ซอลจังใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาในทันใด เธอเม้มปากแน่นอย่างเก็บอาการ และ ไม่ได้ตอบอะไรไป เพราะมีแต่เธอเท่านั้นที่รู้ดีว่าใคร คือเมนคนสำคัญของเธอ
หลายเดือนก่อนหน้า
"มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า?" ร่างสูงของหนุ่มหล่อระดับวีชวลวงไดปรากฏตัวจากรถหรูตรงมาหาผู้เป็นภรรยาทันที หลังวางสายสนทนาจากเธอได้ไม่นาน
"ซอลจัังต้องรีบกลับไทยด่วน คุณไปส่งที่สนามบินให้ได้ไหมคะ" อาซามิเอ่ยกับสามีเมื่ออีกฝ่ายตรงเข้ามาหาด้วยสีหน้างุนงง หลังรับสายของเธอขณะทำงาน โดยเร่งให้มาหาแต่ไม่ได้ให้เหตุผลอะไร
"เกิดอะไรขึ้น... "
"ไม่มีเวลาอธิบายค่ะ คุณถามซอลจังระหว่างเดินทางจะดีกว่า" อาซามิรวบท่อนแขนแกร่งแล้วดันให้ไปที่รถ "รบกวนด้วยนะคะ" เธอบอกกับสามีพร้อมเดินเข้าไปหาซอลจังที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"รีบไปสิ เดี๋ยวไม่ทัน" ซอลจังสะพายกระเป๋าหลังใบเดียว แล้วก้าวเข้าไปในรถโดยมีไคโรเปิดประตูรอไว้ เธอนั่งนิ่ง เมื่อรู้สึกได้ว่าไคโรขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไป
ทั้งที่ควรจะตื่นเต้นดีใจ ที่ได้นั่งรถหรูประกบไอดอลดัง ระดับวีชวล และ เมนคนสำคัญที่ชื่นชอบมานาน แต่ในความเป็นจริง เธอกลับลืมเรื่องพวกนี้ไปซะหมด เพราะมีบางอย่างสำคัญกว่ากำลังแล่นอยู่ในหัว
"ขอบคุณนะคะที่กรุณามาส่ง" ซอลจังกล่าวขอบคุณหลังได้รับเกียรติจากนายจ้าง ที่เรียกว่าฮอตที่สุดของเกาะแห่งนี้ ทำหน้าที่เป็นสารถีให้เพื่อเดินทางมายังสนามบิน โดยทั้งคู่ไม่ได้พูดคุย หรือ สนทนาอะไรกันมาตลอดทาง ด้วยว่าไคโรมักจะรักษาระยะห่างกับผู้หญิงทุกคนที่ไม่ใช่ภรรยาไว้อยู่แล้ว
คนตัวเล็กลงจากรถพร้อมกระเป๋าสะพายหลัง ไม่ทันได้ก้าวออกไปไกลจากตัวรถ ก็หยุดเดิน เมื่อได้ยินเสียงที่ดังมาจากด้านหลัง
"เดี๋ยวก่อน..."
ซอลจังเห็นไอดอลหนุ่มหล่อ ผู้เป็นนายจ้างสวมแว่นตาพร้อมกับหมวกสีดำลงจากรถ ด้วยท่าทางที่สง่าผ่าเผย ยืนอยู่ด้านข้างฝั่งประตูคนขับ ก่อนขยับเข้ามาหาเมื่อเธอหันกลับไป แม้จะถูกบดบังใบหน้าไว้ด้วยแมสสีดำ หากแต่ไม่ได้ทำให้ความดูดี โดดเด่นของเขาลดลงไปด้วยเลย
"เผื่อเธอจำเป็นต้องใช้มัน" ไคโรส่งบางอย่างให้ ก่อนเธอจะรับมันไว้ แล้วก้มลงไปมอง
"หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ มันมากเกินไป" ซอลจังมองตัวเลข ซึ่งระบุบนแผ่นกระดาษที่ได้รับ โดยสามารถนำไปเบิกเป็นเงินสดได้ทันทีเมื่อกลับถึงไทย ซึ่งมากกว่าเงินเดือนที่เธอเคยได้รับมาทั้งชีวิต
"แล้วถ้าเทียบกับยายของเธอ เงินนี่ไม่ดูน้อยเกินไปเหรอ"
แม้ว่าอาซามิจะไม่ได้ให้ข้อมูล และ เขาเองก็ไม่ได้ถามรายละเอียดเอาจากคนที่นั่งมาด้วยกัน แต่ก็คาดเดาได้ไม่ยากว่า ซอลจัังเดินทางกะทันหันในครั้งนี้ด้วยเหตุผลอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะคุณยาย ผู้ที่เลี้ยงดูเธอมา นับตั้งแต่ลืมตาดูโลก ก็คงไม่มีเหตุผลอื่นอีกแล้ว
และ เหตุผลเดียวที่ทำให้เด็กคนนี้ตั้งใจเรียนจนจบ และ ทำงานก็เพื่อเก็บเงินให้ได้มาก ๆ ไว้ดูแลรักษาอาการป่วยของคุณยายเธอ เรื่องนี้คนเป็นนายจ้างอย่างเขาย่อมรู้ดี
"หนูจะรีบหาเงินมาคืนคุณนะคะ"
"เธอไม่จำเป็นต้องคืนเป็นเงินจำนวนนี้ก็ได้ ถึงยังไง เธอก็มีหน้าที่กลับมาคอยดูแลลูก ๆ ให้กับฉันอยู่แล้ว"
ซอลจังพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่เพียงเสี้ยววินาที ก็มีการสั่นเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ สองถึงสามข้อความ ก่อนที่เธอจะล้วงเอาโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าสะพายมาเปิดอ่าน
"หนูคงไม่ได้ใช้มันแล้วล่ะค่ะ" น้ำเสียงของซอลจังสั่นเครือ จนเกือบจับใจความไม่ได้ ก่อนไอดอลหนุ่มจะถามคำถาม หากแต่ไร้ซึ่งคำตอบ
"เกิดอะไรขึ้น?"
ซอลจังแทบล้มทั้งยืน หลังได้อ่านข้อความที่ส่งมา ใจเธอไม่เพียงแหลกสลาย หากร่างกายของเธอแทบจะดับสูญลงไปด้วย ถ้าไม่ได้ท่อนแขนแกร่งที่คว้าแผ่นหลังของเธอไว้ พร้อมฝ่ามือใหญ่ที่รั้งเธอเข้าไปพิงกับแผ่นอกของเขา เพื่อกันไม่ให้ล้ม
หมับ!
"...ไหวรึเปล่า?" คำถามของเขา ทำเธอหลั่งน้ำตาออกมา โดยไม่รู้ตัว
ไคโรที่ปรายตาไปเห็นข้อความภาษาไทยปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือของเธอ ก็รับรู้ได้ทันทีถึงสิ่งที่เด็กคนนี้กำลังเผชิญ มันเหมือนการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของเขา จากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อหลายปีก่อน
"เสียใจด้วยนะ" น้ำเสียงแผ่วเบาจากปากของวีชวลหนุ่มดังเหนือศีระเล็ก ก่อนที่ซอลจังจะสวมกอดไปที่เอว พร้อมกับฝังใบหน้าลงไปที่แผงอก เอนศีรษะเล็กพิงไปบนตัวของเขาอย่างถือวิสาสะ
ฟุ่บ!
"ขอยืมหน่อยได้ไหมคะ แค่นาทีเดียวก็ได้" ซอลจังรู้ว่าตัวเองทำไม่ถูก หากแต่เวลานี้ เธอต้องการไออุ่นจากใครสักคน แค่เพียงคนเดียวเท่านั้น แม้ไม่อาจทดแทนอ้อมกอดยายเธอได้ แต่ก็สามารถเยียวยาจิตใจให้กับเธอไม่น้อย
ผละ!
"หนูขอโทษ ที่ทำเรื่องไม่เหมาะสมกับคุณ" ซอลจังผละออก เมื่อรับรู้ถึงอุ่นไอจากอ้อมแขนมันยาวนานจนสัมผัสได้ถึงความหอมจากกลิ่นกายบนตัวของเขาซึ่งนานเกินกว่านาที มันช่างแสนอบอุ่น และ ปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก โดยเธอไม่ควรทำเช่นนี้กับคนที่มีภรรยาอยู่แล้วแบบเขา ยิ่งเขานิ่ง เธอยิ่งรู้สึกผิด ต่อสิ่งที่ทำ
"เรื่องที่เธอกอดฉัน หรือ ที่ฉันให้ยืมพิงไหล่"
"ก็ทั้งสองเลยค่ะ" ซอลจังมองไปที่ดวงตาอันคมกริบของเขา ด้วยความรู้สึกผิดที่มีอยู่เต็มหัวใจ
"ฉันไม่ได้คิดอะไร" ไคโรตอบเพียงสั้น ๆ ในขณะที่เวลานั้น ซอลจังเองก็รับรู้มันดีอยู่แล้ว ว่าเขาไม่คิดอะไร แต่ช่วยไม่ได้ที่เธอ ดันคิดไปแล้ว โดยเธอก็รู้ดีว่า มันเป็นสิ่งที่น่าอายที่สุด! ที่เกิดขึ้นในใจของตัวเอง
"หนูรู้ค่ะ...หนูรู้" เธอย้ำสิ่งนั้นกับตัวเอง ก่อนที่เสียงหนึ่ง จะดึงเธอออกจากภวังค์ความคิด
"ว่ายังไง...หวังว่าเมนของเธอคงไม่ใช่ไคโรหรอกนะ" นั่นเป็นเสียงของยูเมะที่พาซอลจังกลับมาสู่ปัจจุบันในโลกความเป็นจริง หลังจากเธอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่สูญเสียคุณยายไปเมื่อไม่นานมานี้
"เอ่อคือ..." ไม่ทันได้ตอบคำถามของอีกฝ่าย ก็มีเสียงใครคนนึงดังขึ้นมาซะก่อน
"เกิดอะไรขึ้น" นัั่นเป็นเสียงวีชวลหนุ่มหล่อวงไดที่เดินมาหยุดที่ปากประตูห้องนั่งเล่น "เห็นข้างนอกบอกว่านาย น่าจะเข้ามาทำแผล เป็นอะไรมากรึเปล่า"
"ไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นซ่อนกลิ่นต่างหาก" คำตอบของยูเมะ ทำให้ร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูเบนสายตาเปลี่ยนทิศทางมาหาเธอ
"หนูไม่เป็นไรแล้วค่ะ พวกคุณออกไปสนุกข้างนอกกันเถอะค่ะ หนูขอตัวเข้าไปดูเด็ก ๆ ก่อนนะคะ"
"ไม่ต้องหรอก ตอนนี้อาซามิอยู่กับเด็ก ๆ เธอมีอะไรก็ไปทำเถอะ" ไคโรบอกกับคนตัวเล็กที่กำลังรวบรวมอุปกรณ์ทำแผลเก็บเข้าที่ ก่อนที่เขาจะเดินนำหน้าโดยมียูเมะเดินตามออกไป
ซอลจังเดินเลี่ยงออกมา ดูเหมือนว่างานวันนี้จะเป็นการรวมตัวของลูก ๆ และ ภรรยาของสมาชิกภายในวงได ขณะที่เธอเป็นคนนอก การแยกตัวออกมาจากภายในงานแบบนี้ น่าจะดีที่สุดแล้ว
ซอลจังนั่งลงที่ม้านั่งใต้ร่มไม้หลังสวน นึกถึงเรื่องที่เธอมาอยู่ที่ญี่ปุ่น และ ได้ทำงานที่นี่ มันยิ่งกว่าความฝัน ที่เธอได้พบกับไอดอลคนดัง ซึ่งไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้เลี้ยงลูก ดูแลภรรยา รวมถึงทำอาหารให้กับวีชวลหนุ่มที่เป็นเมนคนสำคัญของตัวเธอเองอีกด้วย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าครั้งแรกที่ได้เจอ ทำเธอถึงกับตะลึงในความหล่อแบบฟ้าประทาน ไคโรหล่อเหมาะสมกับการเป็นวีชวลมากจริง ๆ
จะว่าไปวงไดก็หล่อ และ มีเสน่ห์กันทุกคน แม้ว่าแต่ละคนจะต่างมีครอบครัวไปแล้ว หากแต่ก็ยังดูแลรูปร่าง และ หน้าตากันได้อย่างดีทีเดียว แต่น่าเสียดาย คาวาดะ เร็น ที่เปรียบเสมือนหน้าตาของวงไดอีกคนประกาศลาออกจากวงไปเสียก่อน
"คุณคาวาดะ!" ซอลจังตกใจ ที่อยู่ ๆ คนที่กำลังนึกถึง ก็มาปรากฏอยู่ต่อหน้าแบบที่คาดไม่ถึง
"เรียกฉันว่าเร็นเฉย ๆ ก็ได้ ความจริง ฉันก็ไม่อยากเข้ามายุ่งกับเธอนักหรอก ถ้าเธอไม่มาวุ่นวายกับเรื่องของฉันก่อน"
"ต้องการอะไรคะ" คิ้วเล็กขมวดเข้าหากัน และ ดูเหมือนว่าการพบกันกับวงได จะมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ดูไม่เป็นมิตรต่อเธอ
"อย่ายุ่งเรื่องของฉันกับอาซามิ"
"แต่คุณอาซามิเป็นภรรยาของคุณไคโร แล้วเขาสองคนก็แต่งงานมีลูกตั้งสามคนแล้วด้วย เรื่องนี้คุณน่าจะรู้ดี"
"เด็กที่ขอคนอื่นมาเลี้ยง ฉันไม่นับว่าเป็นลูก"
"ถึงคุณมิกกี้กับมินนี่จะเป็นลูกบุญธรรมของเขาสองคน แต่คุณหนูเรย์ เป็นลูกที่เกิดจากคุณอาซามิแน่นอน คุณต่างหากที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับครอบครัวของคนอื่น"
"เธอนี่ปากเก่งดีนะ แต่น่าเสียดาย ที่เป็นได้แค่พี่เลี้ยง ฉันว่าอาซามิไม่ได้เลือกแค่ลูกเรือโง่ ๆ ของไดมาเป็นพี่เลี้ยงให้ลูก ๆ อย่างเดียว แต่ดันเลือกทาส เมนโง่ ๆ แบบเธอเข้ามาใช้งาน"
"คนที่พยายามจะหักหลังเพื่อนตัวเองต่างหาก ที่ไม่ได้ฉลาดอะไรเลย" ซอลจังพูดออกไปอย่างเหลืออดที่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เข้าใจอะไรเลย
"พูดแบบนี้ หมายความว่าไง!" คนตัวสูงปราดเข้าไปหาพร้อมกระชากที่ข้อมือบางข้างที่เพิ่งจะเกิดแผลอย่างถือวิสาสะ จนซอลจังถึงกับถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกของเขาอย่างจัง จนเกิดความรู้สึกเจ็บขึ้นมาที่แผลอยู่ชั่วขณะ
"โอ๊ะ!" เสียงร้องของเธอทำให้ใครบางคนที่อยู่แถวนั้น ได้ยินเสียง และ เดินตรงเข้ามาอย่างกับรู้จังหวะ
"โทรุ บอกว่านายกำลังจะกลับ ฉันก็เลยออกมาส่ง แล้วนี่... คุยอะไรกันอยู่รึเปล่า" เสียงฝีเท้าที่ตรงเข้ามาทำให้ คาวาดะ เร็น ที่รู้ตัวปล่อยมือออกจากเธอ ก่อนที่อีกฝ่ายจะตรงเข้ามาทันได้เห็น
"กำลังจะกลับพอดี แต่บังเอิญเจอคุณพี่เลี้ยงเข้า ก็เลยแวะคุยเรื่องทั่วไปด้วยกันนิดหน่อย" คาวาดะ เร็น ตอบคำถามไคโร ขณะที่เห็นว่าซอลจังเองไม่ได้โต้แย้งอะไรออกมา จึงเดินเฉียดเข้าไปหาพร้อมทั้งกระซิบคำพูดบางอย่างต่อไคโร
"อาซามิไม่ได้บอกเหรอ ว่านายเป็นเมนของยัยนี่ ที่สำคัญ อ่อยเก่งฉิบ! ยังไงก็ระวังด้วยล่ะ" พูดแล้วก็เดินลอยหน้าลอยตาไปที่รถ ทิ้งให้สองคนอยู่ท่ามกลางความกดดันที่ก่อตัวขึ้น ในสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกเหมือนไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
"มีอะไรจะพูดไหม" ไคโรถาม เพราะต้องการฟังความทั้งสองฝ่าย และ อยากให้เธอมีสิทธิ์ที่จะพูดแก้ต่างให้ตัวเอง หากว่ามีโอกาส
"ไม่ค่ะ" ซอลจังตอบกลับไป โดยที่รู้ดีว่าถึงพูดอะไรไป ก็ดูไม่มีน้ำหนักอยู่ดี
พี่เลี้ยงเด็กในบ้านที่อายุงานแค่สองปีอย่างเธอ จะเทียบอะไรกับอดีตเพื่อนร่วมวงที่รู้จักกันมานานกว่ายี่สิบปี
ซอลจังได้แต่คิด และ ทอดถอนใจ มองเขาหมุนตัวเดินกลับจนลับตาไป โดยไม่ได้พูด หรือ ถามอะไรกับเธออีกหลังจากนั้น