"ใจเย็นก่อนนะคะ เอาเป็นว่าเมื่อคืนคุณเมามาก แต่คุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น มันเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ หนูว่าคุณเองคงจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ใช่ไหมล่ะคะ?"
"รู้ได้ยังไง ว่าฉันจำอะไรไม่ได้?" มือบางกำเอาผ้าที่ห่อตัวไว้แน่น แม้ร่างกายจะพันไว้ด้วยผ้าห่มผืนหนา หากแต่บรรยากาศตอนนี้กลับเย็นยะเยือกชวนให้ขนหัวลุกได้เหมือนกัน เมื่อได้ฟังคำกล่าวนี้
"ก็...!"
"ฉันจำได้ว่า เมื่อคืน...ไม่ใช่เธอ!"
"ถ้าแบบนั้น ไม่เรียกว่าจำได้หรอกนะคะ แต่เรียกว่า ไม่มีสติ!" คำพูดของซอลจัง พาให้ไคโรลุกออกจากเตียงด้วยร่างกายอันเปลือยเปล่าอย่างไม่รู้สึกอาย ตรงไปคว้าเสื้อคลุมเข้ามาสวมใส่ ก่อนเดินกลับนั่งย่อตัวลงแล้วพูดกับคนตรงหน้า
"ก็ในเมื่อฉันไม่มีสติ แปลว่าเธอตั้งใจเข้ามาในนี้ ตามแผนที่วางไว้แล้วสินะ"
"อ... อะไรนะคะ!" ซอลจังถามเสียงหลง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกจากปากของเขา แม้จะรู้สึกเกรี้ยวกราดกับความคิดนี้ หากแต่กลับไม่ลุกขึ้นมาตอบโต้อะไร ได้แต่นั่งตัวลีบเพราะรู้สึกอายที่ตัวเองมีเพียงแค่ผ้าห่มผืนเดียวปกปิดร่างกายเอาไว้
"บางที เธออาจจะอยากแทนที่อาซามิก็ได้ ถึงฉวยโอกาสพาตัวเองเข้ามาในห้องนี้ ตอนที่ฉันเมาจนขาดสติ แบบนั้นใช่ไหม!" ซอลจังอึ้งในความคิดกับจินตนาการของวีชวลหนุ่มที่เป็นทั้งนักร้อง และ นักแต่งเพลงคนนี้เสียจริง
"หนูไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ ไม่เคยเลย สักนิดก็ไม่เคย" ดวงตาโฉบเฉี่ยวสั่นระริกราวกับพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ตรงนั้น ถึงจะรู้สึกชอบเขามากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะไปครอบครองของของใคร ที่ไม่ใช่ของของตัวเอง
"จะให้เชื่อเธอเหรอ ในเมื่อหลักฐานมันชัดเจนออกขนาดนี้" ไคโรลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหันหลังปรายตามองไปรอบ ๆ เพื่อดูให้แน่ใจว่า นอกจากเธอแล้ว มีบางอย่างแอบซ่อนเข้ามาด้วยหรือไม่ เช่นอุปกรณ์บันทึกภาพถ่าย และ ความเคลื่อนไหวภายในห้องนี้
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ทันระวัง เพราะคิดว่าที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง
"หนูไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ ไม่เคยคิดจะมาแทนที่ภรรยาของคุณเลย แม้แต่ครั้งเดียว!" ซอลจังยังคงยืนยันด้วยความสัตย์จริง เธอไม่เคยคิดอะไรไปถึงขั้นนัั้นเลย แม้ว่ามันจะฟังไม่ขึ้นก็ตามที
"จะให้ฉันยอมเชื่อคำพูดพวกนี้เหรอ ง่ายไปหน่อยไหม!"
"แล้วจะให้หนูทำยังไงคะ คุณถึงจะยอมเชื่อ ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว คุณไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรเลย หนูรับรองจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ทุกอย่างจะจบลงแค่ตรงนี้ คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด หรือกังวลอะไรเลยทั้งนัั้น เพราะมันก็แค่เรื่องที่เกิดขึ้น คืนเดียวเท่านั้นเอง!" ได้ยินคำพูดของซอลจัง ไคโรก็แทบหลุดหัวเราะเยาะออกมา
"เธอกำลังจะบอกฉันว่า มันก็แค่ วันไนต์สแตนด์ เท่านั้นสินะ" ไคโรรู้สึกถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรีเพราะเขาไม่คิดจะวันไนท์สแตนกับใคร
หากแต่เด็กคนนี้กลับมาทำเป็นถือดี ร่ายยาวเรื่องพวกนี้แล้วตัดจบทุกอย่างไว้แค่เพียง วันไนท์สแตน โดยไม่มีอะไรยืนยันได้เลยว่า เขาจะไม่ถูกเธอแบล็คเมล์เข้าทีหลัง เพราะตอนนี้ไคโรมองว่าเธอไม่ต่างไปจากพวก ยาราคาชิ แฟน ของศิลปินไอดอลเลยแม้แต่นิดเดียว
"มันก็แล้วแต่คุณจะให้คำจำกัดความตรงนั้นยังไง และ เพื่อพิสูจน์ว่าหนูไม่ได้อยากเอาตัวเองเข้ามาแทนที่ใคร หนูจะอยู่ให้ห่างคุณมากที่สุด ถ้าคุณอยู่ในห้องนี้ หนูจะไม่มีทางเข้ามาในนี้เด็ดขาด แบบนี้... คุณโอเคไหม?"
"งั้นก็ทำให้ได้อย่างที่เธอพูดแล้วกัน ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว!"
ซอลจัง พ่นลมหายใจออกมาอย่างคลายความกังวล ก่อนลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าที่หล่นกระจายอยู่ตามพื้นไม่ให้หลงเหลือไว้แม้แต่ชิ้นเดียว ท่ามกลางสายตาอันแสนเย็นชาของวีชวลหนุ่มแล้วรีบเดินกลับออกมาพร้อมกับคราบน้ำตาที่หยดลงมาบนแก้ม มือบางปาดน้ำตาทิ้งโดยไม่รอให้ใครได้เห็นมัน
ซอลจัง หลบเข้ามาในห้องของตัวเอง แล้วปลดปล่อยน้ำตาที่พรั่งพรูออกมารินไหล ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเองได้ขนาดนี้
เธอไม่คิดจะร้องไห้ให้กับเรื่องแบบนี้เลยในชีวิตนี้ แต่ทำไมพอเอาเข้าจริง ใจมันกลับหวิวขึ้นมาเสียอย่างนั้น ราวกับคนที่เพิ่งอกหัก หรือ ถูกบอกเลิก โดยที่ยังไม่เคยบอกรักด้วยซ้ำไป มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ระหว่างเสียดาย ความบริสุทธิ์ของตัวเองที่หยิบยื่นให้กับเขาไป หรือ เพราะหัวใจที่บอบช้ำปราศจากการมองเห็น โดยที่รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้เลย และ สิ่งที่น่าอายที่สุด ก็คือการที่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ภายใต้เงาของใครบางคน โดยที่เขาไม่รู้ตัว
เสียงกริ่งจากหน้าประตูรั้วดังขึ้น พร้อมกับเสียงแตรของรถยนต์ที่รอให้เธอลงไปต้อนรับ อย่างเป็นปกติทุกครั้งในช่วงเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์
"สวััสดีค่ะ คุณซากุระ สวัสดีค่ะ คุณแม่บ้านมายูมิ" ซอลจังเดินมาเปิดประตูรั้ว และ รับข้าวของพะรุงพะรังที่หิ้วลงจากรถของคุณซากุระ และ คุณแม่บ้านมายูมิ ที่เป็นพี่เลี้ยงจำเป็นให้กับลูก ๆ ของไคโร และ อาซามิในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลังการจากไปของเธอ
"สวัสดีจ้ะ แล้วนี่ไคโรยังไม่ตื่นอีกเหรอ" ยังไม่ทันที่ซอลจังจะได้ตอบคำถาม เสียงที่คุ้นหูของวีชวลหนุ่มก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเขา
"สวัสดีครับม้า...สวัสดีครับพี่มายูมิ"
"ป่าป๊า!... " เสียงใส ๆ ของมิกกี้ และ มินนี่ รวมถึงเจ้าตัวเล็กวัยเพียงสอบขวบเศษของ เรย์จังก็ร้องเรียกหาผู้เป็นพ่อซึ่งเดินลงมาจากชั้นสองตรงมาที่หน้าประตูรถซึ่งจอดอยู่หน้าประตูทางเข้า พร้อมกับทักทายผู้เป็นแม่อย่างคุณ ซากุระ และ พี่เลี้ยงของเขาในวัยเด็กอย่างคุณแม่บ้านมายูมิ
"เป็นยังไงกันบ้าง ใกล้ปิดเทอมรึยังเอ่ย"
"เพิ่งเปิดเทอม แค่สองสัปดาห์เองค่ะ" นั่นเป็นเสียงใส ๆ ของมินนี่สาวน้อยวัยห้าขวบที่เป็นคนตอบคำถามนั้น
"วันนี้วันเสาร์ ต้องออกไปทำงานรึเปล่า?" ซากุระเอ่ยถามลูกชาย เมื่อสังเกตุเห็นการแต่งตััวด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาว ทบด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำพอดีตัวคลุมทับอีกที
"มีถ่ายงานที่สตูดิโอนิดหน่อยครับ เย็น ๆ น่าจะเสร็จ"
"จะออกไปเลยไหม ไม่ทานอะไรสักหน่อยเหรอ?"
"ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวขึ้นไปหยิบของที่ห้อง ก็ว่าจะออกไปเลย กลัวว่าจะสาย" ไคโรยกข้อมือแกร่งขึ้นมองเวลาในตอนที่ตอบออกมา ก่อนจะเงยหน้าสบตากับผู้เป็นแม่อย่างรู้สึกผิดที่อยู่ร่วมโต๊ะอาหารมื้อนี้ด้วยไม่ได้
"เอาเป็นว่าตอนเย็น จะรีบกลับนะครับ" บอกก่อนจะหมุนร่างสูงยาวราวกับนายแบบของตัวเอง หันไปหาลูก ๆ แล้วย่อตัวลงไปสวมกอดพวกเขา
"เย็นนี้เจอกันนะครับ เด็ก ๆ" ไคโรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ครั้นจะเหลือบมองใครบางคนที่ออกมาต้อนรับผู้เป็นแม่ และ บรรดาลูก ๆ ของเขาก่อนหน้านี้ ก็กลับไม่พบเสียแล้ว
ไคโร กลับมาที่ห้องของตัวเองเพื่อจะหยิบกระเป๋าแล้วออกไปถ่ายงานที่สตูดิโอ เป็นจังหวะเดียวกับที่ซอลจังเปิดประตูออกมาจากห้องเขาพอดีแบบไม่ทันได้ตั้งตััว จนทำให้เธอเผลอตกใจ
"อ๊ะคุณ!"
"........." ผิดกับเขายังคงแสดงสีหน้า และ ท่าทางอันเย็นชา โดยไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร ว่าทำไมเธอถึงได้เข้าไปในห้องนี้อีก เพราะสายตาที่เหลือบไปเห็นกองผ้าปูที่นอน และ ปลอกหมอนซึ่งเธอหอบกลับออกมาด้วย ก็พอจะเดาได้ไม่ยาก
"จะเอาไปไหน?" วีชวลหนุ่มเอ่ยถาม ในตอนที่เดินผ่านหน้าเธอกลับเข้าไปในห้อง
"ทำความสะอาดค่ะ" ซอลจังรีบก้าวสวนออกมาจากด้านใน แล้วตอบคำถาม
"เอาไปทิ้งให้หมด" ไคโรออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไม่ต่างจากสีหน้าของเขา เมื่อเดินกลับมาที่หน้าประตูห้อง
"ความจริง...หนูก็คิดจะทำแบบนั้นอยู่แล้วเหมือนกันค่ะ" เธอตอบออกมา แล้วเดินลงบันไดไป โดยไม่ได้หันกลับไปมอง