เย็นวันนั้น เป็นมื้อค่ำที่สุดแสนอร่อยโดยฝีมือการทำอาหารของคุณแม่บ้านมายูมิ ที่ลงมือปรุงอาหารด้วยตััวเองจนถูกปากแบบอูมามิที่ทุกคนชื่นชอบ
โดยเฉพาะไคโรที่คุ้นเคยกับฝีมือและรสชาติการทำอาหารของเธอมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมนูเนื้อ ซึ่งเป็นเมนูสุดโปรดปรานของเขาด้วย
หลังเสร็จสิ้นมื้ออาหารค่ำของทุกคน ซอลจังก็กลับมาทำหน้าที่พี่เลี้ยงส่งคุณหนูเรย์จังเข้านอนเหมือนปกติทุกครั้งแทนคุณแม่บ้านมายูมิตามที่ได้รับมอบหมายในช่วงสุดสัปดาห์นับตั้งแต่อาซามิเสียไป
ก่อนสลับมาที่ห้องนอนของมิกกี้และมินนี่ สองพี่น้องฝาแฝดเพื่อส่งให้เข้าด้วยเช่นกัน
"เห็นคุณย่าบอกว่าพี่ซอลเป็นคนไทย แต่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ อังกฤษก็เก่งด้วย มิกกี้อยากพูดได้หลายภาษาเหมือนกับพี่ซอลบ้าง อยากพูดไทยเป็นด้วยครับ"
มิกกี้แฝดหนุ่มน้อยผู้พี่วัยห้าขวบเศษกะพริบตาปริบ ๆ ราวกับออดอ้อน ไม่ต่างจากมินนี่ผู้เป็นน้องสาวแก้มขาวอมชมพูน่าหยิกน่าฟัดที่โน้มร่างนุ่ม ๆ น่ากอดมาคลอเคลียที่ต้นแขนเรียวเล็กของพี่เลี้ยงอย่างซอลจัง
"มินนี่ก็อยากพูดได้ด้วยเหมือนกันค่ะ"
"ได้สิคะ ถ้ามีเวลาพี่ซอลจะสอนให้เด็ก ๆ พูดไทยได้เก่ง ๆ เลย ว่าแต่วันนี้เด็ก ๆ อยากรู้คำไทยคำไหนเป็นพิเศษก่อนรึเปล่าคะ"
"อยากรู้ว่านอกจาก ชิชิ ฮะฮะ โอโต้ซัง โอก้าซัง ที่แปลว่าพ่อกับแม่ แล้วภาษาไทยต้องพูดว่าอะไรเหรอครับ" น้ำเสียงอันเจื้อยแจ้วของหนุ่มน้อยมิกกี้มองหน้าของพี่เลี้้ยงด้วยท่าทางอยากที่จะเรียนรู้คำพวกนี้สุด ๆ
"โอโต้ซัง ในภาษาไทย ก็คือพ่อ หรือ คุณพ่อ ส่วนโอก้าซัง เราจะใช้คำว่า แม่ หรือว่า คุณแม่"
"คุเพาะ คุเมะ" สองเสียงใสพยายามออกเสียงอย่างฉะฉาน หากแต่ฟังแล้วยังไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำเท่าไหร่ ทว่าซอลจังก็ส่ายหน้าน้อย ๆ ด้วยรอยยิ้มที่เอ็นดู และ ชื่นชมในความอุตสาหะให้กับหนูน้อยทั้งสองคน
"เยี่ยมมากเลยค่ะ แต่ยังออกเสียงได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เอางี้... มองปากพี่ซอลนะคะ คุณพ่อ คุณแม่ ช้า ๆ ทีละคำ" ซอลจังโน้มใบหน้าเข้าหาเด็ก ๆ ที่อยู่คนละฟากฝั่งเตียงนอนพลางชี้ไปที่มุมปากของตัวเองพร้อมกับออกเสียง
"คุณ...พ่อ"
"คุณ.........พ่อ" ครั้งนี้้เด็ก ๆ ทั้งสองออกเสียงกันได้อย่างชัดเจนทีเดียว ทำให้ซอลจังยิ้มแล้วออกเสียงอีกคำต่อจากนั้น เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ที่ไม่พลาดการออกเสียงตามอีกครั้งได้อย่างชัดเจน
"คุณ....... แม่"
"เยี่ยมมากเลยค่ะเด็ก ๆ ลองฝึกพูดบ่อย ๆ นะคะ จะได้ออกเสียงชัดมากขึ้น" ซอลจังส่งยิ้มหวาน ๆ พร้อมกับยกนิ้วชื่นชมเด็ก ๆ ที่มีความสามารถหากฝึกฝนบ่อย ๆ ก็คงจะพูดภาษาไทยได้เก่งไม่ยาก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ประตูที่ถูกเปิดค้างไว้ทำให้ใครบางคนที่ออกแรงเคาะเบา ๆ สองสามทีก่อนก้าวเข้ามาด้านใน ดึงความสนใจของทุกคนภายในห้องให้หันไปมองกันอย่างพร้อมเพรียง
"ทำอะไรอยู่ครับเด็ก ๆ" ร่างสูงของวีชวลหนุ่มเดินเข้ามาเพื่อกล่าวฝันดีกับลูก ๆ เป็นปกติเช่นทุกครั้งก่อนเข้านอน
"คุณ... พ่อ!" สองเสียงร้องทักด้วยความดีใจก่อนกระโจนร่างน้อย ๆ ลงจากเตียงนอนของตัวเองตรงเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ คิ้วหนาที่ได้ยินได้ฟังถึงกับขมวดคิิ้วอย่างประหลาดใจเล็กน้อยที่เด็ก ๆ รู้จักคำคำนี้
"เรากำลังให้พี่ซอลสอนภาษาอยู่ค่ะ ใช่ไหมคะ คุณ...แม่!" คำพูดที่ยังไม่ประสีประสาของมินนี่ที่กำลังตอบคำถาม แถมยัังต่อประโยคด้วยการฝึกออกเสียงไปด้วย ทำให้วีชวลหนุ่มตวัดมองมาที่เธอทันทีราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ดูท่าว่าซอลจัังจะงานเข้าให้แล้ว เพราะทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าที่เรียบเฉยในตอนแรกก็เปลี่ยนมาเย็นชาใส่เธออีกครั้ง
"ส่งเด็ก ๆ เข้านอนแล้วออกไปพบฉันด้วย" ไคโรออกคำสั่งกับพี่เลี้ยงสาวที่นั่งเงียบ เพราะกลัวว่าจะมีปัญหาตามมา ทำท่าว่าจะไม่จบไม่สิ้น ดูแล้วคงไม่ผิดไปจากที่คิดไว้เท่าไหร่
"ทราบแล้วค่ะ" ซอลจังลอบถอนใจหาย แล้วหันไปหาเด็ก ๆ เพื่อเตรียมตัวพาเข้านอน
ร่างสูงของไคโรตรงเข้าไปนั่งที่เตียงของลูก ๆ ทั้งสองคนก่อนจะกล่าวราตรีสวัสดิ์ด้วยภาษาญี่ปุ่นเหมือนเช่นทุกครั้ง
"sorosoro nerune, oyasumi"
พูดจบประโยคก็โน้มใบหน้าอันหล่อเหลาลงไปหอมที่หน้าผากของลูก ๆ ทั้งสองคน ก่อนจะเดินกลับออกไป
"พี่ซอลปิดไฟได้เลยครับ ผมกับน้องจะนอนกันแล้ว" มิกกี้นอนตะแคงแล้วหันหน้าไปทางน้องสาวตัวน้อยที่อยู่บนเตียงนอนอีกฟาก
"วันนี้ไม่ฟังนิทานก่อนนอน กันเหรอคะ" ซอลจังเอ่ยถามเด็ก ๆ ทั้งสองคนเพื่อความแน่ใจ เพราะปกติมิกกี้กับมินนี่ชอบฟังเธออ่านนิทาน
"ไม่ครับ ง่วงแล้ว" ว่าแล้วก็หันไปขยิบตาเพื่อให้น้องสาวบอกออกไปในทำนองเดียวกัน
"มินนี่ก็ง่วงแล้วเหมือนกันค่ะ"
"โอเค ถ้างั้นพี่ซอลปิดไฟเลยนะคะ ฝันดีค่ะ"
"ฝันดีครับ/ฝันดีค่ะ" เด็ก ๆ ทั้งสองคนดึงผ้าขึ้นมาปิดบังใบหน้า ก่อนที่ซอลจังจะเดินเข้ามาปิดสวิตช์ไฟ
"ป่าป๊าเป็นอะไรรึเปล่าพี่มิกกี้ ทำไมทำเสียงเข้มใส่พี่ซอลแบบนั้น" น้ำเสียงกระซิบกระซาบของหนูน้อยมินนี่ที่อยู่ใต้ผ้าห่ม แว่วมาถึงหูของพี่เลี้ยงอย่างซอลจังที่กำลังจะเดินออกจากห้อง
"ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยจะไม่อยากให้เราฝึกภาษาไทยมั้ง" มิกกี้กระซิบตอบกลับไป
"ป่าป๊าไม่ชอบคนไทยเหรอ" มินนี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ไม่ชอบหรอกมั้ง ถ้าชอบจะแต่งงานกับหม่าม้าอาซามิได้ไง" มิกกี้ตอบน้องสาว
"เสียดายจัง พี่ซอลนิสัยดี หนูอยากให้พี่ซอลมาเป็นหม่าม้า"
"พี่ก็อยากเหมือนกัน เรานอนเถอะ เรื่องของผู้ใหญ่นะ"
"โอเคพี่มิกกี้ นอนกันเถอะ" สิ้นสุดเสียงสนทนาเกินวัยของเด็ก ๆ ทั้งสองคน ซอลจังก็เปิดประตูแล้วเดินออกไป
แกร๊ก!
"มีสิทธิ์อะไรมาสอนให้ลูกฉัน เรียกเธอว่าแม่" วีชวลหนุ่มหมุนร่างที่ยืนกอดอกหันหลังเพื่อรอสะสางกับสิ่งที่ค้างคาใจเมื่อครู่นี้กลับมา ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องปิดสนิทลง
"มันไม่ใช่อย่างที่คิดเลยนะคะ เรื่องนี้คุณกำลังเข้าใจผิด" ซอลจังที่กำลังจะอธิบาย แต่ก็ดูว่าอีกฝ่ายจะปักธงเชื่อในสิ่งที่คิดไว้อยู่แล้ว
"เข้าใจผิดยังไง ก็ในเมื่อเธอสอนให้มิกกี้กับมินนี่ เรียกฉันว่าพ่อ แล้วก็เรียกเธอว่าแม่"
"หนูยอมรับ ว่ากำลังสอนเด็ก ๆ ให้พูดภาษาไทย แทนคำว่า โอโต้ซัง กับ โอก้าซัง แล้วถ้าไม่บอกให้ใช้คำว่าพ่อกับแม่ จะให้ใช้คำว่าอะไรคะ"
"แล้วทำไมไม่สอนคำอื่น ทำไมจะต้องเป็นแค่สองคำนี้ หรือว่าสิ่งฉันคิด จะเป็นเรื่องจริง"
"คุณคิดอะไร"
"ก็คิดว่าเธออยากแทนที่อาซามิ"
"บอกแล้วไงคะ ว่าหนูไม่คิดเอาตัวเองไปแทนที่ของใคร"
"พูดอะไรก็พูดได้ แต่การกระทำมันดูย้อนแย้งกับสิ่งที่พูดไปหน่อย"
"แล้วคุณจะให้หนูทำยังไง"
"พิสูจน์!"
"พิสูจน์ยังไงคะ คุณถึงจะเชื่อ ถ้าทำได้จริง หนูจะยอมทำตามทุกอย่างเลย"
หมับ!
"มานี่!" ร่างสูงของวีชวลหนุ่มลากเรียวแขนเล็กไปด้วยกัน แม้จะไม่เต็มใจนักหากแต่ก็ไม่ได้มีการขัดขืน
"เพื่อยืนยันสิ่งที่พูด เธอต้องทำให้ฉันแน่ใจด้วยว่า เธอไม่ได้อยากแทนที่อาซามิ"
เรียวขาเล็กก้าวพ้นกรอบประตูที่ถูกเปิดออกภายหลังที่ทั้งคู่มาหยุดอยู่หน้าห้องของเขา ก่อนที่แรงดันจะส่งให้ซอลจังก้าวเข้าไปด้านใน
"พาหนูเข้ามาในนี้ทำไมคะ ในเมื่อเราตกลงกันแล้วว่าถ้าคุณอยู่ในนี้ ก็จะไม่มีหนูอยู่ในห้องนี้ด้วย"
"นั่นมันก่อนหน้านี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนแล้ว" เท้าเล็กถอยหนี เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก้าวเข้ามาหาหวังประชิดตัวเธอ
ซอลจังระแวดระวัง กลัวว่าตัวเองจะพลาดท่าล้มไปบนเตียงเหมือนในฉากหนัง ฉากละคร ไม่ก็พวกซีรี่ส์ เธอจึงเลือกหมุนตัวเพื่อหลบไปอีกทาง ทำให้แผ่นหลังบางชนเข้ากับกำแพง
กึก!
"โอ๊ะ!" ไคโรมองแมลงเม่าตัวน้อยที่กำลังพาตัวเองบินเข้ามาในกองเพลิงที่พร้อมแผดเผาเธอให้มอดไหม้ โดยที่เขาไม่ต้องออกแรงอะไร เธอก็บินมาติดกับซะเอง
"คุณจะทำอะไร!" ความเย็นวาบของผนังกำแพงทำให้ซอลจังเผลอสะดุ้งเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายเดินมาใกล้ โดยที่เบื้องหลังของเธอยังยืนชิดติดกับข้างฝา
"เธอต่างหากที่ต้องทำ" น้ำเสียงเยือกเย็นมองร่างบางที่ถูกต้อนมาจนมุม
"คุณจะให้หนูทำอะไรคะ" ซอลจังรู้สึกไม่ปลอดภัย แม้จะยืนอยู่ด้วยกันแบบนี้ หากแต่สายตาคมกริบของเขากลับประกาศชัยชนะราวกับถือไพ่เหนือกว่า
"ทุกอย่างที่อาซามิยังไม่เคยได้ทำ" สิ้นสุดคำพูด ร่างของซอลจังก็ถูกดันเข้าไปในห้องน้ำด้านข้างกำแพงที่แนบแผ่นหลังของเธอไว้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไม่คาดคิด ที่เธอเลือกพาตัวเองมาอยู่ตรงจุดนี้ แทนการเดินไปที่เตียงนอนอย่างครั้งนั้น
แกร๊ก!
"อ๊ะ!" ไคโรกดเข้าที่ไหล่บางให้นั่งลงบนฝาสุขภัณฑ์ที่ถูกปิดไว้ด้วยระบบอัตโนมัติ ก่อนจะปลดเปลื้องบางอย่างออกมาชักรูดเบา ๆ โดยเลือกใช้มันเป็นเครื่องมือเพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่ต้องการ
"ดูเหมือนเธอ จะเลือกเป็นในนี้!"