คุณครูไอริณ

1362 Words
ฉันกลับจากบ้านของหลานป้าเจ้าของบ้านเช่า ก็มาวุ่นอยู่กับการทำความสะอาด ปกติฉันเป็นคนที่ทำความสะอาดบ้านตลอดอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้งานหินจริงๆ ไม้กวาดเก่าๆ ที่ตั้งอยู่ในบ้าน กับไม้ถูที่ฉันสละเสื้อตัวเองไปหนึ่งตัว ปาดเหงื่อแล้วปาดเหงื่ออีก บ้านก็ยังไม่สะอาดตามที่คาดหวังสักที “ครูครับ” ฉันสะดุ้งตัวโยน เมื่อได้ยินเสียงจากด้านหลัง หันไปก็เจอคุณบูมหลานป้าเจ้าของบ้านเช่ายืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับลูกสาวในมือมีถังน้ำ ไม้ถู แล้วก็ไม้กวาด “ขอโทษที่มาเงียบๆ นะครับ พอดีป้าลีโทรมาบอกว่าในบ้านไม่น่าจะมีอุปกรณ์ทำความสะอาด ให้ผมเอามาให้” อันที่จริงฉันก็ทำจนจะเสร็จแล้ว แต่เขาเอามาให้ก็ดีแล้วนี่เนอะ “ขอบคุณนะคะ” “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ” เขาเอ่ยถาม อย่างสุภาพ “อ๋อไม่เป็นไรค่ะ นี่ก็โอเคแล้ว” ฉันเกรงใจ แล้วก็กลัวเมียของเขาด้วย เห็นว่าดุ แต่ถึงไม่ดุก็ไม่ควรใกล้ชิดสนิทกันอยู่แล้ว “โอเคแน่นะครับ เช็กน้ำเช็กไฟหรือยัง เพราะบ้านนี้ป้าลีไม่ได้อยู่นานแล้วเหมือนกัน” “เอ่อ...” เพราะตอนนี้มันยังเช้าอยู่ ฉันเลยไม่ได้เปิดไฟ แต่น้ำในห้องน้ำฉันก็เปิดเอามาถูบ้านแล้ว “งั้นเดี๋ยวผมช่วยดูให้แล้วกัน แล้วนี่ก็อุปกรณ์ทำความสะอาด เผื่อเปลี่ยนใจอยากกวาดอีกสักรอบ” เขายื่นไม้กวาดส่งให้กับฉัน “เดี๋ยวน้องแบมอยู่ช่วยครูทำความสะอาดนะคะ” “ค่ะ” เขาก้มบอกกับลูกสาวก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพร้อมอุปกรณ์ที่เตรียมมา “ครูชื่ออะไรคะ” น้องแบมที่ยืนมองฉันอยู่เดินเข้ามาถาม ฉันยิ้มตอบด้วยความเอ็นดูก่อนจะย่อตัวลงเพื่อตอบกับเด็กหญิงตัวน้อย “ชื่อครูไอรินค่ะ” “คุณครูสวยจัง” เด็กหญิงตรงหน้าจ้องฉันตาเป็นประกายก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาจ้องใกล้ๆ “หนูก็น่ารักมากๆ เลยค่ะ มาเดี๋ยวครูขอทำงานบ้านก่อนเนอะ” ฉันมัวแต่ทักทายกับน้องแบมจนเผลอลืมไปเลยว่างานบ้านยังค้างอยู่ ไหน ๆ ก็ได้อุปกรณ์ดีดีแล้วทำใหม่สักรอบก็แล้วกัน ปัดๆ กวาดๆ อยู่พักหนึ่งรู้ตัวอีกทีก็สะอาดจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว “ไฟปกติดีทุกอย่างแล้วนะครับ ถ้ามีอะไรก็เดินไปเรียกได้เลย” “อ๋อ ขอบคุณนะคะ” “ไม่เป็นไรครับบ้านใกล้เรือนเคียงกัน อีกอย่างถ้าดูแลไม่ดีเดี๋ยวป้าลีมาด่าผมตายเลย” “ฉันทำคุณเดือดร้อนหรือเปล่าคะ” “ไม่หรอกครับ แล้วนี่ครูจะไปตลาดหรือเปล่าช่วงเย็นๆ ใกล้ๆ นี้มีตลาดอยู่เผื่ออยากได้อะไร” “เอ่อ คุณต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอคะ” “เดี๋ยวพาน้องแบมไปตลาดอยู่แล้ว กลับจากตลาดก็พาไปส่งบ้านป้าลี แล้วเดี๋ยววนกลับมาส่งคุณค่อยไปร้านก็ได้” “ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ” “แต่ในครัวไม่มีอะไรเลยนะครับ ร้านข้าวแถวนี้ก็ไม่อร่อยด้วย” เขาต้อนให้ฉันต้องจนมุมและยอมไปกับเขาจนได้ เราเก็บข้าวของล้างหน้าล้างมือแล้วก็ขึ้นรถไปตลาดด้วยกัน 3 คน นี่ถ้าเมียเขามาเจอเข้าได้โดนตบแล้วลาดด้วยน้ำกรดแน่ “เดี๋ยวไอรินเดินเลือกๆ ของแล้วจะมารอที่รถนะคะ” เพราะฉันกลัวคนอื่นมองไม่ดี ถึงที่หมายฉันก็รีบออกตัวก่อนเลยว่าจะเดินแยก “ครูไม่ได้ด้วยกันเหรอคะ” น้องแบมที่เกาะแจอยู่กับพ่อหันมาถาม “เอ่อคือว่า...” “ไม่เป็นไรหรอกน้องแบม ครูเขาอาจจะต้องซื้อของใช้ส่วนตัวก็ได้ เราไปกันสองคนแหละเนอะ” “ค่ะ” ฉันไม่ทันได้พูดอะไรคุณบูมก็แก้ต่างให้ฉันก่อน “งั้นเดี๋ยวถ้าครูซื้อของครบแล้วมาเจอกันที่รถนะครับ แต่ถ้าผมเดินเสร็จก่อนก็จะรอที่รถเหมือนกัน” “ค่ะ” ฉันมองดูเขาเดินจูงมือลูกสาวกลืนหายเข้าไปในผู้คนที่เดินจับจ่ายซื้อของพลุกพล่าน รีบไปซื้อของดีกว่าเดี๋ยวลีลาเขาต้องรอนานอีก “ฉันเดินหาร้านที่มันขายข้าวของเครื่องใช้ พวกน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ของใช้ในครัวเรือนที่จำเป็นเพราะอย่างที่บอกฉันมาแต่ตัว โชคดีที่ไปเจอร้านใหญ่ขายของพวกนี้พอดีเลยซื้อตะกร้า ไม้แขวนเสื้อ รองเท้าแตะ จับนั่นใส่นี่จนเพลิน จนเมื่อถึงตอนที่ต้องเอาไปคิดเงิน “ทั้งหมด 2,078 บาท” เสียงแม่ค้าเงยหน้าขึ้นมาบอกหลังจากบวกราคาของที่ฉันหยิบอย่างเพลินมือเสร็จ ตะ ตายล่ะ!!! ฉันทำกระเป๋าตังค์หล่นไว้บนรถแน่ๆ ทำไงดีนะ “คือ....” ฉันอายที่จะบอกออกไปว่าไม่ได้เอาเงินมา คนที่ยืนต่อแถวอยู่ก็เยอะ แต่จะยืนอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รีบจ่ายเงิน คนอื่นก็จะต้องรอนาน “คืออะไร!!” ฉันถูกแม่ค้าตะคอกใส่ดังลั่นร้าน ยิ่งทำให้ฉันกลัวที่จะบอกว่าตัวเองลืมเอาเงินมา เพราะมันฟังดูเหมือนเป็นข้ออ้าง ที่จะไม่จ่ายเงินจำนวนมากนี้ “ฉันลืมเอากระเป๋าตังค์มาค่ะ” “ลืม!!! แหมแม่คุณ หยิบจนเพลินแล้วไม่มีตังค์จ่ายหรือเปล่า ทำไมไม่คำนวณว่าตัวเองมีจ่ายเท่าไหร่ ฉันเสียเวลาคิดเงินให้ตั้งนาน แล้วจะมาเนียนไม่เอาเหรอ!!” แม่ค้าเอะอะลั่น ฉันเริ่มกลัวจนตัวสั่น คนรอบข้างก็พากันมองแล้วซุบซิบนินทา บ้างก็หัวเราะเยาะ “ฉันลืมเงินไว้ที่รถจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวขอเดินกลับไปเอา แล้วจะกลับมาจ่ายทั้งหมด” “จะหนีล่ะสิ เหอะเจอมาเยอะแล้ว เฮ้ยใครช่วยคนตัวแม่นี่หน่อยนะ ไม่รู้มาขโมยของหรือเปล่า” แม่ค้าคนเดิมตะโกนบอกคนในร้าน กลุ่มวัยรุ่นที่กำลังจัดของอยู่ต่างละมือจากหน้าที่แล้วพุ่งตรงมาที่ฉัน “ยะ อย่านะ!!” “พวกมึงหยุดเลยนะ ไอ้พวกนี้อีแหววมาค้น!!” ก็ยังดีที่เจ๊เจ้าของร้านยังมีจิตใจที่เป็นคนอยู่บ้าง เขาเรียกให้ผู้หญิงเป็นคนมาค้นฉันแทน “ครูไอริน” เสียงของคุณบูมดังมาจากหน้าร้าน มันทำให้ใจฉันที่กำลังหวาดวิตก และอับอาย ดีขึ้นมาอย่างมีความหวัง “มีอะไรหรือเปล่า” เขาเดินตรงเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าตังค์ของฉันที่อยู่ในตะกร้าในมือของเขา “พอดีฉันลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่รถ แล้วเผลอหยิบของไปซะเต็มที่ ก็เลย....” ฉันไม่กล้าพูดต่อ เพราะเมื่อนึกถึงแล้วใจมันก็เต้นตุบๆ ตาก็พาลร้อนผ่าวเหมือนจะน้ำตาไหล “เจ๊ทำไมเป็นแบบนี้อยู่เรื่อย นี่ครูไอรินเพิ่งย้ายมาเช่าบ้านป้าลี” คุณบูมหันไปบอกกับเจ๊เจ้าของร้าน “ใครจะไปรู้ เจอมาเยอะก็ระแวงสิวะ” “นี่กระเป๋าตังค์ครับ” ฉันนี่มันจริงๆ เลยนะ เฮ้อเมื่อไหร่จะโตสักที แบบนี้ไงแม่ถึงไม่อยากให้ออกไปไหนสักที หลังจากจ่ายเงินเสร็จเราก็รีบออกจากร้านทันที “ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้คุณคงแย่” ฉันหันไปบอกกับคุณบูมที่เวลานี้หิ้วข้าวของรุงรังจนฉันต้องช่วยจูงน้องแบม “ไม่เป็นไรครับ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ตลอด ถ้าครูไม่ถืออะไร ต่อไปเอาเบอร์ผมไว้ก็ได้ มีอะไรก็โทรมา ไหนๆ ป้าลีก็ฝากให้ช่วยดูแล้ว” เขาเป็นคนดีมากจริงๆ แม่น้องแบมนี่โชคดีมากที่มีสามีดีขนาดนี้ แต่นั่นแหละสิ่งที่ทำให้ฉันคิดว่าตัวเองควรอยู่ให้ห่างจากเขาเอาไว้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD