“ขอบใจมากจ้ะหนู”
จากนั้น มณีและเหล่าผู้ติดตาม ก็ถือตะกร้าไปเก็บผัก เธอรู้สึกว่า เข้ามาในไร่นี้ รู้สึกอากาศดี สดชื่นอย่างมาก มองไปรอบ ๆ ไร่ ก็ร่มรื่น พืชพรรณเขียวขจี แต่ละต้นดูดีและสมบูรณ์ นับว่าเด็กหนุ่มเจ้าของไร่ ดูแลดีจริง ๆ
แม่บ้าน 1 : คุณมณี ดูมะเขือเทศนี่สิจ๊ะ น่ากินมาก ลูกก็โต
แม่บ้าน 2 : ผักอะไรเนี่ย! ต้นอวบสวยเชียว คุณสนน่าจะชอบ
คนขับรถ : ผักสลัดก็สวยมากเลย ไม่มีแมลงกัดเลย เขาได้ฉีดยาไหมนะ?
แม่บ้าน 1 : ดูผักบุ้งกับคะน้านี่สิ สวย ๆ ทั้งนั้น
แม่บ้าน 2 : มะเขือเปราะก็น่ากิน ลูกใหญ่ แต่ดูไม่แก่เลย
และอีกสารพัดคำพูดชื่นชม ของแม่บ้านและคนรถ ส่วนมณีนั้น เลือกผักที่คิดว่า ลูกชายตัวเองชอบกิน เธอคิดว่า จะเก็บไปเยอะสักหน่อย จะได้มีทำอาหารหลาย ๆ วัน แล้วก็คงต้องไปสั่งจองผักไว้กับสา เพราะถ้าหากจะให้มาซื้อถึงที่ไร่ทุกครั้ง ก็คงจะไม่สะดวก
ทั้งสี่คน เมื่อเก็บผักได้ตามที่ต้องการ ก็เดินไปหาดาว ที่กำลังใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งต้นไม้อยู่
“หนู ป้าเก็บผักเสร็จแล้วจ้ะ” มณีเอ่ยบอกเด็กหนุ่ม
“อ๋อ ครับเดี๋ยวผมช่วยถือครับ”
ดาวนำผักที่เก็บมาชั่งกิโล ราคาคิดตามที่ขายส่งให้ป้าสา เพราะดาวคิดว่า คุณมณีอุตส่าห์ขับรถมาไกล จากในตัวเมือง เพื่อมาซื้อผักของเขา
เมื่อดาวบอกราคาผัก มณีก็จ่ายเงิน แล้วยังมีทิปให้อีก ทั้ง ๆ ที่ดาวไม่ได้บริการอะไรมากมายเลย แต่ดาวก็ยกมือไหว้ขอบคุณ
“เอ่อ หนู ป้าถามอะไรหน่อยสิ อย่าว่าป้าละลาบละล้วงนะ ป้าแค่สงสัย ทำไมผักของหนู ถึงได้สวยน่าทาน แถมยังไม่มีแมลงมากัดกินอีก”
“ที่ไร่ของผม ใช้ปุ๋ยสูตรพิเศษ ที่ผมคิดค้นขึ้นมาเองครับ จึงทำให้พืชผักสวยงาม และผมใช้น้ำหมักจากธรรมชาติ ที่ผมคิดค้นขึ้นเอง มาฉีดที่ผักครับ ทำให้ไม่มีแมลงมากัดกินใบของมัน” ดาวจำเป็นต้องตอบแบบนี้ ไม่อย่างนั้น คงมีคนสงสัยแน่ ๆ
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง งั้นป้ากลับแล้วนะหนู”
“สวัสดีครับ” ดาวยกมือไหว้คุณหญิงมณีและผู้ติดตาม
เมื่อรถเคลื่อนออกไป ดาวก็มาคิดดูว่า หากเขาทำปุ๋ยหมักกับน้ำหมักขายจะดีไหมนะ แต่ให้เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน
ตอนบ่ายแก่ ๆ ลุงโชคก็พาคนงานมาช่วยดาวตัดผัก เพื่อเตรียมส่งให้ป้าสา ดาวคิดว่า จะจ้างคนงานประจำ เพื่อตัดผักถอนหญ้า และดูแลไร่ จึงลองปรึกษาลุงโชคดู
“ลุงว่า ไอ้แดงเป็นไง มันไม่มีพื้นที่ทำกิน ตอนนี้มันก็อาศัยรับจ้างไปเรื่อยกับลูกชายของมัน”
“แล้วนิสัยเขาเป็นยังไงบ้างครับ ไว้ใจได้ไหม” ดาวถามลุง เพราะไม่อยากได้คนไม่ดีมาทำงาน
“เท่าที่ลุงดู มันก็นิสัยดีนะ ขยันทำงาน ตั้งแต่เมียมันเสีย มันก็รับจ้างหาเลี้ยงดูลูกมัน เมียก็ไม่มีใหม่ ลูกมันก็น่าจะอายุพอ ๆ กับหลานนี่แหละ”
“งั้นลุงติดต่อให้ผมได้ไหมครับ ส่วนเรื่องค่าจ้าง ผมจะให้เป็นรายวัน วันละ 350 เธียร์ ถ้าผ่านงานแล้ว ผมจะปรับให้เป็นวันละ 400 เธียร์ครับ”
“ได้ ๆ เดี๋ยวลุงจะลองไปคุยดู ว่าแต่ค่าจ้างแพงกว่าที่อื่นอีก หลานไหวแน่นะ”
“ไหวครับลุง ตอนนี้ผมพอมีรายได้แล้ว ส่วนที่ผมจ้างแพงกว่าที่อื่น ก็เพื่อเป็นการกระตุ้น ให้เขาอยากทำงานกับเรา ถ้าผมจ้างขนาดนี้แล้ว ไม่ตั้งใจทำงาน ผมคงไม่กล้าจ้างต่อหรอกครับ”
“อือ ความคิดดี นังดากับไอ้เขม เลี้ยงเอ็งมาดีจริง ๆ” ลุงโชคตบไหล่หลานชายเบา ๆ
“ลุงกลับแล้วนะ เดี๋ยวเช้ามืดลุงมารับ”
“ครับลุง ขอบคุณครับ”
หลังจากที่ลุงโชค และคนงานกลับไปแล้ว ดาวก็เดินไปที่สวนสมุนไพรที่เขาปลูกไว้ สวนสมุนไพรนี้ ดาวให้คนงานล้อมรั้วสูง เพื่อป้องกันสายตาคนอื่น ไม่ให้มองเข้าไปเห็น เพราะสมุนไพรหลาย ๆ ต้น ก็ไม่มีในโลกใบนี้ แล้วก็ยังมีสมุนไพรหายาก และมีราคาแพงมหาศาลของโลกใบนี้ อยู่อีกมากมาย
ดาว นำสมุนไพรออกมาจากมิติจิตของตน เมื่อไหร่ที่นำสมุนไพรออกมาหมด มิตินั้นก็จะหายไป เรื่องนี้ท่านเทพ ได้บอกกับดาวไว้แล้ว
ดาวใช้เวลารดน้ำ และถอดวัชพืชออกจากแปลงสมุนไพร อยู่จนตะวันตกดิน สวนสมุนไพรนี้ ดาวจะให้คนงานมาทำไม่ได้ เพราะมันอาจนำภัยมาสู่ตัวดาวได้ เพราะฉะนั้น ชายหนุ่มเลยต้องลงมือทำเอง
ตลาดสดยิ่งเจริญ
“นังสา ข้าเอาผักมาส่ง” ลุงโชคบอกกับเพื่อนเก่า
“เออ มา ๆ วันนี้ได้ครบใช่ไหม” สาเดินไปดูผักชนิดต่าง ๆ ที่ทยอยขนลงจากรถกระบะ จดบัญชีและให้คนงานชั่งน้ำหนัก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย สาก็จ่ายเงินให้กับดาวทันที
หลังจากที่ดาว และลุงโชคกลับไป สาก็นั่งขายผักเหมือนเดิม
“แม่ค้า ผักนี่ขายยังไง” ลูกค้าสาวใหญ่คนหนึ่ง ถามราคาผัก
“อ๋อ โลละ 25 เธียร์จ้ะ” สา ตอบออกไป
“ฉันเหมาหมด นี่ด้วย นี่ด้วย อันนี้ด้วย” ลูกค้าชี้ไปที่รายการผัก ที่เธอต้องการ
เมื่อสาได้ยิน ก็ตกใจว่า ทำไมลูกค้าซื้อเยอะจัง
“ได้จ้ะ ได้จ้ะ เก่งเอ๊ย! มาจัดการเข็นผักไปส่งลูกค้าหน่อย” สาตอบรับลูกค้า แล้วก็หันไปเรียกลูกจ้าง ที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่
เมื่อลูกค้าจ่ายเงิน สาก็ให้ลูกจ้างเข็นผักไปส่งถึงที่รถ ยังไม่สว่าง ก็ขายได้เยอะเลย สาคิดในใจ เหมือนสานึกอะไรออก ก็รีบไปแบ่งผักของดาวไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปประกอบอาหารที่บ้าน ผักอร่อยแบบนี้ ถ้าไม่เก็บไว้ มีหวังหมดก่อนแน่นอน
“แม่ค้า ผมเอาผักนี่ ผักนี่ด้วย แล้วผักกะหล่ำไม่มีเหรอแม่ค้า” ลูกค้าหนุ่มที่มาซื้อผักประจำ ถามถึงผักที่เขาต้องการ
“มีคนมาเหมาไปเมื่อกี้เองพ่อหนุ่ม ลองไปดูแผงนู้นดู น่าจะมี” สาบอกลูกค้า และชี้ไปที่แผงผัก ที่เป็นมิตรต่อกัน เพื่อให้ลูกค้าไปเลือกซื้อ
“ผมอยากได้ผักจากแผงแม่ค้า เมื่อวานผมซื้อไปทำอาหารขาย คนชอบกันมาก บอกผักที่ผมซื้อไปทำมันอร่อย กินแล้วรู้สึกมีกำลังวังชา ไอ้ผมก็คิดว่าเขาโม้กัน ผมก็เลยกินดู แม่ค้ารู้ไหมเกิดอะไรขึ้น?”
“เกิดอะไรขึ้นวะ?” สารอคอยคำตอบ ด้วยความลุ้นระทึกว่า จะเหมือนที่เธอรู้สึกไหม
“ผมกินแล้ว มันทำให้ผมหายเมื่อยเลย แขนนี่นะ ใช้ผัดข้าวทั้งวันจนปวด พอได้กินอาหารที่ทำจากผักนี้ ทำให้ผมแทบหายปวดเลย แถมผมยังรู้สึกว่า สมองโล่ง โปร่งสบาย ผมคิดว่า ต้องเป็นเพราะผักนี่แหละ เพราะลองเอาผักจากเจ้าอื่นไปทำอาหารแล้ว ไม่รู้สึกอะไรเลย”
หลังจากที่ลูกค้าสาธยายมานาน จึงหยุดหายใจ
“บ๊ะ! เอ็งก็รู้สึกเหมือนข้าใช่ไหม เอาเป็นว่า พรุ่งนี้ข้าจะสั่งมาเพิ่ม แต่วันนี้ดูอย่างอื่นไปก่อนสิ มาจากไร่เดียวกัน รับรองอร่อยเหมือนกัน” สาช่วยโฆษณา
“จริงรึ งั้นผมเอานี่กับนี่เพิ่ม พรุ่งนี้ แม่ค้าเก็บผักไว้ให้ผมหน่อยนะ ผมจ่ายเงินไว้ก่อนเลย” ลูกค้าชายควักเงินเตรียมจ่าย
“เฮ้ย! ไม่ต้อง ข้าเป็นคนรักษาคำพูด ว่าแต่จะเอากี่โล ข้าจะได้เก็บไว้ให้ แล้วชื่ออะไร เดี๋ยวลืม”
“ผมชื่อพจ เอากะหล่ำ 10 โล มะเขือเทศ 2 โล ผักบุ้ง 3 โล ผักสลัด 2 โล”
“โอเค เดี๋ยวข้าเก็บไว้ให้ แต่รีบมาเอาล่ะ อย่ามาสาย เดี๋ยวมีคนมารุมแย่ง” สาจดรายการลงในสมุดบันทึกของเธอ แล้วบอกเวลาในการมารับผักของลูกค้า
“ได้เลยแม่ค้า ฉันจะรีบมาเลย”
จากนั้นไม่นาน ก็มีลูกค้ามาซื้อผักอย่างต่อเนื่อง บางคนถึงขั้นแย่งผักกันเลยก็มี จนสาต้องออกมาห้ามทัพ แล้วบอกว่า จะเพิ่มปริมาณผักในวันพรุ่งนี้ ลูกค้าที่ไม่ได้ผัก จึงยอมล่าถอยไป
_ _ _ _ _