เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเด็กทารก และเสียงหัวเราะร่วนของเหล่าสาวใช้ในบ้านดังประสาน ทำให้ร่างสูงที่เพิ่งเดินลงมาถึงกับชะงักและอดไม่ได้ที่จะชะโงกมองผ่านบานประตูใสไปยังในสวน ภาพลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่กำลังเต้นท่าแปลกๆ ให้เหล่าพี่เลี้ยงและสาวใช้ดู ทำให้ใบหน้าคมอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
“ชอบมั้ยๆ ถ้ากอหญ้าชอบพี่ธีมจะเต้นให้ดูอีกนะคับ”
น้ำเสียงร่าเริงเอ่ยถาม ก่อนร่างเล็กแต่ว่องไวจะปราดเข้าไปหอมแก้มยุ้ยๆ ของเด็กหญิงในรถเข็นแล้วเริ่มเต้นท่าประหลาดๆ นั่นอีกครั้ง ก่อให้เกิดเสียงหัวเราะจากทุกคน โดยเฉพาะร่างเล็กจ้อยที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ได้เพียงอาทิตย์เดียวที่หัวเราะเสียงดังกว่าใครเพื่อน
กอหญ้า คือชื่อที่เด็กชายเป็นคนคิดและตั้งให้เด็กทารกคนนั้น...
‘ก็ธีมเจอน้อนอนอยู่บนหญ้าใต้ต้นไม้ แถมยังโดนมดแดงกัดเต็มตัวอีก น้องก็เลยชื่อกอหญ้าไงคับ’
นั่นคือคำอธิบายของเจ้าตัวแสบ และผู้เป็นพ่อก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งถาม
‘แล้วทำไมน้องไม่ชื่อมดล่ะครับ ?’
เจ้าตัวแสบส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว ใบหน้ากลม แก้มเป็นสีชมพูระเรื่อทั้งสองข้าง แปรเปลี่ยนเป็นท่าทีขึงขังอย่างจริงจัง
‘ธีมเกลียดมด! เพราะมดใจร้ายมารุมกัดน้อง!!’
คำตอบ...ที่จุดรอยยิ้มให้แก่ผู้ฟังได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่ยามปกติแล้วน้อยครั้งนักที่จะมีใครได้พบเห็นรอยยิ้ม ของคุณอนันต์ ก้องเกียรติ์พิชิตไชย เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายสิบแห่งผู้นี้ได้
ทว่าความหนักใจในตัวเด็กทารกสมาชิกใหม่ของบ้านนั้นยังคงมีอยู่...เพราะเด็กหญิงตัวเล็กไม่ใช่เด็กทารกเชื้อสายไทยแท้ๆ ดวงตากลมโตที่ควรจะเป็นสีดำไม่ก็น้ำตาล กลับกลายเป็นสีฟ้าสดใสแทน!!
สีดวงตาที่คล้ายกับใครบางคน...
แม้เส้นผมที่ปกคลุมศีรษะเล็กๆ นั่นจะเป็นสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ หากสีนัยน์ตาที่บ่งบอกชัดเจนถึงความเป็นลูกครึ่ง ก็ทำให้คุณประไพศรีมีข้อรังเกียจในตัวเด็กน้อยคนนี้มากเพิ่มขึ้นไปอีก เธอยืนกรานไม่ยอมรับเลี้ยงเด็กคนนี้ไว้เป็นบุตรบุญธรรมโดยเด็ดขาด แม้แต่นามสกุลเธอก็รับไม่ได้หากจะต้องมีเด็กที่เป็นลูกของใครไม่รู้มาร่วมใช้ด้วย ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
สายใจสงสารในตัวเด็กหญิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ ทั้งสิ้นยิ่งนัก เธอจึงรับอาสายอมรับเป็นแม่ของเด็กทารก
คนนั้นในทางกฏหมาย ชื่อของกอหญ้าจึงถูกบันทึกไว้ในสำมะโนครัวของสายใจ และใช้นามสกุลของพี่เลี้ยงสาวไปโดยไม่มีสิทธิ์เลือก...
เด็กหญิงธิดาพร สุดพรเจริญ คือชื่อใหม่ของเด็กน้อยผู้หลงทาง
แต่แล้วในจังหวะที่เจ้าตัวแสบกำลังหมุนตัว เขาก็เหลือบมองมาเห็นร่างสูงของผู้เป็นพ่อที่กำลังแอบดูเข้าซะก่อน ร่างเล็กเลยหยุดเต้นกระทันหันและเปลี่ยนเป็นวิ่งตรงมาหาคุณอนันต์ ก่อนจะเปิดประตูกระจกบานใหญ่ออก แล้วโผเข้ามากอดขาเขาไว้แน่น
“คุณพ่อจะไปทำงานแล้วหรอคับ ?”
“ครับ” คุณอนันต์เอ่ยตอบ พร้อมกับขยี้ศีรษะเล็กที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมเส้นเล็กสีดำอย่างเอ็นดู
“เมื่อกี๊ธีม เต้นให้กอหญ้าดู น้องหัวเราะขอบใจใหญ่เลยคุณพ่อมาดูสิคับ!!”
มือเล็กจับจูงมือใหญ่กว่าให้เดินออกมายังสวนด้านนอก พอร่างสูงเจ้าของบ้านยอมเดินตามแรงจูงออกมาง่ายๆ เหล่าสาวใช้ก็รีบสลายตัวไปทำงานกันตามปกติทันที เหลือเพียงสายใจที่มีหน้าที่คอยดูแลเด็กชายตัวแสบไม่ให้คลาดสายตายืนยิ้มอยู่ข้างๆ รถเข็น
“อ้าว! ทุกคนหนีไปไหนหมดแล้วเหรอคับ พี่สายใจ ?”
“เอ่อ...เขาไปทำงานกันแล้วค่ะ คุณหนู”
สายใจยิ้มแห้งๆ ตอบกลับ ไม่กล้าสบสายตาเจ้านายตนเองเพราะเกรงว่าจะโดนตำหนิ ที่ไม่ยอมบอกให้คนอื่นๆ ไปทำงานแต่กลับมารวมตัวอู้งาน เล่นอยู่กับเด็กแทน
“ไม่เป็นไรหรอก” คุณอนันต์เอ่ยบอกพี่เลี้ยงสาวอย่างใจดี “ไหนมาให้พ่ออุ้มหน่อยสิ กอหญ้า”
ร่างสูงก้มลงอุ้มร่างเล็กในรถเข็นขึ้นมาประคองไว้แนบอก ก่อนจะมองใบหน้ากลม แก้มยุ้ยจนแดงปลั่ง ดวงตากลมโตสีฟ้าสดใสราวกับท้องฟ้ามองตอบมาด้วยประกายสดใส ไร้เดียงสา
เนื้อผิวละเอียดนุ่มยังคงมีรอยแดงจางๆ จากร่องรอยการโดนมดรุมกัดให้เห็นอยู่บ้าง
ออกจะน่ารักน่าเอ็นดู...ยังมีคนใจดำทิ้งได้ลงคออีกหรือนี่
เขาคิดในใจอย่างสงสารแม่หนูน้อยคนนี้นัก หากลูกชายเขาไม่ได้บังเอิญไปพบเข้า ป่านนี้...ร่างเล็กๆ ในอ้อมกอดนี่ก็คงจะนอนนิ่งท่ามกลางฝูงมดทั้งรังไปแล้วอย่างแน่นอน
“ตายแล้วคุณพี่! วางเด็กนั่นลงเดี๋ยวนี้นะคะ!!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงที่อยู่ๆ ก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนสะดุ้งกันหมด จนทำให้เจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดแผดเสียงร้องจ้าอย่างตกใจ ร่างบางระหงในชุดทำงานสุดหรูรีบเดินเข้ามาแย่งเด็กหญิงในมืออีกฝ่ายไป จนเกือบจะเป็นการกระชากก็ว่าได้
“สายใจนี่มันงานของเธอนะ ที่ต้องคอยดูแลเด็ก แล้วทำไมปล่อยให้คุณผู้ชายมาอุ้มยัยเด็กนี่แบบนี้ได้ล่ะ ห๊า?!!”
“ขอ...ขอโทษค่ะ คุณผู้หญิง”
สายใจรีบคุกเข่าลงตรงปลายรองเท้าส้นสูงสีแดงสด ร่างของเธอสั่นระริกอย่างหวาดกลัวต่ออารมณ์อันร้ายกาจของเจ้านายสาว
“ไม่เอาน่าคุณ...ผมเป็นคนอุ้มเอง อย่าไปต่อว่าสายใจเลยนะ แล้วก็อย่าเรียกกอหญ้าว่ายัยเด็กนั่นด้วย มันฟังดูไม่ดีเลย”
ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามสะบัดพรืด หากไม่เอ่ยเถียงอะไรให้มันยืดยาว เธอยื่นร่างเด็กทารกในมือคืนให้พี่เลี้ยงสาว ราวกับว่าถ้าอุ้มนานกว่านั้นอาจทำให้เธอเป็นผดผื่นขึ้นมาได้
“รีบไปกันเถอะค่ะ นี่มันก็สายมากแล้วนะคะ”
คุณประไพศรี หันไปบอกสามีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามเดิม
ร่างสูงพยักหน้าตอบ ก่อนจะหันไปทรุดตัวลงหอมแก้มเด็กชายที่ยืนนิ่งเป็นการบอกลา แล้วพอผู้เป็นแม่เดินมาจะก้มลงหอมบ้าง ร่างเล็กกลับวิ่งหนีมาหลบอยู่ข้างหลังสายใจ
“ธีม!!!”
“สงสัยงอนที่คุณไปว่าน้องสาวของเค้าน่ะสิ”
คุณอนันต์หัวเราะอย่างไม่ถือสา
“เดี๋ยวนี้ชักจะดื้อกับคุณแม่มากขึ้นแล้วนะ น้องธีม!!”
“ก็คุณแม่ใจร้าย ไม่รักน้องกอหญ้านี่นา!”
คำพูดใสซื่อของลูกชายทำเอาผู้ใหญ่สะอึก ใบหน้างดงามกลายเป็นสีระเรื่อนึกอยากจะจับลูกชายตัวดีมาตีสั่งสอนสักที แต่เอาเข้าจริงๆ เธอก็ไม่เคยลงมือกับเขาได้เลยสักครั้ง
“ไปกันเถอะคุณ อย่าเอาคำพูดเด็กมาเป็นอารมณ์เลย”
มือใหญ่คว้าท่อนแขนของภรรยาคนสวยให้เดินจากมา เพราะรู้ดีว่าขืนปล่อยไว้เธอคงได้อาละวาดลงที่พี่เลี้ยงสาวตามเคย แต่การที่ภรรยาของเขามีอคติกับเด็กทารกนั่นก็ใช่ว่าเขาจะชอบใจนัก เพียงแต่ไม่อยากพูดมากให้มันกลายเป็นเรื่องเป็นราว เพราะรู้ซึ้งถึงนิสัยของภรรยาตนเองดีว่าเป็นคนถือยศถือศักดิ์เพียงใด
ก็ลูกสาวคนเดียวในตระกูลเจ้าพระยานี่นะ...เลยเอาแต่ใจตัวเองจนเคยชิน แต่ถึงเธอจะออกฤทธิ์กับคนอื่นเพียงใดก็ตาม หากไม่เคยที่จะกล้าหือกับสามีตนเองเพราะรู้ดีว่ายามเขาโกรธ...น่ากลัวเพียงไร ?!!