมยินดี” ดาวคิดในใจว่า จะไม่ให้ชอบผักเขาได้ไง เขาใช้น้ำวารีทิพย์รดผักเลยนะ รสชาติต้องดีกว่าผักที่อื่นแน่นอน ขนาดลุงโชคและคนงาน ที่ได้นำผักเขาไปทำอาหาร ยังติดใจเลย มาขอซื้อผักกลับไปทำอาหารเรื่อย ๆ
“เดี๋ยวผมพาไปที่แปลงผักนะครับ” ดาวพามณี และผู้ติดตามไปที่แปลงผัก ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก
เมื่อมณีได้มาเห็นสวนผัก เธอก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก สวนผักมากมาย ปลูกผักหลากหลายชนิด แต่ละต้นสวยๆ น่ากินทั้งนั้น
“คุณมณี ต้องการผักชนิดไหนบ้างครับ เดี๋ยวผมตัดให้”
“เอ่อหนู จะว่าอะไรไหม หากป้าจะขอตัดเอง ผักสวย ๆ ทั้งนั้นเลยป้าอยากลองเก็บเองดู”
เมื่อดาวได้ฟัง ก็ยิ้มออกมา “ได้สิครับ นี่ครับ ผมเตรียมตะกร้ากับที่ตัดไว้ให้แล้ว เลือกได้ตามสบายครับ สงสัยตรงไหน ถามผมได้นะครับ”