“…” ฉันหันขวับกลับมาสบตาเขาตรง ๆ พยายามวางสีหน้าเย็นชาเหมือนที่เคยทำ
บ้าน่า... ทำไมแค่มองหน้าไอ้หัวทองนี่แล้วต้องหัวใจเต้นด้วยวะ!
“ถอยออกไป! ฉันรังเกียจและขยะแขยงนายเต็มทนแล้ว!” ฉันส่งสายตารังเกียจอย่างไม่ปิดบังจนรู้สึกได้ถึงแรงบีบตรงข้อมือ รู้สึกเวียนหัวแปลก ๆ เหมือนจะเป็นไข้ ร่างกายฉันอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย “พูดไม่รู้เรื่องเหรอวะ! ปวดหัว!”
“…” หมอนี่จะกวนประสาทฉันใช่ไหม...
“ฉันพูดภาษาคนนายไม่เข้าใจหรือไง! หรือต้องให้พูดภาษาสัตว์? พอดีว่าพูดไม่เป็นว่ะ!”
“อย่ามาปากดีพันเก้า!” คราวนี้เขาตวาดฉันเสียงกร้าว
เหอะ! ไม่พอใจที่ฉันด่าว่าเป็นสัตว์สินะ
“ทำไม? ไม่พอใจ?”
โอเคเลย... ยอมรับว่าฉันกำลังกวนตีน แต่คือมันโมโหไง ไอ้บ้านี่ไม่ยอมปล่อยฉันสักที ฉันปวดหัวเหมือนจะเป็นไข้นะเว้ย! อยากกลับบ้านไปนอนแล้ว!
“สำนึกไว้บ้างว่าตัวเองอยู่ในสภาพแบบไหน ฉันไม่ใช่คนดี อย่ามาลองดีกับฉัน” เขากัดฟันพูด
“นายก็ปล่อยฉันสักทีสิวะ! เล่นสนุกยังไม่พออีกหรือไง อย่าให้มันมากกว่านี้!”
“ฉันจะทำมากกว่านี้แล้วเธอจะทำไม?”
“ฉันก็จะฆ่านายไงไอ้สารเลว!!” อาการปวดหัวแล่นเข้ามาฉับพลัน ถ้าฉันเถียงกับหมอนี่ต่อไปมีหวังเส้นเลือดในสมองแตกตายแน่!
“ปากดีนักนะ! น้ำหน้าอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้วะ!”
ไม่พูดเปล่า ไอ้บ้านี่ดันใช้นิ้วเรียวจิ้มหน้าผากฉันแรง ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ ฉันปัดนิ้วเขาออกแล้วพูดต่อด้วยความโมโห หน้ามืด ตาลาย อะไรก็ช่าง! รู้แต่ว่าเกลียดไอ้บ้านี่มาก!!
“ถึงฉันจะทำอะไรนายไม่ได้! ฉันก็จะบอกให้เฮียหรือไม่ก็แฟนของฉันทำแทน! พวกเขาฆ่านายแน่!!”
ขู่น่ะ... เอาเข้าจริง ๆ ฉันไม่กล้าเล่าให้ใครฟังหรอก มันน่าอายจะตาย เลือกได้ฉันอยากจะลืม ๆ มันไปด้วยซ้ำ!
แต่ดูเหมือนคนที่ไม่ยอมให้ฉันลืมมันจะของขึ้นกะทันหัน ไม่รู้ฉันพูดอะไรผิดไป สีหน้าเขากลับมาเรียบตึง แววตาดุดันฉายชัดอย่างไม่ปิดบัง
“ดี... ไปบอกไอ้พวกเวรนั่นเลย”
“…”
“แล้วบอกพวกมันด้วยนะ... ว่าฉัน 'เอา' เธอไปกี่รอบ!!”
ในวินาทีนั้นเลย
แควก!
“กรี๊ดดด! อย่านะ!”
เขาตวาดเสียงกร้าวก่อนจะกระชากชุดเดรสสีดำบนร่างกายฉัน มันขาดหลุดออกไปจนหมด ความเจ็บแสบจากการเสียดสีของเนื้อผ้าบาดลงบนผิวหนัง ร่างกายสั่นสะท้านจากความหนาวเมื่อเหลือเพียงชุดชั้นในตัวเดียว ชุดเดรสของฉันมันมีบราในตัว เมื่อมันโดนฉีกกระชากออกไปจนขาดวิ่น ตอนนี้จึงไม่มีอะไรปกปิดหน้าอกของฉันเลย ฉันยกสองมือขึ้นปิดบังมันจากสายตาดุร้ายของผู้ชายสารเลวเหนือร่าง เขายกยิ้มน่ากลัวใช้สายตาคู่นั้นกวาดมองอย่างจาบจ้วง
เพี๊ยะ!
“อย่ามองนะ! สารเลว!” ฝ่ามือเล็กตวัดใส่ใบหน้าคมสุดแรง อาศัยจังหวะที่ใบหน้าเขาหันไปอีกทางเพื่อผลักร่างแกร่งออกไปจนสำเร็จ ฉันรีบพลิกตัวลงจากเตียงฝั่งตรงข้ามเขาอย่างรวดเร็ว ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นเย็นเฉียบสายตาจับจ้องไอ้หัวทองที่ยืนเต็มความสูงอยู่อีกฟากของเตียง
“กล้าตบหน้าฉันอีกแล้วนะ!” นำทัพกัดฟันพูดขณะสายตาชั่วร้ายนั่นจับจ้องทั่วเรือนร่างเปล่าเปลือยของฉัน
น่าอาย... ฉันอยากจะฆ่าเขาให้ตายจริง ๆ!
“ฉันจะทำมากกว่าตบอีกถ้านายเข้ามา!!” คว้าโคมไฟหัวเตียงมายกขึ้นป้องกันตัว เขาแค่นหัวชั่วร้ายขณะสาวเท้าเข้ามาใกล้ “บอกว่าอย่าเข้ามาไง! หยุดเดินนะไอ้สารเลว!”
“ปากดี คิดคำด่าได้แค่นี้เองเหรอวะ!” เกลียดน้ำเสียงกวนประสาทของเขาจริง ๆ ไอ้บ้านี่!
“อะ ไอ้..”
“ชั่ว? เลว? สารเลว? แค่นี้เหรอวะ?” เขายังสาวเท้าเข้ามาใกล้ไม่เลิก ฉันถอยหลังหนีมือไม้เริ่มสั่น ทำไงดีพันเก้า ทำไงดีวะ!
“ต่ำ! โรคจิต!”
“อาห๊ะ แล้วไง?”
อะ...ไอ้บ้านี่! จะปั่นประสาทกันไปถึงไหนวะ!
“อย่าเข้ามาสิวะ! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง! รังเกียจอ่ะเข้าใจไหม!!”
ฉันรู้สึกมึนหัวอย่างบอกไม่ถูก ไอร้อนจากร่างกายแผ่กระจายไปทั่วทั้งตัว ความรู้สึกวิงเวียนในรอบหลายวันย้อนกลับมาเล่นงานฉันอีกครั้ง
วืดด
หมับ!
“เป็นบ้าอะไรของเธออีกห๊ะ?” นำทัพคว้าร่างโอนเอนของฉันเข้าสู่อ้อมกอด เขาจับฉันเอนหลังพิงผนังห้อง ฝ่ามือหนาบีบปลายคางพลางบังคับให้ฉันเงยหน้าขึ้น เราสบตากันนิ่ง ๆ ต่างฝ่ายต่างเงียบ ฉันเงียบเพราะเวียนหัวจนรู้สึกว่าร่างกายมันเสียการควบคุม ส่วนเขาเงียบคงเพราะกำลังจับผิดฉันอยู่ “ทำไมอยู่ ๆ ตัวร้อนวะ!”
ฝ่ามือเย็นเฉียบแนบลงข้างแก้ม สัมผัสของเขาทำให้ร่างกายฉันสั่นสะท้านไปหมด พยายามเบี่ยงหน้าหนีแล้วปัดฝ่ามือเขาออกอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงหดหายลงไปดื้อ ๆ
“อย่าจับ... ออกไปนะ”
“สำออยว่ะ!” เขาพึมพำราวกับหงุดหงิดแล้วช้อนร่างเปลือยเปล่าขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ก่อนจะวางลงบนเตียงนอนอีกครั้ง ฉันหมดเรี่ยวแรงจะขัดขืนจึงปล่อยให้ผู้ชายสารเลวจับจ้องไปทั่วร่าง
“...” เขายืนมองครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิดอะไรในใจแล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ฉันจึงดึงผ้าขึ้นมาห่มด้วยความเหนื่อยอ่อนพลางหลับตาลง ฉันรู้ว่าไม่ควรนอนบนเตียงของผู้ชายสารเลวคนนั้น แต่ตอนนี้ร่างกายฉันไม่มีแรงเลยจริง ๆ ขอหลับเอาแรงก่อนแล้วกัน
เดี๋ยวค่อยตื่นมาสู้รบกับหมอนั่นใหม่!