A episode ที่ 9 ความทรงจำที่เริ่มชัดเจน

1339 Words
หลงที่ ที่แปลว่า ไม่ลืม9?? Lost but not forgotten Episode ที่ 9 ความทรงจำที่เริ่มชัดเจน นามปากกา GINOICHI ยิ่งดูยิ่งไม่คุ้น ไม่ต่างอะไร กับการนั่งอ่านข่าว หรือเป็นเพราะจำไม่ได้ ถึงไม่มีอารมณ์ร่วม? ยากจังวะ ยิ่งคิด มันยิ่งยาก ลำพังแค่นอนฝันทุกวัน แม่งยังโครตรำบาก ยังต้องมาตามหาสิ่งที่เคยอยากจำมากๆ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าคืออะไร มันดันยากยิ่งกว่า กวนใจชิบหาย เหมือนต้องรู้ให้ได้ ถ้าอยากให้รู้ขนาดนั้น มาทำให้กูลืมทำไมวะ? ใบหน้าหล่อนิ่ง หัวคิ้วขมวดมุ่นเป็นปมใหญ่ จน นนทกร ที่มองอยู่ อดจะตึงเครียดตามไม่ได้ อยากจะช่วยสั่งสอนมันเหมือนกัน ติดที่ว่าตัวกูเองยังเอาไม่รอด ชีวิตที่เกิดก่อนไม่มีผล ยิ่งแก่ ยิ่งมีแต่แผล เพราะงั้น ให้เป็นเรื่องของใครเรื่องของมันดีกว่า สรุจ จมดิ่งอยู่กับความคิดหลายนาที เมื่อ สารพัดข้อมูลตรงหน้าไม่ได้ ใช้ไม่ได้ผล กลับกัน ยังรู้สึกเสียเวลาแปลก คนเข้มจึงเดาะลิ้นเบาๆ ระบายความอัดอั้นตันใจ "อย่าหาว่า กูสอน" "บางอย่างมันมีเวลาของมัน" "ถึงเวลาเค้าให้รู้ เดี้ยวมึงก็รู้เอง" "อย่าถามกลับว่าเค้านี่ใคร เพราะถ้ากูรู้ กูคงไม่มานั่งสอนมึง" นนทกร เอ่ยประโยคยาวด้วยใบหน้าราบเรียบ ไม่มีอารมณ์ร่วมกับเรื่องที่ชายตรงหน้าต้องเจอ แค่อยากพูด ในเรื่องที่สมควรจะพูดก็เท่านั้น "แล้วถ้ายิ่งนาน มันยิ่งลืม" "ถึงตอนนั้น ผมต้องทำยังไง" เสียงขรึมหลุดพึมพำเบาๆ เป็นถ้อยคำที่หลุดออกมาจากห้วงความคิดในส่วนลึก นนทกร ระบายลมหายใจลากยาว ดวงตาคมเหลือบไปมองกรอบรูปที่แขวนโชว์ ด้วยใบหน้าอึมครึม " มึงเชื่อกูเถอะ เวลา ไม่เคยทำให้ลืม" "ต่อให้อีกกี่ปี ถ้าใจมึงยังเต้น มึงก็ยังจำ" สรุจ ปรายตามองชายวัยกลางคนนิ่งๆ นนทกร เองก็คงมีบาดแผล และเขาเอง คงกดมันใว้ลึกเช่นกัน บางทีตัวเขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจ ละหว่างจดจำจนได้ กับหลงลืมมันไป แบบไหน มันดีกับเขามากกว่า ชายสองวัย สลับกันพูดคุยอีกหลายประโยค ก่อนที่คนอายุน้อยกว่าจะเอ่ยลา และขอตัวกลับ Rose Colret จันทร์ชมพู ตื่นมาในช่วงค่ำของเดียวกัน ดวงตากลมโตกวาดมองสถานที่ ๆ ไม่คุ้นเคยด้วยความตื่นกลัว เตียงขนาดใหญ่ สีทึมทึบ ที่เมื่อเทียบกับตัวเธอ มันใหญ่ไม่น้อย ห้องขนาดใหญ่ ที่เย็นเยียบ ที่แค่ได้เห็นโทนสี ก็ข่มใจคนฝ่อได้ ทำเธอขาสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะลงเตียง ไปแตะต้องของในห้องเลยด้วยซ้ำ ในหัวครุ่นคิด ถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าก่อนจะเริ่มนำมาประมวลผล เรียบเรียงความคิดเงียบๆ 'ครั้งสุดท้าย อยู่กับคุณสรุจ' ถ้าเธอไม่ได้คิดไปเอง นี่คงเป็นห้องเขา แล้วอีกฝ่าย ไปไหน? ต้องรอไหม? หรือกลับได้เลย? เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นเต็มระหว่างหัวคิ้ว ในหัวอื้ออึง ขณะที่เงี่ยหูฟังเสียงความเคลื่อนไหวของด้านนอกตลอด "บรรยากาศ ไม่เหมือนไรคนทำดอกไม้" "เหมือนสถานที่ฆ่าคนตายแล้วเอามาทำปุ๋ยมากกว่า" "กล้วยไม่ชอบ กล้วยกลัว" เสียงหวานพึมพำ พร้อมกับทำถ้าสะบัดขนยุกยิก ลำแขนขาวนวลยกขึ้นโอบตัวเองไปพร้อมกับลูบต้นแขนเบาๆในเชิงปลอบขวัญ ช่วยได้ไม่ได้อีกเรื่อง แค่รู้ว่าทำแบบนี้แล้วจะสบายใจ ไม่ใช่ของใครที่ไหน สบายใจกล้วยเอง สรุจ ที่ความตั้งใจแรก จะรีบกลับมาหาคนตัวเล็ก แต่เมื่อเห็นท่าทาง พร้อมกับการสบถพึมพำของเด็กน้อย ร่างกำยำจึงหยุดกึก กอดอกแอบมองสาวตรงหน้าอีกหลายนาที ใจนึงก็อยากจะทุบกำปั้นมะเหงกลงกลางหัว อีกใจ มันก็อยากเอาอย่างอื่นฟาดเธอเหมือนกัน ยิ่งเห็นยิ่งหมั่นเขี้ยว กระแสความอุ่นแผ่ซ่าน จนร่างหนารู้สึกได้ มันนานจนลืมไปแล้ว ที่ร่างกายนี้ ไม่เคยรู้สึกอบอุ่น ถ้าเธอเป็นคำตอบ เธอเป็นที่มา เขาเอง ก็อยากจะคว้าใว้ แม้มันจะเป็นความหวังแต่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือ ใบหน้าหล่อสลัดไล่สิ่งที่รบกวนในหัวออกปรับโฟกัส ไปยังเตียงกว้าง ที่มีก้อนนุ่มนิ่มสีขาวราวกับเต้าหู้อ่อน นั่งอยู่ ริมฝีปากที่แดงคล่ำเอ่ยเสียงขรึม "ฆ่าเธอไป คงไม่พอเป็นปุ๋ย" "เอามาทำอย่างอื่นหน้าจะง่ายกว่า" จันทร์ชมพูสะดุ้งเฮือกดวงตากลมโตมองต้องอีกฝ่ายด้วยความลนลาน "คุณเอาเรามาทำไม" ประโยคคำถามที่จัดว่าโง่ หลุดออกมาจากปาก ของคนที่ได้ชื่อว่าฉลาดพอตัว กระตุ้นความบึ้งตึงจากเขาได้เป็นอย่างดี "ถามจริง หรือแกล้งถาม?" สรุจทวนย้ำ แรงอารมณ์ประทุ จนลมหายใจที่เคยราบเรียบสั่นเป็นคลื่น "แล้วคุณ หยิบเรามาทำไม" "...." คนถามปรือตาขึ้นมอง " -_- " คนถูกถามหน้าชาดิก 'หยิบ?' 'หยิบหรอวะ' 'หยิบเนี่ยนะ' 'กูแบกมาตั้งเกือบ3โล' 'ใช้คำว่าหยิบ' 'กัดลิ้น มันจะตายเหมือนไหนหนังไม่วะ?' ไวเท่าความคิด ฟันคม ขบลงบนปลายลิ้น เต็มแรง "ซี้ดด" เสียงทุ้มครางต่ำ เพียงชั่วครู่กลิ่นคาวเลือด ค่อยๆคลุ้งในปาก ชิบหายละ นอกจากไม่ตาย แม่งยังเจ็บชิบหายด้วย ดูจากสถานการณ์ ไม่หน้าจะตายเพราะเลือดหมดตัว คงตายเพราะกินไม่ได้แบบชัวร์ๆสิท่า ไม่น่าเลยกู "คุณ ฟังเราอยู่ไหม" "ถ้าคุณไม่มีอะไร ปล่อยเรากลับเลยได้รึป่าว" จันทร์ชมพูทำตาปริบๆ ช้อนดวงหน้าหวานขึ้นมองชายตรงหน้าด้วยความหวัง สรุจใจกระตุก สั่นไหวตามจังหวะการกระพริบตาของเธอ 'อยากยัดเยียดความเป็นผัว' 'อยากเสียตัวให้เด็ก' อยากพูดออกไปใจแทบขาด แต่สมองทันพาลให้เก็บอาการใว้ก่อน เก็บแค่อาการได้ไหมวะ อยากอื่นไม่เก็บ อยากอื่น ที่แข็งกว่าใจ แตกง่ายกว่าหัว ที่สำคัญ ใหญ่สมชื่อ ไม่อยากจะโฆษณาศัพท์คุณ แค่บอกให้เอาบุญจะได้เลิกฟุ้งซ่าน "ผมนอนคนเดียว" นอกจาก ไม่ตอบประโยคที่คนน้องถาม คนพี่ยังเปิดประโยคใหม่ที่ ดูจะอันตลายต่อใจคนฟังไม่น้อยออกมาหน้าตาเฉย "เราไม่อยากรู้ คุณจะนอนคนเดียวหรือนอนหลายคนก็ไม่เกี่ยวกับเรา" "เอาตอนนี้ก่อน เราต้องกลับบ้านแล้ว" เสียงหวานนุ่ม เอ่ยในระดับกลางๆ ไม่บางเบา และไม่ค่อนไปทางเข้มจึง เธอรักษาระดับความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ต่างจากเขา ที่ไม่เคยทำมันได้สักที ร่างสูงพ่นลมหายใจออกจากอก ก่อนจะคว้ากุญแจรถ เดินนำ คนร่างเล็กออกมาด้านนอก ดวงตากลมพราวระยับ เมื่อเห็นท่าทีที่คนปากหนักทำ ขาเรียวบาง ก้าวลงจากเตียง หมุนกายเดินตามเขาต้อยๆ ไม่ละสายตา พอมองจากค้างหลัง มันรู้สึกแปลกๆ มันคุ้น มันคลับคล้ายคลับครา ความรู้สึกยามอยู่กับขาว มันทั้งคุ้นเคย และปลอดภัย "เดินมองทางด้วย อย่ามองแค่คน รู้ว่าหล่อ แต่ไม่ต้องมองตลอดก็ได้" เสียงขรึมลอยแว่วมาเข้าหูเบาๆ พร้อมกับกลิ่นของเขา ที่เธอจำได้ดี "มั่นมาก มั่นสุด ไม่อยากจะดับฝันคนแก่ เพราะงั้น เขิญสบายใจในสิ่งที่คิดต่อไปเถอะค่ะ" จันทร์ชมพูค้อนควับ ไม่สนใจคนที่เดินอยู่ด้านหน้า ผิดกับสรุจ ถ้อยคำที่เธอพูด จี้จุดเขาค่อนข้างมากอยู่ "ไม่เคยได้ยินรึไง" "อายุเยอะ เลอะประสบการณ์" "ลองของจริงสักทีไหม" "จะได้รู้ ว่าแก่ จริงรึป่าว"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD