บทที่ 13 ลานนับดาว (2/2)

1403 Words
ดาวรู้อยู่แล้วว่า ผักที่ถูกรดด้วยน้ำวารีทิพย์นั้น มีคุณประโยชน์มาก แต่ดาวก็ยังเลือกที่จะใช้น้ำวารีทิพย์ เพราะเขาต้องการให้คนกิน มีสุขภาพดี และได้กินผักผลไม้ที่อร่อย นี่คือสิ่งที่เขาพอจะแบ่งปันความสุขเล็ก ๆ นี้ ให้คนทั่วไปบ้างเท่านั้น [ถ้าเธอว่าอย่างนั้น ฉันก็จะเก็บเรื่องนี้ไว้] หากเด็กหนุ่มไม่ต้องการให้ใครรู้ เขาก็จะไม่เผยแพร่เรื่องนี้ออกไป [ตอนนี้ผักของไร่เธอหมดแล้วนะ เมื่อไหร่ถึงจะส่งรอบต่อไปได้?] “อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ ทำไมหมดเร็วจัง?” ดาวสงสัย [ก็ผักของเธอคุณภาพดีน่ะสิ เลยขายหมดเร็ว] “รออีกหนึ่งสัปดาห์นะครับ ถึงพร้อมเก็บผัก แล้วผมจะส่งข้อความไปบอก” [เธอโทรมาก็ได้ ฉันรับสายได้ตลอด] “อ๋อ ก็ได้ครับ” [แล้วนี่ไม่คิดที่จะมาเที่ยวเมืองหลวงบ้างเหรอ?] หยางถามเผื่อดาวอยากมา เขาจะได้ให้เด็กหนุ่มมาพักที่บ้าน “ตอนนี้ที่ไร่ยุ่งมากเลยครับ ผมไปไหนไม่ได้เลย แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากลองไปเมืองหลวงดูครับ” ดาวคิดว่าสักวัน ต้องไปเปิดหูเปิดตา ที่เมืองหลวงให้ได้ [ถ้าจะมาก็บอกนะ ฉันจะเตรียมที่พักไว้ให้] “เกรงใจจัง แต่ก็ขอบคุณมากครับ” [งั้น ฉันวางสายแล้วนะ] ความจริงหยางอยากคุยมากกว่านี้ แต่ก็นึกเรื่องที่จะคุยไม่ออก “ครับ” บริษัทเอสทีพี (STP) วันนี้ประธานของบริษัท เรียกประชุมผู้ถือหุ้นทุกคน ให้เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ดังนั้นวันนี้ผู้ถือหุ้นทุกคน จึงต้องเดินทางมาที่บริษัท ทำให้ห้องรับรองดูวุ่นวายอยู่มาก ผู้ถือหุ้น 1 : ทำไมประธานเรียกประชุมด่วนแบบนี้ล่ะ? ผู้ถือหุ้น 2 : ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยมีเรื่องสำคัญ ผู้ถือหุ้น 3 : ตาก็มองไม่เห็น จะรู้อะไร ช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้เลย ผู้ถือหุ้น 4 : ใช่ ตามองไม่เห็น จะรู้เรื่องอะไร ไม่ปล่อยให้คนอื่นเป็นประธานแทน ผู้ถือหุ้น 5 : ถ้านักข่าวรู้ หุ้นบริษัทเราตกแน่ ผู้ถือหุ้น 6 : ก็ถึงได้ปิดข่าวไง ไม่งั้นผู้ลงทุนหนีหมด ผู้ถือหุ้น 7 : ได้ข่าวว่า ตาบอดสนิทแล้วนะ ผู้ถือหุ้น 8 : เธอได้ข่าวมาจากไหน? ผู้ถือหุ้น 7 : ก็หมอที่รักษายังไงล่ะ ผู้ถือหุ้น 8 : ต๊าย! น่าเสียดายเนอะ ไม่น่าเลย และอีกหลากหลายความคิดเห็น ของผู้ถือหุ้นทั้งหลาย เมื่อหยางนั่งรถเข็นเข้ามาในห้อง ทุกคนต่างก็เงียบเสียงลง จากนั้นเขาก็ให้เลขา แจกแจงเรื่องผลประกอบการของบริษัท “ท่านประธานครับ มีเรื่องแจ้งแค่นี้เหรอครับ? อย่างนั้นก็ไม่เห็นต้องให้มาเข้าร่วมประชุมเลย ส่งอีเมลมาเหมือนเดิมก็ได้” ผู้ถือหุ้นชายคนหนึ่งพูดขึ้น “ใช่ค่ะ อิฉันว่า มันเสียเวลามากเลยค่ะ ส่งอีเมลแจ้งเหมือนเดิมเถอะค่ะ” ผู้ถือหุ้นหญิงวัยกลางคนพูดบ่นออกมา และอีกหลากหลายเสียง ที่เหมือนว่าการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น ดูไม่สำคัญอะไร แค่พวกเขาได้เงินปันผลก็พอแล้ว “ผมยังไม่ได้บอกเลยนะครับ ว่ามีเรื่องแจ้งแค่นี้” หยางพูดออกไมค์ ด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ “คุณกีรติ แจกเอกสารเลยครับ” หยางบอกกับเลขาของเขา “ครับ” ท็อป หรือชื่อจริงว่า กีรติ เดินไปแจกเอกสารให้กับผู้ถือหุ้นทุกราย “ทุกคนคงได้เอกสารกันแล้วนะครับ ในเอกสารจะมีรายละเอียดการยักยอกเงินของบริษัทไป มูลค่ามากกว่า 100 ล้านเธียร์ ดูเหมือนจะมีพนักงานบัญชี เป็นคนแต่งบัญชีให้ด้วย ระยะเวลาน่าจะทำมาแล้วไม่ต่ำกว่าห้าปี” เมื่อหยางพูดจบ ก็มีเสียงพูดคุยอื้ออึงขึ้น ทั้งเชื่อและไม่เชื่อ ส่วนคนทำ ก็ยังนั่งใจดีสู้เสืออยู่ เพราะคิดว่า ไม่น่ามีหลักฐานสาวถึงตัวเขาได้ “ใคร? ใครมันกล้าโกงบริษัท” หุ้นส่วนชายคนหนึ่งโวยวาย “ใช่ค่ะ ท่านประธานต้องจับมันเข้าคุกนะคะ เงินตั้งร้อยล้าน” “มีหลักฐานมัดตัวคนทำหรือเปล่าครับ?” “ใจเย็นครับทุกคน ผมมีหลักฐาน ที่ทำให้คนเหล่านั้น ดิ้นไม่หลุดแน่นอน” หยางพูดออกมาด้วยเสียงนิ่ง ๆ “ผมได้ทำการสืบลึกลงไป ทำให้รู้ว่า เงินที่หายไปนั้น หายไปกับการซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์สี่ราย โดยการขายของที่มีราคาแพงให้บริษัทเรา แต่ของที่ได้มานั้น มีคุณภาพที่ต่ำมาก ทำให้บริษัทเราเกิดความเสียหาย เพราะวัตถุดิบที่ซื้อมาจากซัพพลายเออร์เหล่านั้น ไม่ได้คุณภาพ ทำให้เกิดการเคลมสินค้า แต่เรื่องนี้ก็ถูกปกปิดโดยคนบางกลุ่ม” หยางค่อย ๆ แจกแจงรายละเอียดให้ผู้ถือหุ้นฟัง ปัง! เสียงทุบโต๊ะเสียงดัง ทำให้ทุกคนในห้อง หันไปมองเป็นตาเดียว “แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ฉันเป็นน้าแท้ ๆ ของแก ไม่มีทางที่จะทำแบบนั้นอยู่แล้ว” ยุทธนาโวยวายขึ้นมา เพราะเรื่องการเคลม และรับซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ อยู่ภายใต้การดูแลงานของเขา “งั้น หลักฐานพวกนี้ล่ะครับ” หยางให้เลขาเปิดสไลด์โชว์หลักฐานต่าง ๆ ที่เอาผิดยุทธนาทั้งหมด เมื่อหลายคนได้เห็นก็ตกใจ ที่ยุทธนาฉ้อโกงบริษัทแบบนี้ “นี่ยังไม่รวมหลักฐาน ที่ให้คนมาวางยาผมอีกนะครับ” “ไม่จริง! แกโกหก! หลักฐานพวกนี้เป็นของเท็จ แกสร้างมันขึ้นมาใส่ร้ายฉัน” ยุทธนายังคงไม่ยอมรับ แม้จะมีหลักฐานก็ตาม “จริงไม่จริง ให้ตำรวจตรวจสอบ เดี๋ยวก็รู้ครับ” หยางยังคงพูดอย่างใจเย็น “แก! ไอ้คนพิการ! ไอ้คนตาบอด! ช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้ แกก็ยังกล้าใส่ร้ายฉันที่เป็นน้าของแก เป็นน้องชายแท้ ๆ ของพ่อแกที่ตายไป นี่คงกลัวว่าฉันจะขึ้นมาเป็นประธานบริษัทแทนแกสินะ ถึงพยายามใส่ร้ายฉัน” ยุทธนาลุกขึ้นเดินไปเผชิญหน้ากับหยางทันที หยางยังคงนั่งนิ่ง ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา “หลักฐานจะบอกความจริงทุกอย่างครับ” หยางพูดเพียงแค่นั้น “แก! ไอ้ตาบอด! ไอ้คนพิการ!” ยุทธนาจะเข้ามากระชากคอเสื้อของหยาง แต่ก็ถูกมือแกร่งจับไว้ได้ก่อน ยุทธนาตกใจ เพราะหยางตาบอด ไม่น่าจะจับมือเขาไว้ได้ หยางลุกขึ้นจากเก้าอี้ และถอดแว่นดำออก เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลดำ ไม่ใช่ดวงตาที่มีฝ้าขาวเหมือนคนตาบอด “แก! ตาของแกมองเห็นแล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักษาไม่ได้ แกหลอกฉันมาตลอดสินะ ไอ้สารเลว!” ยุทธนาถูกบอดี้การ์ด เข้ามาจับตัวไว้ทันที “แล้วน้าคิดว่ายังไงล่ะครับ? หรือไม่ดีใจ ที่ตาผมมองเห็น ผมคงไม่ใช่ไอ้คนพิการอีกแล้วมั้งครับ” หยางเอามือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางสบาย ส่วนคนในห้อง เมื่อรู้ว่าท่านประธาน หายจากอาการตาบอด ก็ต่างพากันตกตะลึง เพราะหมอที่รักษาบอกว่า ไม่มีทางรักษาแล้ว หรือหมอจะโกหกนะ และก็มีหลายคนที่ไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือคนของฝั่งยุทธนานั่นเอง “ศักดิ์ เรียกตำรวจเข้ามาได้เลย จัดการคนที่เหลือด้วย” หยางให้ศักดิ์จัดการส่งหลักฐานให้ตำรวจ และรายชื่อคนที่มีส่วนในการฉ้อโกงนี้ไปด้วย ประมาณสี่ถึงห้าคน “กูจะฆ่ามึง! ไอ้หลานสารเลว! ไอ้ชั่ว!” ยุทธนาโวยวายไม่หยุด แม้ตำรวจจะใส่กุญแจมือและพาไปแล้ว แต่ก็ยังโวยวายไปตามทางเดินไม่หยุด ส่วนคนอื่น ๆ ที่มีส่วนร่วม ก็ถูกจับเช่นกัน กว่าเรื่องวุ่นวายเหล่านี้จะจบลง ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง ทั้งการส่งหลักฐานบัญชีการฉ้อโกง กล้องวงจรปิด รวมถึงคำสารภาพของแม่บ้าน ที่วางยาพิษหยาง ที่ศักดิ์ได้ทำการบันทึกวิดีโอไว้ และเมื่อมีหลักฐานครบถ้วน เรื่องนี้จึงจัดการได้ไม่ยาก _ _ _ _ _
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD