บทที่ 18 เป็นข่าว (1/2)

1272 Words
หยางได้รับรายงานจากเลขาว่า ผักจากไร่เคียงดาวที่ขายในห้างสรรพสินค้านั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของลูกค้าที่ต้องการซื้อ เลยทำให้ลูกค้าหลายคน มาโวยวายใส่พนักงานขาย และบางรายก็ขอให้ห้างสรรพสินค้า ขายผักในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม หยางก็คิดอยู่ว่า ปริมาณผักที่มี ไม่เพียงพอต่อความต้องการแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะตั้งราคาสูง แต่ก็ยังมีคนที่ต้องการผักพวกนี้ โดยที่ไม่สนใจจำนวนเงินที่จ่ายไปเลย ‘ใช่สิของดีใครจะไม่อยากกินล่ะ’ “ฮัลโหลดาว คุยได้ไหม?” หยางโทรหาดาวทันที ที่คิดเรื่องบางอย่างออก [สวัสดีครับคุณหยาง คุยได้ครับ มีอะไรหรือเปล่า?] “ตอนนี้ผักที่ขายในห้าง ไม่พอขายเลย มีแต่คนต้องการกันทั้งนั้น” [คุณจะให้ผมปลูกผักเพิ่มให้เหรอครับ?] ดาวคิดว่าต้องเป็นเรื่องนี้แน่นอน “ก็ประมาณนั้น เธอโอเคไหม?” [โธ่! คุณหยาง ทุกวันนี้เวลาพักผ่อนผม ก็แทบไม่มีแล้ว มีเรื่องในไร่ให้จัดการเยอะมาก ขอให้ผมมีเวลาพักบ้างเถอะ] ดาวอดบ่นออกมาไม่ได้ “ฉันเข้าใจเธอนะ งั้นพับเรื่องนี้ไปก่อนก็ได้” หยางไม่อยากทำให้ดาวไม่สบายใจ “เรื่องรีสอร์ตเปิดใหม่ ฉันดีใจกับเธอด้วยนะ ถ้าฉันว่าง ก็ว่าจะไปพักผ่อนสักหน่อย” หยางได้ข่าวเรื่องดาวเปิดรีสอร์ตที่ใหม่ แต่ยังไม่มีโอกาสกล่าวคำยินดี [ขอบคุณครับ ถ้าคุณว่างก็โทรมาบอกก่อนนะ ผมจะได้ล็อกห้องพักไว้ให้] เพราะรีสอร์ตมีคนเข้ามาพักตลอด เขากลัวว่าห้องจะไม่ว่าง [แล้วที่คุณบอกว่า อยากให้ผมปลูกผักเพิ่มให้ ผมก็พอมีเวลาทำได้อยู่นะ] ดาวรู้สึกเสียดายเงินก้อนโตทันที เหนื่อยหน่อยแต่ถ้าทุกอย่างลงตัว เขาก็จะนอนนับเงินเล่นสบายเลย “เธอพูดจริงเหรอ? ฉันจะให้ราคาผักเพิ่มมากขึ้น ถ้าเธอตกลง” หยางพูดด้วยความยินดี [แล้วคุณจะได้กำไรเหรอ?] เพราะทั้งค่าขนส่ง ค่าซื้อที่ดิน หยางเป็นคนออกเงินทั้งหมด “ได้สิ ฉันขายผักของเธอที่เมืองหลวง แพงกว่าราคาผักทั่วไปหนึ่งเท่า” [โหคุณ! เอาเปรียบผู้บริโภคหรือเปล่าเนี่ย? ขายแพงจัง] ดาวอดว่าชายหนุ่มไม่ได้ ที่ขายผักแพงมาก “ขนาดขายแพง ยังไม่พอขายเลย เธอก็น่าจะรู้ว่าผักของเธอ มีประโยชน์ยังไงบ้าง ขนาดที่บ้านฉัน ยังกินแต่ผักของเธอเลย ผักทั่วไปไม่สามารถกลับไปกินได้แล้ว แม่ฉันชอบมาก บอกว่ากินแล้วรู้สึกร่างกายแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า ผิวพรรณดีขึ้น ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ฉันว่าขายราคานี้ ยังถูกไปด้วยซ้ำ” แต่ดาวกลับคิดต่าง เพราะเขาอยากให้ชาวบ้านทั่วไปได้กินผักเหล่านี้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง [ถ้าคนเมืองหลวงรู้ว่า ที่เวียงฟ้าไม่ได้ขายผักราคาเหมือนที่นั่น จะไม่เป็นอะไรเหรอครับ?] ดาวกังวลใจ “เธออย่ากังวลเลย ที่นั่นอยู่ใกล้ไร่ของเธอ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีเยอะเหมือนที่นี่ อีกอย่างเธอคงไม่รู้ว่า พ่อค้าที่ไปรับผักผลไม้ของเธอที่ไร่ ก็ขายราคาแพงกว่าผักผลไม้ทั่วไปเหมือนกัน เธออย่าลืมนะ ทุกอย่างต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ทั้งค่าแรง ค่ารถ ค่าน้ำมัน ฉันว่ามันสมเหตุสมผลแล้วนะ” [ก็ได้ครับ แล้วแต่คุณเลย] ดาวที่ฟังหยางร่ายยาว ก็ไม่มีคำจะเถียง เพราะที่เขาพูดมา ก็เป็นเรื่องจริงทั้งหมด หากขายแพง แต่ผู้ซื้อไม่ซื้อก็ได้ คนขายก็ไม่ได้บังคับ แต่ถ้าขายแพง แล้วคนซื้อยังซื้ออยู่ นั่นก็เป็นความเต็มใจของผู้ซื้อ คนขายก็ไม่ได้บังคับอีก “ฉันจะให้ศักดิ์ไปหาซื้อที่เพิ่ม จะให้อยู่ใกล้ไร่ของเธอให้มากที่สุด ฉันฝากเธอจัดหาที่พักให้เขาด้วย” [ได้ครับไม่มีปัญหา แล้วคุณศักดิ์จะเดินทางมาวันไหนครับ?] “อีกสองวัน เดี๋ยวฉันโทรบอกเธออีกที” [โอเคครับ] “แล้วก็ขอบใจ เรื่องที่เธอฝากทุเรียนมาให้ด้วยนะ คุณแม่ฉันท่านชอบมาก แล้วท่านก็อยากสั่งซื้อจากเธออีก” [ผมดีใจนะครับที่ท่านชอบ ไว้ผมจะฝากไปกับรถบรรทุกอีกนะครับ] “อือ ได้สิ แล้วก็แม่ของฉัน ท่านอยากเจอเธอมากเลย ฉันบอกเรื่องที่เธอเป็นคนรักษาฉันแล้วนะ แล้วท่านก็รับปากแล้วว่าจะไม่บอกใคร” [อ๋อ ครับ ถ้าผมมีโอกาสไปเมืองหลวง ผมจะไปไหว้ท่านครับ] แล้วทั้งสองก็จบการสนทนาเพียงเท่านั้น ดาวจึงกลับไปเดินดูความเรียบร้อยในไร่ต่อ สองวันต่อมา ศักดิ์เดินทางมาถึงที่ไร่เคียงดาว และเข้าพักในรีสอร์ตที่เปิดใหม่ เขาเดินชื่นชมกับธรรมชาติไปเรื่อย ๆ ทั้งน้ำตก ลำธาร และไร่ลูกท้อที่เริ่มออกดอกเต็มแล้ว ที่บริเวณน้ำตก ก็มีต้นพญาเสือโคร่งปลูกไว้รอบ ๆ ถ้าโตและออกดอก คงสวยเหมือนรีสอร์ตด้านล่างแน่นอน ศักดิ์รู้สึกขอบคุณเจ้านาย ที่ส่งเขามา เหมือนได้พักผ่อนเลย จากนั้นเขาก็เริ่มไปติดต่อผู้ใหญ่บ้าน ให้สอบถามให้หน่อยว่า มีใครต้องการขายที่ดินหรือไม่ โดยให้ค่าน้ำร้อนน้ำชาไปด้วย ไม่นานก็เริ่มมีชาวบ้านหลายราย เข้ามาสอบถามกับผู้ใหญ่บ้าน ถึงราคาที่รับซื้อ ผู้ใหญ่บ้านก็นัดแนะวันให้ศักดิ์ และชาวบ้านมาพูดคุยกัน ศักดิ์สนใจเฉพาะที่ดิน ที่ติดกับไร่เคียงดาวมากกว่า หรือที่ดินที่เป็นผืนใหญ่อยู่ไม่ไกลมาก จนสามารถรวบรวมมาได้จำนวน 300 ไร่ แต่เขาก็ต้องเสียค่าที่ดิน ในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดเกือบสองเท่า เพราะชาวบ้านส่วนมาก ไม่ได้ต้องการขาย แต่เมื่อถามศักดิ์ว่า จะเอาที่ดินไปทำอะไร ศักดิ์ก็บอกจะเอาไปให้ไร่เคียงดาวปลูกผัก แล้วส่งผักไปขายที่เมืองหลวง ชาวบ้านจึงยอมขายให้ เพราะไร่เคียงดาว พวกเขาจึงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อได้เงินมา ชาวบ้านก็พากันไปซื้อที่ดินผืนใหม่ต่อ แม้อาจจะอยู่ไกลบ้าน แต่ราคาก็ถูกกว่าที่ขายให้ศักดิ์อยู่มาก และยังมีเงินเหลืออีก ศักดิ์ติดต่อหาหยางทันที เมื่อได้ที่ดินมาเยอะพอสมควรแล้ว “นายจะให้ผมแจ้งคุณดาวเลยไหมครับ?” ศักดิ์ต้องรอเจ้านายอนุมัติคำสั่งก่อน [แจ้งดาวได้เลย บอกเขาเกี่ยวกับที่ดิน และชี้เขตแดนให้ชัดเจน จากนั้นก็แล้วแต่ดาวที่จะจัดการ เมื่อเรื่องเสร็จก็กลับมาได้เลย] “ครับนาย” ศักดิ์รับคำ และไปดำเนินการทันที ดาวได้ดูเขตแดนที่ดินจากศักดิ์ ก็ตกใจที่เห็นว่า สามารถหามาได้ตั้ง 300 ไร่ 100 ไร่ ติดกับไร่เคียงดาวสอง ทางทิศใต้ ส่วนอีก 200 ไร่ ติดกับไร่ของหยางฝั่งถนนทิศตะวันออก ดาวจ้างคนงานในหมู่บ้านภูวา และหมู่บ้านใกล้เคียง มาจัดการปรับหน้าดินทันที เดิมที่ดินเป็นพื้นที่ราบและเป็นเนินบ้าง แต่ไม่ได้ติดภูเขามาก ต้นไม้ก็ไม่ค่อยมี เพราะเป็นพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านมาก่อน จึงทำให้ง่ายต่อการปรับพื้นที่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD