ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็วสำหรับงานเลี้ยงภายในของปีนี้ ที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากไปกว่าการดื่มกิน และ พูดคุยเรื่องทั่วไป เนื่องจากวงไดมีคิวงานที่แน่นขนัดมาทั้งปี ทำให้พวกเขา และ ทีมงานเจอกันแทบจะทั้งวันอยู่แล้ว
ไคโรทยอยส่งเพื่อนร่วมวงจนครบ ก่อนเดินกลับเข้ามาปิดประตูรั้ว เหลือบเห็นภรรยาถือกุญแจรถ เหมือนว่าจะขับออกไปที่ไหนสักแห่ง ซึ่งเธอเป็นฝ่ายที่หันมาแล้วบอกเสียก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายถามออกไป
"ไคคะ พอดีว่า ฮอลลี่ โทรมาบอกว่า ลีอา มีปัญหากับแฟนอีกแล้ว ก็เลย..."
"ต้องไปอยู่เป็นเพื่อน ทำไมเราไม่ให้เขาจัดการกับปัญหาพวกนี้ด้วยตัวเองล่ะครับ ผมว่าเราเป็นแค่คนนอก..."
"คนนอกอะไรกันคะ ไคก็รู้ว่าฮอลลี่กับลีอาคือเพื่อนสนิทของอามิ จะให้ทิ้งกันในตอนที่มีปัญหาแบบนี้ได้ยังไง"
"แล้วลูก ๆ ของเราล่ะครับ อยู่กันยังไง" อาซามิเผลอถอนหายใจแล้วตอบออกไปอย่างเหนื่อยหน่าย
"เป็นหน้าที่ซอลจังอยู่แล้วนี่คะ คุณเป็นห่วงอะไร อามิไปไม่นาน เดี๋ยวจะรีบกลับมา" น้ำเสียงของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด ที่ดูเหมือนว่าสามีจะซักถามเกินหน้าที่ราวกับเป็นพ่อของเธอ หากแต่ไคโรก็ยินยอมเพราะไม่อยากที่จะขัดใจ
"ถ้างั้นผมไปส่ง" พูดพร้อมกับเดินไปที่รถของตัวเอง หากแต่อาซามิกลับไม่เห็นด้วย
"อย่าเลยค่ะ อามิว่าคุณอยู่เล่นเป็นเพื่อนลูก ๆ ทางนี้ดีแล้ว รับรองว่าไปไม่นาน จะรีบกลับมาไม่ให้เลยเที่ยงคืนเหมือนทุกครัั้ง โอเคไหมคะ" พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ไม่รอให้สามีได้โต้แย้ง หรือ ตอบตกลงใด ๆ ก็ตรงไปที่รถโดยนั่งประจำที่คนขับ ก่อนจะเคลื่อนรถออกไป
อาซามิขับรถตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ก่อนกลับออกมาแล้วก้าวเข้าไปนั่งในรถ มือวางกระเป๋าสะพายไว้ที่เบาะข้าง ก่อนเอื้อมมือกดโทรศัพท์เพื่อโทรออกหาเพื่อนสาวคนสนิท ลีอา และ ฮอลลี่ สองพี่น้องฝาแฝดตามที่นัดกันไว้
"บ้าจริง!" เพราะความรีบร้อนจะไปให้ถึงปลายทางตามเวลาที่นัดหมายไว้ ทำให้อาซามิเหยียบคันเร่งด้วยความเร็วสูง พร้อมกันในเวลานั้นเอง มีบางอย่างที่เธอเอื้อมไปหยิบออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วบังเอิญว่ามันดันหล่นไปอยู่ที่พื้น
กิ๊ก!
ด้วยความไม่ถนัดทำให้อาซามิเลือกปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยมาไว้ข้างลำตัว ก่อนก้มลงไปเก็บ ทั้งที่รถยังคงแล่นไปข้าง โดยไม่ทันได้ระวัง แสงไฟสว่างวาบสาดเข้ามาภายในตัวรถสีขาวโพลน พร้อมกับเสียงแตรที่ดังยาวเสมือนเตือนให้เธอระวัง สิ่งกีดขวางที่อยู่ข้างหน้า
ปริ๊นนนนน!!!!
แต่โชคไม่ดีที่มีรถอีกคันสวนมาด้วยความเร็วสูง อาซามิหักหลบไม่ทัน รถของเธอแล่นไปชนเข้ากับเสาไฟ จนล้มลงมาใส่รถของเธอไม่พอล้อยังเสยเข้ากับฟุตบาท
เอี๊ยด.........
โคร้ม!!!!
เสียงเบรกห้ามล้อดังเสียดสี ไถลไปกับพื้นถนนบ่งบอกถึงการยับยั้งอันตรายที่อยู่เบื้องหน้า หากแต่ไม่ทัน รถของเธอพลิกคว่ำตีลังกา พร้อมกับร่างที่ถูกอัดกระแทกเข้ามาที่ตัวรถอย่างรุนแรง จนเธอแน่นิ่งไป ทุกอย่างพลันหยุดเคลื่อนไหว เว้นแต่เสียงล้อที่ยังหมุนวนอยู่กลางอากาศ หลังจากที่ตัวรถพลิกหมุนไปหลายตลบ
ในเวลาต่อมา ลีอา และ ฮอลลี่ ได้รับทราบข่าวของอาซามิจากทีมกู้ชีพและกู้ภัย ก่อนที่ทั้งสองคนจะติดต่อไปหาไคโร เพื่อแจ้งให้ทราบว่า อาซามินั้นประสบอุบัติเหตุ และ เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
ไคโร แทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินนี้ คือเรื่องจริงว่า เขาได้สูญเสียอาซามิไปแล้ว จากอุบัติเหตุในครั้งนี้ เขาช็อกมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ต่างจากสมาชิกวงไดที่ทราบข่าวในเวลาต่อมา โดยเฉพาะทีมงานของพวกเขา
ข่าวการสูญเสียของไคโรต่อการจากไปของอาซามิ ยังคงเป็นข่าวดังต่อเนื่องหลายสัปดาห์ในหน้าสื่อทุกสำนัก แม้แต่บนโลกออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์มมีแฟนคลับ และ แฟนเพลง หรือ แม้แต่ทุกคนที่ทราบข่าว ต่างพากันร่วมแสดงความไว้อาลัย โศกเศร้า และ เสียใจ ต่อการจากไปในครั้งนี้
ทว่าภายใต้ความสูญเสีย ยังมี ยาราคาชิแฟนส่วนหนึ่ง ที่หลงใหลในตัวของไคโร รู้สึกยินดีกับข่าวนี้ เสมือนว่าได้วีชวลหนุ่มสุดฮอตคืน แม้จะเป็นพ่อหม้ายก็ตาม หากแต่ก็กลับมาเป็นโสดได้อีกครั้ง
ในขณะที่ ซอลจัง ยังรู้สึกใจหาย และ เสียใจอย่างที่สุดซึ้ง เหมือนสูญเสียคนในครอบครัวไปด้วย เพราะอย่างน้อยตลอดสองปีที่ผ่านมา อาซามิก็ดีต่อเธอในระดับหนึ่ง
แต่ที่น่าหดหู่ใจที่สุด คือเรื่องที่คุณหนูเรย์จัง ต้องสูญเสียผู้เป็นแม่ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ไม่เว้นแม้แต่มิกกี้ และ มินนี่ที่เศร้าเสียใจต่อการจากไปของเธอไม่ต่างกัน
หลายสัปดาห์ต่อมา
หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยน หลังการจากไปของอาซามิ ไม่เว้นแม้แต่ไคโรเอง
ซอลจังเฝ้าดูไคโรดื่มมาหลายวัน นับตั้งแต่เสร็จสิ้นพิธีไว้อาลัยของอาซามิ จนไม่เป็นอันทำอะไร เลยทำให้เธอเลือกที่จะพูดกับเขาในครั้งนี้ ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป
"คุณไคโร หนูว่าพอเถอะนะคะ คุณดื่มมากเกินไปแล้ว"
"ไม่เกี่ยวกับเธอ"
"ไม่เกี่ยวกับหนู แต่มันเกี่ยวกับคุณ เกี่ยวกับงานที่คุณรัก แล้วก็แฟนคลับที่รักคุณ ถ้าดื่มมากขนาดนี้ คุณจะเอาเรี่ยวแรง แล้วก็สมองที่ไหนไปสร้างสรรค์ผลงานให้พวกเขาล่ะคะ"
"เธอ!" ไคโรชำเลืองมองคนถือดีที่กล้ามาสอนเขา ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปากสวน ซอลจังก็พูดต่อไปอีก
"คุณอาซามิ เธอจากคุณไปแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางกลับมา ต่อให้คุณนั่งเสียใจ ดื่มเอาเป็นเอาตายขนาดไหน เธอก็คงไม่ฟื้นขึ้นมาหรอกค่ะ"
"มีสิทธิ์อะไรพูดกับฉันแบบนี้!"
"หนูแค่อยากเตือนสติคุณ"
"ไม่ใช่หน้าที่เธอ"
"แต่ว่า"
"ออกไป ขืนพูดมาก เกิดฉันพลั้งมือทำอะไรลงไป เธออาจเจ็บตัวก็ได้"
"ดื่มขนาดนี้ ลำพังแค่จะยืนให้ไหวยังยากเลย อย่าขู่กันให้ยากเลยค่ะ มันไม่ได้ผลหรอก เพราะว่าหนูไม่กลัว ไปนอนเถอะนะคะ หนูพาไปส่ง"
หมับ!
ซอลจังกระแทกแก้วในมือไคโรลงไปที่โต๊ะ ก่อนจะคว้าไปที่ท่อนแขนแกร่งข้างที่สวมแหวนแต่งงานอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบตวัดมองการกระทำของเธออย่างไม่สบอารมณ์นัก ทว่าก็หยัดกายขึ้นเต็มความสูงตามแรงเหนี่ยวรั้งที่พาให้ลุกขึ้น
"อ๊ะ!" ทว่าน้ำหนักตัวทั้งหมดแทบจะทิ้งมายังคนที่ตัวเล็กกว่า ราวกับถูกกลั่นแกล้ง จนซอลจังเผลออุทานออกมาเสียงหลง
ดวงตาโฉบเฉี่ยวชำเลืองไปยังร่างที่สูงกว่า ก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะทำแบบนั้น ซอลจังจึงพ่นลมหายใจอุ่น ๆ ออกมา แล้วสูดกลับเข้าไปใหม่ เสมือนเรียกลมปราณทั้งหมดที่มี ให้กลับคืนมาอีกครั้ง ก่อนพาร่างสูงใหญ่ของวีชวลหนุ่มสุดหล่อ ที่ตอนนี้กลายเป็นพ่อหนุ่มขี้เมาหัวราน้ำ ขึ้นมาที่ห้องนอนของเขา
"เดี๋ยวหนูไปเอาผ้าเช็ดตัวมาให้นะคะ" พูดไม่ทันขาดคำ ร่างสูงก็ทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียง พร้อมทั้งตัดพ้อออกมาอย่างคนไร้เรี่ยวแรง แบบที่ซอลจังเองก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก ซึ่งไม่ว่าใคร หรือ แฟนคลับวงไดคนไหน ก็คงจะไม่เคยเห็น และ นึกภาพไม่ออกอย่างแน่นอน
"อามิจัง... ทำแบบนี้กับผมทำไม คุณทิ้งผมไว้แบบนี้ได้ยังไง?" ดวงตาคมกริบแดงก่ำราวกับคนกำลังร้องไห้ หากแต่ไม่มีน้ำตาสักหยด มันน่าเศร้าที่อยากจะร้อง แต่ก็ร้องไม่ออก
ซอลจังรู้สึกสงสารเขาจับใจ เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไง อย่างดีที่สุดก็เพียงแค่อยู่เคียงข้างเขาในเวลานี้เท่านั้น
กริ่ง!
เสียงกริ่งดังขึ้น ก่อนที่ซอลจังจะเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วจึงเดินไปที่หน้าประตูรั้ว
"คุณยูเมะ มาได้ยังไงคะ?"
"ฉันเอาโทรศัพท์มือถือมาคืน ไคโรลืมไว้ที่ผับเมื่อวันก่อน โทรุเป็นคนเก็บไว้ให้"
"เข้าใจแล้วค่ะ" เธอตอบด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยอ่อน เดาได้ไม่ยากว่าหลายวันมานี้ เธอต้องพบเจอกับอะไรบ้าง หลังจากที่ไคโรสูญเสียอาซามิจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แถมยังเมาไม่เป็นผู้เป็นคน
"ไคโรเป็นยังไงบ้าง ยังนั่งดื่มอยู่อีกเหรอ?"
"ท่าทางไม่ค่อยดี หนูพาขึ้นไปข้างบนแล้วค่ะ"
"ไคโร..."
"คะ?" เพราะสีหน้าที่ยูเมะแสดงออกมา ทั้งเหมือนอยากจะเล่า และ เหมือนว่าต้องการที่จะเก็บซ่อนมันเอาไว้ ทำให้ซอลจังถึงกับนิ่วหน้า ไม่รู้ว่าตัวเองควรถามคำถามอะไรออกไป หากแต่อีกฝ่าย เลือกที่จะพูดมันออกมาเสียเอง
"ไคโร ไม่ยอมเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหนเลย ที่ผ่านมา... อาซามิเป็นผู้หญิงคนแรก และ คนเดียวที่เข้ามาในชีวิตของหมอนั่น การสูญเสียอาซามิ อาจตอกย้ำความรู้สึกโดดเดี่ยวที่มีในอดีตให้กลับมาอีกครั้ง"
"คุณยูเมะ หมายความว่ายังไงเหรอคะ?"
"ไคโรเคยสูญเสียครอบครัว หมายถึงครอบครัวที่เป็นพ่อกับแม่แท้ ๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จนกลายเป็นเด็กกำพร้า ก่อนจะมีพ่อแม่บุญธรรม และเป็นไคโร ได ที่ทุกคนรู้จักอย่างทุกวันนี้" ยูเมะพ่นลมหายใจอย่างรู้สึกอัดอั้น แล้วพูดต่อ
"ครอบครัวที่อบอุ่น พ่อที่กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง หลังจากทำงานหนักมาเกือบยี่สิบปี แม่ที่ตั้งท้องน้องสาวอีกคน ทุกอย่างพังทลายไปในวันเดียว เป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของหมอนั่นเลยก็ว่าได้ ดูเหมือนอาซามิจะเป็นผู้หญิงคนเดียว ที่อยู่ในช่วงเวลานั้น ทำให้ไคโรผูกพันกับเธอมากกว่าคนอื่น"
"แบบนี้นี่เอง คุณเป็นลีดเดอร์ที่เข้าใจปัญหา ของเพื่อนร่วมวงมากที่สุด เท่าที่หนูเคยรู้มาเลยค่ะ"
"ฉันฝากเธอดูแลไคโรแทนวงไดด้วยนะ อีกไม่กี่วันก็จะทัวร์คอนเสิร์ตแล้ว ไม่อยากให้งานมีปัญหา ถ้าไคโรมีสติมากกว่านี้ ก็คงจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน"
"หนูเข้าใจแล้วล่ะค่ะ เรื่องนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วง"
"แล้วนี่เด็ก ๆ ทำอะไรกันอยู่" ยูเมะถามในตอนที่สบตากับเธอ
"คุณปู่กับคุณย่ามารับไปอยู่ด้วย ตั้งแต่วันที่ทราบว่าคุณไคโรดื่มหนัก พวกท่านคงไม่อยากให้เด็ก ๆ เห็นภาพจำแบบนั้นของคุณพ่อ"
"ดีแล้วล่ะ ยังไงก็...ฝากด้วยนะ" พูดก่อนจะส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของไคโรให้กับเธอ
ซอลจังรับไว้ด้วยรอยยิ้ม ที่ดูยังไงก็รู้ว่าลำบากใจอยู่ไม่น้อยกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอีกด้านหนึ่งของไคโร ที่หลายคนไม่เคยรู้ เกี่ยวกับตัวตนของเขาเลย
"มีอะไรโทรหาฉันได้ตลอด"
"ทราบแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ"
ซอลจังกลับเข้ามาที่ห้องนอนของวีชวลหนุ่มอีกครั้ง แต่ในระหว่างที่กำลังจะวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่โต๊ะข้างเตียง เธอดันเผลอไปโดนปุ่มปลดล็อก
ทำให้เหลือบไปเห็นแสงสว่างจากภาพพักหน้าจอ เป็นรูปถ่ายของไคโรกับภรรยา และ ลูก ๆ อีกสามคน ซึ่งดูเหมือนเป็นครอบครัวที่อบอุ่น และ สมบูรณ์แบบอยู่ไม่น้อย หากว่าเธอไม่ไปล่วงรู้ความลับบางอย่างของพวกเขา