วันนี้มีนักท่องเที่ยว มาพักที่รีสอร์ตเต็มหมดทุกหลัง ส่วนลานกางเต็นท์นั้น หลังจากที่มีข่าวลือเรื่องขอพร ก็มีคนมากางเต็นท์จนเกือบเต็มลาน แต่ดาวก็ต้องจำกัดคน เพราะถ้าคนแน่นไป มันจะไม่ใช่การพักผ่อนแล้ว มันจะเป็นการแย่งกันเที่ยว แย่งกันกิน แย่งกันใช้แทน ดาวต้องการให้คนที่มาพักที่ไร่ของเขา ผ่อนคลายที่สุด สงบ ไม่วุ่นวาย และดื่มด่ำกับธรรมชาติให้มากที่สุด
“ขนาดไม่ได้เปิดให้เที่ยวไร่ ก็ยังมีคนเข้ามาจองห้องพักเต็มเลย กิจการเป็นไปด้วยดีสินะ” สนที่แวะมาหาดาวที่ไร่พูดขึ้น หลังจากที่เข้ามานั่งในศาลา ที่ดาวเอาไว้คุยงาน
“ใช่ครับ คนมาเข้าพักเยอะขึ้น อาจเพราะมีคนเอาไปรีวิวในโซเชียล คนก็เลยอยากมาพักน่ะครับ” ดาวพูดพร้อมมองออกไปที่ทางเข้าไร่ ที่เหมือนจะมีนักท่องเที่ยวมาอีก
“แบบนี้ต้องทำรีสอร์ตเพิ่มแล้วแหละ พี่มาทีไร จองไม่ทันคนอื่นตลอด” สนที่อยากมาพักที่ไร่สักสองถึงสามคืน พูดอย่างเสียดาย
“ผมก็คิดไว้เหมือนกันครับ ว่าอยากซื้อที่เพิ่ม ที่ติดกับไร่ของผมนี่แหละ แต่คงต้องถามเจ้าของเขาก่อนว่า เขาอยากขายไหม” ดาวเองก็คิดเรื่องนี้เช่นกัน
“แบบนั้นก็ดีเลย” สนหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก็พูดต่อ
“แล้วนี่ ดาวคิดจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยไหม? อย่าว่าพี่นะ แต่พี่คิดว่า ดาวควรจะเรียนต่อ เพราะมันสามารถเป็นใบเปิดทาง ในเรื่องบางเรื่องได้” สนพูดเพราะความหวังดี
“ผมก็คิด ๆ อยู่ครับ แต่ตอนนี้ที่ไร่ยังไม่เข้าที่เข้าทางเลย ถ้าผมไม่อยู่ ไม่รู้ว่าที่ไร่จะเป็นยังไง ผมอดห่วงไม่ได้ครับ” ดาวพูดถึงความกังวลใจ
“พี่เข้าใจเราเรื่องนี้นะ รอไปสักพักให้เข้าที่กว่านี้ก็ได้ แต่ถ้าเราห่วงว่า ต้องไปอยู่ไกลไร่ ก็หามหาวิทยาลัยที่เขาสอนทางออนไลน์ได้นะ พอถึงเวลาสอบก็เดินทางไปสอบแค่นั้น”
“มีแบบนี้ด้วยเหรอครับ?” ดาวสนใจขึ้นมาทันที เพราะที่โลกเก่าของเขา ต้องเข้าเรียนในห้องเรียนทุกคาบ ไม่เหมือนแบบนี้
“ใช่ แต่เราก็ต้องขยันเรียนมากกว่าเดิมเยอะเลยนะ”
“ผมสนใจครับ แต่ว่า ขอเวลาอีกหน่อยแล้วกัน”
“ดีแล้ว เอ่อ! แม่พี่ให้มาซื้อผักผลไม้กลับบ้านไปด้วยน่ะ” สนเพิ่งนึกออกว่า มารดาให้มาซื้อผัก และผลไม้กลับบ้านไปด้วย
“ได้ครับ เดี๋ยวผมให้คนงานไปเก็บให้ พี่สนเอาผักผลไม้ชนิดไหนบ้างครับ?”
“แป๊บนะ” สนล้วงแผ่นกระดาษขนาดเท่าฝ่ามือ ออกมาส่งให้ดาว นั่นคือรายการผักและผลไม้ ที่มารดาฝากซื้อ
“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปบอกคนงานก่อน” ดาวคลี่กระดาษดูรายการ แล้วก็เดินไปบอกคนงาน ให้ไปเก็บผักตามรายการที่สนให้มา
ตอนเย็น ลุงโชคแวะมารับพลอยกลับบ้าน เหมือนทุกวัน แต่วันนี้ดาวมีเรื่องขอความช่วยเหลือจากลุงโชค จึงนั่งรออยู่กับพลอย
“สวัสดีครับลุงโชค” ดาวยกมือไหว้ญาติผู้ใหญ่
“เออ ว่าไงหลาน สบายดีนะ” ลุงโชคที่ไม่เจอดาวมาหลายวันเอ่ยทักทาย
“สบายดีครับ ลุงน่ะสิ ไม่ค่อยมาที่ไร่ผมเลย”
“ตอนนี้ไร่ลุง เริ่มเก็บเกี่ยวแล้ว ต้องคอยดูหน่อย ถ้าว่างลุงก็มาเหมือนเดิมแหละ”
“ครับ” ดาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เอ่อ ลุงครับ ผมอยากซื้อที่เพิ่มหน่อยครับ” ดาวพูดถึงจุดประสงค์ที่ต้องการ
“หลานอยากได้ที่ตรงไหนล่ะ? เดี๋ยวลุงไปถามให้”
“ผมอยากได้ที่ดิน ที่อยู่เหนือรีสอร์ต กับลานกางเต็นท์น่ะครับ”
“ที่ตรงนั้น เหมือนจะเป็นของตาศรี แต่ยังไง เดี๋ยวลุงไปถามให้ ได้เรื่องยังไง เดี๋ยวลุงมาบอกนะ”
“ขอบคุณครับลุง”
จากนั้นชายชรา ก็พาลูกสาวกลับบ้านไป
สามวันต่อมา
ลุงโชคก็มาหาดาว เรื่องที่ดินที่ดาวต้องการ
“ลุงไปถามตาศรีให้แล้วนะ แกไม่ค่อยอยากขายเท่าไหร่ เพราะมันก็ไม่ค่อยเดือดร้อนเรื่องเงิน แต่แกถามว่าหลานจะเอาที่ดินไปทำอะไร? ลุงก็เลยว่า จะพาหลานไปหาแกหน่อย วันนี้ตอนเย็น หลานว่างไหม? เดี๋ยวลุงพาไปหาตาศรีที่บ้าน”
“ว่างครับ” เมื่อดาวได้ฟังที่ลุงโชคเล่ามา ก็คิดว่าคงไม่ง่ายเลย
ตอนเย็น ลุงโชคมารับดาวที่ไร่ เพื่อเดินทางไปบ้านตาศรี ที่อยู่ในหมู่บ้านภูวา เมื่อไปถึงดาวสังเกตว่า บ้านของตาศรีดูค่อนข้างเป็นคนมีเงิน เพราะบ้านใหญ่โตโอ่อ่ามากทีเดียว
“นี่ตาศรี ส่วนนี่ดาวหลานข้า” ลุงโชคแนะนำให้ดาว และตาศรีให้รู้จักกัน
“สวัสดีครับ” ดาวยกมือไหว้ตาศรี ชายชราที่น่าจะอายุประมาณ 70 ปีได้
“เออ ๆ เข้ามาในบ้านก่อนมา” ตาศรีพาลุงโชคและดาวเข้าไปนั่งที่ห้องรับแขก แล้วจากนั้นก็เริ่มพูดคุยเรื่องที่ดินทันที
“ไอ้โชคมันบอกว่า เอ็งอยากได้ที่ตรงนั้น เอ็งจะเอาไปทำอะไร?” ตาศรีถามดาว
“ถ้าผมได้ที่ดินตรงนั้น ผมจะเอาไปทำรีสอร์ต แล้วก็ปลูกผักและผลไม้ครับ” ดาวบอกสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ให้ตาศรีฟัง
“บอกตามตรง ข้าไม่ได้อยากขายที่ตรงนั้นเลย จะเอาไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานมัน”
“ผมเข้าใจนะครับ ที่ตาศรีพูดมา เพราะหากเป็นผม ก็อยากเก็บไว้เหมือนกัน แต่ที่ผมอยากได้ เพราะเป็นที่ดินเชื่อมติดกับที่ผมพอดี และเป็นแนวเดียวกับรีสอร์ตของผมครับ”
“แล้วถ้าได้ที่ไป เอ็งจะจ้างคนงานที่ไหนไปทำงาน?” ตาศรีถามดาว
“ก็ต้องเป็นชาวบ้านละแวกนี้แหละครับ พวกเขาจะได้มีรายได้เพิ่ม ส่วนใหญ่ก็เคยไปรับจ้างทำงานชั่วคราว ที่ไร่ของผมแล้ว”
ตาศรีใช้เวลาคิดอยู่พักหนึ่ง เพราะชายชรารู้ว่า ไร่ของดาวเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผักและผลไม้ก็ขายดี พวกชาวบ้านต่างก็มีรายได้ จากการไปทำงานที่ไร่ของดาว ไม่ต้องดิ้นรนเข้าไปหางานในเมืองอีก บางคนก็สามารถอยู่ได้สบาย
หากว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต้องการขยายไร่ และจ้างงานพวกชาวบ้าน เขาก็พร้อมที่จะขายที่ดินตรงนั้นให้ เพราะตอนนี้ ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ปล่อยให้หญ้าและต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด ถือว่าเป็นการทำให้หมู่บ้านของเขา มีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมา เศรษฐกิจก็น่าจะดีตาม คนจะได้ไม่อด ๆ อยาก ๆ อีก
“ข้าจะขายที่ดินตรงนั้นให้เอ็ง ขอแค่เอ็งพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนที่นี่ ให้ดีขึ้นก็พอ” ชายชราเมื่อไตร่ตรองได้แล้ว จึงบอกกับดาว
ดาวรู้ว่า ชายชราต้องการสื่อถึงอะไร เขารู้ว่า ยังมีอีกหลายคนที่ลำบาก เขาก็ตั้งใจไว้แล้ว หากจะจ้างคนงาน ก็ต้องเลือกคนในหมู่บ้านก่อน
“ผมตกลงครับ และสัญญาว่า จะช่วยพัฒนาให้หมู่บ้านของเรา ดีขึ้นแน่นอน”
จากนั้นตาศรี ก็ตกลงราคาซื้อขายที่ดินกับดาว อยู่ที่ราคาไร่ละ 25,000 เธียร์ ตอนแรกดาวคิดว่า ราคาแพงกว่าที่อื่นมาก แต่ตาศรีบอกว่า เขาไม่ได้ขายที่ดินให้อย่างเดียว แต่ยังมีอย่างอื่นอีก ดาวคิดว่าราคานี้สู้ไหว จึงตกลงกันได้ในที่สุด
สามวันต่อมา
ดาวนัดกับตาศรี ที่กรมที่ดิน เพื่อจัดการเรื่องการซื้อขายให้แล้วเสร็จ ดาวจัดการโอนเงินจำนวน 5,825,000 เธียร์ ให้ตาศรี แล้วโฉนดที่ดินจำนวน 233 ไร่ ก็มาอยู่ในมือของเขาแล้ว
_ _ _ _ _