เมื่อหยางคุยกับดาวเรียบร้อยแล้ว ก็สั่งความกับศักดิ์ทันที
“ศักดิ์”
“ครับนาย”
“ให้คนของเรา เตรียมรถบรรทุกห้องเย็น ไปรับผักที่ไร่เคียงดาว ในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ทันที ห้ามมีอะไรผิดพลาด เตรียมรถไปสักสิบคันก่อน”
“เอ่อ นายครับ คุณดาวปลูกผักโตพร้อมเก็บแล้วเหรอครับ” ศักดิ์พูดอย่างแปลกใจ เพราะเขาเพิ่งกลับมาจากไร่นั้น ไม่ถึงสามเดือน เลยด้วยซ้ำ
“ใช่ เด็กนั่นส่งข้อความมา บอกว่าผักพร้อมเก็บแล้ว รูปที่ส่งมาก็ไม่โกหก” หยางอธิบายให้ศักดิ์ฟัง
“คุณดาวนี่สุดยอดจริง ๆ เลยครับ ผมจะรีบไปจัดการเรื่องรถให้ จะไม่ให้เกิดเรื่องผิดพลาดแน่นอนครับ”
จากนั้นศักดิ์ก็เดินทาง ไปที่ศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่หยางบริหาร ศักดิ์สั่งการให้รถบรรทุกห้องเย็น ทั้งหมดสิบคัน เดินทางไปที่ไร่เคียงดาวทันที กำหนดการเดินทาง คือตอนเช้าของวันพรุ่งนี้
ศักดิ์ได้แชร์โลเคชันของไร่เคียงดาว ให้กับพนักงานขับรถทุกคน จากนั้นก็เดินทางกลับทันที
ดาวมองแปลงผัก 180 ไร่ตรงหน้า ตอนนี้เขาได้จ้างให้คนงานมาเก็บผักแล้ว หลังจากได้รับการยืนยันจากหยาง
ก่อนหน้านี้ ดาวได้เรียกประชุมคนงานทุกคนในไร่ เพื่อบอกข่าวว่า ตอนนี้ผักฝั่ง 180 ไร่ พร้อมเก็บขายแล้วบางชนิด ดาวให้พนักงาน ที่ทำงานในไร่เคียงดาวหนึ่งและสอง ยังทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิม เพียงแต่หากใครมีญาติ หรือคนที่รู้จัก ที่อยากทำงาน ดาวก็จะจ้างมาเก็บผัก ให้เป็นรายวัน วันละ 300 เธียร์
เมื่อคนงานในไร่ได้ฟัง ก็ดีใจกันใหญ่ เพราะจะได้ไปบอกญาติและคนรู้จักของตัวเอง เพราะตั้งแต่ที่พวกเขา ได้เข้ามาทำงานในไร่เคียงดาวนี้ ก็มีคนมาถามว่า เมื่อไหร่จะรับคนงานเพิ่มอีก เพราะเจ้าของไร่ให้ค่าแรงเยอะกว่าทำงานในเมือง แถมมีวันหยุดให้ด้วย จึงมีคนอยากเข้ามาทำงานที่ไร่เยอะมาก แต่เจ้าของไร่ก็รับคนจำกัด
“คุณดาวครับ ผมให้เด็กวัดมาทำงานด้วยได้ไหมครับ เด็กอายุประมาณ 10-12 ปีครับ” มิ่งถามขึ้น
เพราะมิ่งเป็นเด็กวัดมาก่อน ถึงตอนนี้จะหาซื้อที่ปลูกบ้านกับน้องชายได้แล้ว แต่เขาก็กลับไปหาหลวงพ่อ ที่อุปการะเลี้ยงดูเขามาบ่อย ๆ เพื่อดูแลพูดคุย และซื้อของไปให้ท่าน
มิ่งเห็นว่า ที่วัดยังมีเด็กที่พ่อแม่เอามาทิ้งไว้ อีกประมาณห้าถึงหกคน แต่ละคนหลวงพ่อ ก็ส่งเสียให้เรียนหนังสือ ค่าใช้จ่ายในวัดก็เยอะ เมื่อมิ่งเห็นว่าดาวต้องการคนงาน จึงได้ถามขึ้น เพราะกลัวว่าดาวจะไม่รับเด็ก ๆ มาทำงาน
“ได้สิครับ แต่เรื่องค่าแรง ผมขอดูการทำงานของเด็ก ๆ ก่อนนะครับ ถ้าทำไม่เต็มที่ ผมคงให้เท่าผู้ใหญ่ไม่ได้” ดาวบอกกับมิ่ง
“และหากญาติ หรือคนรู้จักของใคร ทำงานไม่เต็มที่ ไม่ตั้งใจ ผมก็คงจะจ้างแค่ครั้งเดียวนะครับ และจะขึ้นบัญชีดำไว้ ว่าต่อไปไร่ของเรา จะไม่จ้างคนคนนั้นอีก เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคน บอกกับคนที่จะพามาให้ดีนะครับ”
ดาวพูดแค่นั้น ก็ทำให้พนักงานหลายคนตื่นตัวทันที เพราะถ้าพวกเขาพาคนขี้เกียจมาทำงาน เป็นเรื่องแน่ ต้องไปย้ำพวกนั้นให้ตั้งใจทำงานเสียแล้ว
กลับมาที่ปัจจุบัน ดาวเดินดูคนงานเก็บผักไปเรื่อย ๆ เขาสังเกตเห็นว่า คนงานทุกคนทำงานได้อย่างขยันขันแข็ง เพราะสิ่งที่เขาได้พูดไปวันนั้นหรือเปล่านะ ถึงไม่กล้ามีคน ไม่ตั้งใจทำงานให้เห็น
ดาวมองเด็กวัดทั้งสี่คน ที่มิ่งพามาทำงาน ถึงแม้จะเป็นเด็ก แต่ก็ตั้งใจทำงานดี แม้จะยังทำช้าไปบ้าง แต่ถ้าทำไปเรื่อย ๆ ก็น่าจะคล่อง และความเร็วก็น่าจะเพิ่มมากขึ้น
“คุณดาวครับ ตะกร้าที่ใส่ผักใกล้จะหมดแล้วครับ” เจแจ้งเรื่องที่คนงานบอกมา ให้ดาวทราบเรื่อง
“ให้คนงานไปซื้อมาเพิ่มอีกได้เลยครับ เอาตัวอย่างไปดูด้วย หรือถ้าไม่มี ก็ขอแบบที่ใกล้เคียงให้มากที่สุด” ดาวบอกกับเจ
“ได้ครับ” เจรับคำสั่ง แล้วรีบไปดำเนินการทันที
“คุณดาวครับ ตอนนี้เราเก็บผักกะหล่ำปลี ผักกาด ผักคะน้า ผักบุ้ง บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ เสร็จแล้วครับ ผมให้คนงานทยอยนำผัก ไปเก็บไว้ที่เต็นท์เรียบร้อยแล้วครับ” เจรายงาน
ดาวให้คนนำเต็นท์ผ้าใบ มากางที่ไร่ของหยาง เพื่อง่ายต่อการคัดผัก การบรรจุใส่ในตะกร้า และจะได้ไม่สับสนกับผัก ที่ไร่เคียงดาวหนึ่งกับสอง
“ดีครับ จากนั้นก็ให้เริ่มเก็บมะเขือเทศ มะเขือเปราะ มะเขือม่วง แตงกวา ถั่วฝักยาว ได้เลยครับ”
“โอเคครับ” เจรีบไปจัดการ สั่งงานต่อทันที
การทำงานในไร่ เป็นไปอย่างเรียบร้อย ดาวได้จ้างคนงานกว่าหกสิบคน เพื่อมาทำงานในวันนี้
เมื่อถึงตอนเย็น ดาวจ่ายค่าแรง ให้คนงานชั่วคราวทุกคน เมื่อพวกเขาได้เงิน ต่างก็พากันดีใจ รวมทั้งเด็กวัดทั้งสี่คน ที่ได้ค่าแรงเท่ากับผู้ใหญ่ แต่เด็ก ๆ ก็แอบเสียดาย เพราะจะมาทำได้เฉพาะวันหยุดเท่านั้น วันธรรมดาพวกเขาต้องไปโรงเรียน
ตอนเช้าของวันใหม่ ที่ถนนหน้าไร่เคียงดาว ก็ปรากฏรถบรรทุกกว่าสิบคัน ที่จอดเรียงรายกันอยู่ ดาวออกไปพูดคุยกับเหล่าคนขับรถบรรทุกทันที และยังสั่งให้แม่ครัว ทำอาหารให้คนขับรถอีกด้วย
“เชิญทุกคนทานอาหารกันก่อนนะครับ หลังจากนั้นเราค่อยขนของขึ้นรถ” ดาวเอ่ยชวนคนขับรถทันที
ตอนแรกคนขับรถเหล่านี้ ต่างพากันไม่ค่อยพอใจ ที่ต้องขับรถมาไกลถึงจังหวัดเวียงฟ้า ภาคเหนือของประเทศธีร์วานันต์ เพราะระยะทางค่อนข้างไกล ต้องใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมง กว่าจะมาถึง แต่พอมาแล้ว ได้รับการต้อนรับที่ดี จากเด็กหนุ่มเจ้าของไร่ ไหนจะบรรยากาศที่สดชื่นของไร่แห่งนี้ด้วย คนขับรถบรรทุกทั้งสิบคน และคนขับสำรอง จึงอารมณ์ดีขึ้นบ้าง
เมื่อคนขับรถนั่งลงทานข้าวเช้า ทุกคนก็ต้องประหลาดใจ ที่อาหารของไร่นั้น อร่อยมากเป็นพิเศษ ทั้งที่เป็นอาหารธรรมดาทั่วไป แต่รสชาติแตกต่าง กับที่พวกเขาเคยกินเป็นอย่างมาก
“อร่อย! อร่อยทั้งนั้นเลย แม่ครัวที่นี่ฝีมือดีมากเลย” สมหมายพูดออกมา ด้วยความแปลกใจ
“ใช่ รสชาติดีมากเลย ข้าขอข้าวอีกจานสิ” สมปองยื่นจานข้าวที่เกลี้ยงเกลา ให้กับวีระ ที่นั่งอยู่ใกล้โถข้าว เพื่อให้ตักข้าวให้
วีระก็ตักข้าวให้เพื่อนร่วมงานทันที เพราะต้องรีบกินข้าว เดี๋ยวพวกนี้กินหมดก่อน
เมื่อคนขับรถบรรทุกทานข้าวเสร็จ ก็มีคนนำผลไม้มาเสิร์ฟต่อ ผลไม้แต่ละอย่าง หน้าตาน่ากินทั้งนั้น เหล่าคนขับรถบรรทุก จึงลงมือกินทันที
เมื่อผลไม้เข้าปาก พวกเขาต่างก็ได้รู้ว่า ไม่มีผลไม้ที่ไหน อร่อยเท่าที่นี่อีกแล้ว ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์ และซึมซับความอร่อยนั้นอย่างเหม่อลอย
“ทำไมผลไม้อร่อยขนาดนี้? หวาน กรอบ กินแล้วหายเหนื่อยเลยว่ะ” ทิศ พูดออกมาด้วยความประหลาดใจ ขากลับเขาต้องขอซื้อผลไม้พวกนี้ ไปฝากครอบครัวเสียแล้ว
“ใช่ ข้าไม่เคยกินผลไม้ที่ไหน อร่อยเท่าที่นี่มาก่อน ขากลับต้องซื้อไปให้ที่บ้านกินบ้าง” วีระพูดขึ้น
“ใช่ ต้องซื้อกลับนะ พวกเอ็งเตือนข้าด้วย” สมหมายพูดขึ้น
แล้วทุกคนต่างก็ตั้งปณิธานว่า ขากลับต้องซื้อผลไม้ กลับไปฝากที่บ้านของพวกเขาให้ได้ บางทีการเดินทางมาที่ไร่เคียงดาวแห่งนี้ อาจไม่ได้แย่อย่างที่คิด
_ _ _ _ _