“ยัยเพื่อนทรยศ แกทำร้ายฉัน! ฉันจะกลับไปฟ้องคุณแม่!!!”
พอได้ยินคำขู่ของเพื่อนใบหน้าหวานก็ซีดลงยิ่งกว่าเก่า เพราะมารดาของนุ่นเป็นเพื่อนสนิทกับคุณผู้หญิง หากเรื่องที่เธอทำร้ายลูกสาวเขารู้เข้าไปถึงหูของคุณผู้หญิง...เธอต้องโดนลงโทษอย่างหนักแน่นอน!
เอี๊ยดดดด~!!!
ปัง!!!
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ?!”
เสียงห้าวตะโกนถามมาก่อนตัวพร้อมกับรีบก้าวยาวๆ มาจากรถสปอร์ตสีดำที่จอดทิ้งไว้ริมฟุตบาท กอหญ้าหันมองร่างสูงโปร่งในชุดนิสิตด้วยดวงตาตื่นตระหนก ในขณะที่นุ่นทำตาโตอย่างดีใจที่ได้พบกับชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องในครั้งนี้
“พี่ธีม! กอหญ้าเขาผลักนุ่นล้มค่ะ ดูมือนุ่นสิคะเลือดออกด้วย!”
ชายหนุ่มหันไปมองเด็กหญิงที่อยู่ในชุดนักเรียนมัธยมต้น ซึ่งกำลังนั่งแหมะอยู่บนพื้นชูสองมือที่เป็นรอยแผลถลอกให้ดู
“ทำไมกอหญ้าทำแบบนี้ล่ะ ?”
ธีม หันมาถามร่างบางที่ยืนนิ่งเป็นตุ๊กตาไม่ยอมพูดจาอะไร ใบหน้าหวานก้มหน้าลงไม่ยอมมองสบตาเขาเหมือนทุกที
“กอหญ้า ?”
ร่างสูงเดินเข้าไปชิดก่อนจะจับปลายคางคนตัวเล็กกว่าให้เงยขึ้นสบตากับเขา หากการกระทำของคนทั้งคู่กลับยิ่งเพิ่มความอิจฉาริษยาให้กับคนที่นั่งแหมะเรียกร้องความสนใจอยู่กับพื้นยิ่งโกรธมากขึ้นกว่าเดิม
“เพราะว่านุ่นตักเตือนกอหญ้าให้สำนึกตัวเอาไว้ว่าเป็นใคร กอหญ้าทนฟังไม่ได้ก็เลยทำร้ายนุ่นค่ะ! พี่ธีมคงไม่รู้หรอกค่ะว่าเดี๋ยวนี้กอหญ้าหยิ่งแล้วก็ชอบทำตัวราวกับตัวเองเป็นคุณหนู จนเพื่อนๆ เขาหมั่นไส้กันหมดแล้ว!”
คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจกับคำพูดของเด็กรุ่นน้องสักเท่าไหร่นัก หากเขาพยายามไม่อยากถือสาเด็กที่ยังไม่รู้จักระวังคำพูด
“กอหญ้า...เดี๋ยวเรากลับไปคุยกันที่บ้าน”
ธีมเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะทรุดตัวลงไปช่วยประคองนุ่นให้ลุก โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าเด็กหญิงที่เขาจับยกขึ้นยืนราวกับเป็นปุยนุ่นนั้น หน้าแดงแปร๊ดขนาดไหน
“ไหนขอพี่ธีมดูแผลหน่อยสิครับ”
มือใหญ่ทว่าเรียวสวยราวกับมืออิสตรียื่นจับมือที่เล็กกว่าจนแทบกำได้มิด ใบหน้าขาวของนุ่นยิ่งร้อนจัดด้วยความเขินอาย เธอแทบอยากจะล้มแรงๆ ให้ได้แผลวันละหลายรอบ หากมันจะสามารถทำให้คนที่เธอแอบปลื้มและมองเขาราวกับเป็นเจ้าชายในนิทาน มาคอยดูแลใกล้ชิดได้แบบนี้ล่ะก็นะ...เธอขอยอมเจ็บ!
“เลือดออกซะด้วยสิ ยังงี้ต้องไปล้างแผลฆ่าเชื้อโรคก่อนใส่ยา”
เขาพึมพำก่อนจะเหลือบสายตาคู่คมขึ้นมองใบหน้าอ่อนเยาว์ ทำเอาคนถูกมองเขินอายไม่กล้าจ้องตอบ
“น้องนุ่นไปทำแผลที่บ้านพี่ธีมก่อนแล้วกันนะครับ เดี๋ยวพี่ธีมจะโทรบอกคุณแม่ให้เอง”
“ดีค่ะ!”
เสียงใสรีบเอ่ยรับอย่างดีใจ เธอยืดอกอย่างภาคภูมิเมื่อรู้ตัวถึงสายตาอิจฉาของใครหลายๆ คู่ที่มามุงดูอยู่ และยังไม่ลืมที่จะหันมาแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะใส่กอหญ้าตอนเดินผ่านเธอด้วย
“กอหญ้าจะกลับบ้านมั้ย ?”
เสียงห้าว ทุ้ม เอ่ยเรียกเด็กหญิงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนนิ่งเป็นตุ๊กตามีชีวิตอยู่ที่เดิม ร่างบางได้สติจึงรีบเดินขึ้นรถสปอร์ตคันสวยของพี่ชายในที่นั่งด้านหลัง เพราะเบาะหน้าคู่คนขับที่เคยเป็นที่ของเธอถูกคนอื่นยึดไว้ซะแล้ว....
ณ บ้านก้องเกียรติ์พิชิตไชย
บ้านสีขาวทรงยุโรปหลังใหญ่ที่ทุกคนเรียกกันว่าคฤหาสน์ก้องเกียรติ์พิชิตไชย ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขานอกตัวเมืองและห่างไกลจากบ้านหลังอื่นหลายกิโลเมตร เพราะบริเวณนี้ทั้งหมดเป็นที่ดินของตระกูลนี้
ในห้องโถงบรรดาสาวใช้ 2-3 คนกำลังรุมทำแผลให้เด็กหญิงตัวเล็กๆ วัยม.ต้น ที่มีท่าทางเอาแต่ใจและร้องแหกปากโวยวายลั่นทุกครั้งที่สำลีชุบแอลกอฮอล์แตะโดนแผล
“ไม่เอาแล้ว! นุ่นจะให้พี่ธีมทำแผลให้ คนอื่นออกไปให้หมดนะ!!!”
เธอกรีดเสียงดังลั่น ปัดมือสาวใช้ที่ทำท่าจะยื่นมาแตะตัวเธอออก
“แต่คุณหนูธีมขึ้นห้องไปแล้วค่ะ”
“ก็ไปเรียกมาสิ โง่จัง!!!”
สายใจถึงกับชะงักเมื่ออยู่ๆ ก็โดนเด็กรุ่นลูกด่าถอนหงอกเข้าให้ หากด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นถึงลูกสาวของเพื่อนเจ้านาย เธอจึงได้แต่ข่มอารมณ์โกรธเอาไว้และเลิกตอแยกับยัยคุณหนูผู้เอาแต่ใจทันที
“คุณหนูท่านสั่งไว้ว่าห้ามใครรบกวน และให้ทำแผลคุณหนูนุ่นให้เสร็จก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะมารับเท่านั้นค่ะ”
“งั้นนุ่นจะขึ้นไปหาพี่ธีมเอง”
“ไม่ได้นะคะ!!”
หลายเสียงร้องห้ามเอาไว้ทันทีเมื่อร่างเล็กของเด็กหญิงขยับลุกขึ้น
“ทำไมจะไม่ได้ ?”
“คุณหนูธีมเกลียดคนที่บุกขึ้นไปรบกวนถึงห้องนอนส่วนตัวมากเลยนะคะ อีกอย่าง...นั่นห้องนอนผู้ชายยังไงก็ไม่เหมาะที่จะขึ้นไปหรอกค่ะ คุณหนูปุยนุ่น”
“แล้วทำไมทียัยกอหญ้าถึงเข้าไปได้ล่ะ นุ่นรู้นะว่ากอหญ้าอยู่ห้องข้างๆ ห้องพี่ธีมน่ะ!!”
“ขึ้นไปไม่ได้นะคะ!!!”
พูดจบร่างเล็กก็หมุนตัววิ่งพรวดขึ้นบันไดวน โดยมีเหล่าสาวใช้วิ่งร้องห้ามตามมาเป็นพรวน หากยังไม่ทันถึงเชิงบันไดด้านบนร่างเล็กก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อร่างสูงในชุดลำลองยืนนิ่งขวางทางขึ้นชั้นสองเอาไว้
“น้องนุ่นจะไปไหนครับ ?”
เสียงทุ้ม เอ่ยราบเรียบดุจยามปกติก็จริง หากแววตาที่เย็นชาจนคนมองเห็นรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกถึงกับหน้าซีดลงทันที