[นนาย]
...หลังจากเรียนเสร็จในช่วงบ่ายนนายก็ขี่รถมอ'ไซค์ คันเก่งของตัวเองออกหางานพาร์ทไทม์ทำช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ปกติแล้วเขาเองก็เป็นคนที่ทำงานอยู่แล้วตั้งแต่เด็กจนเกิดเป็นความเคยชินมาถึงทุกวันนี้ ด้วยแม่ของนายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจึงลำบากมากที่จะเลี้ยงเขากับน้องมาโดยลำพัง นายเป็นพี่ชายคนโตเลยคิดว่าเป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องช่วยแม่หาเงินอีกแรง ทั้งที่แม่ก็ไม่ขอให้เขาช่วยอะไรเลยก็ตาม...
ตอนนี้ผมแว่นมอ'ไซค์ ออกตระเวนหาร้านที่รับสมัครพนักงานผมไปมาแล้วทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านขายหนังสือ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ จนมาเจอคาเฟ่แมวที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม. ร้านนี้เจ้าของร้านเป็นผู้ชายตัวโตที่มีกล้ามแน่น ๆ ขัดกับร้านที่ดูกุ๊กกิ๊กน่ารักไม่เข้ากันหน้าที่เขาเลยใช่ครับถือว่าวันนี้ก้าวเท้าออกถูกข้าง นับว่าเป็นโชคดีของผมที่พี่เขารับเข้าทำงานและเริ่มงานเสาร์นี้เลย
ไวจนตั้งตัวไม่ทันแต่ก็ดีจะได้มีเงินเก็บเร็ว ๆ
เมื่อได้งานอย่างที่ต้องการแล้วผมก็กลับหอพักกะจะมานอนเอนหลังพักผ่อนเสียหน่อยด้วยร่างกายที่อ่อนล้า เพราะทั้งกิจกรรมในช่วงเช้าที่ลากยาวจนถึงเที่ยงแล้วก็เรียนบ่ายลากยาวจนถึงเย็นด้วยวิชาคำนวณทั้งนั้น เสร็จก็ต้องไปตระเวนหางานอีกร่วมหลายชั่วโมงลิ้นแทบห้อย ผมหอบสังขารขึ้นมาบนห้องด้วยร่างกายที่แทบพังเพราะอากาศร้อน
หอพักที่ผมอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนักแต่ก็ไกลจากคณะผมอยู่มากเพราะอยู่ฝั่งทางหลัง มอ. ส่วนคณะที่ผมเรียนอยู่ทางฝั่งหน้ามอ. นั่นเอง ก็ด้วยราคาห้องที่ไม่แพงมากนั่นแหละเราถึงได้เลือกที่นี่โดยที่ไอ้เจียร์ก็เป็นคนมาหาหอพักรอผมก่อนเป็นเดือน ๆ ถึงจะดูเปลี่ยวหน่อยแต่เราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่อันนี้เลยไม่มีปัญหา
แกร่ก!
"เจอร์...ไอ้เจียร์! ...ไอ้เจียร์โว๊ย!" ห้องก็ไม่ล็อกมันหายไปไหนวะ ของก็อยู่ครบแถมวางไว้มั่วด้วยไอ้นี่
“ไอ้เจียร์! ...ไอ้อ้วน!”
“กูอยู่นี่...ในห้องน้ำมึงจะตะโกนหาพระแสงอะไร..ไอ้นาย!!...กูขี้อยู่ " เจียร์ตะโกนกลับออกมาด้วยน้ำเสียงติดรำคาญคงเพราะกำลังใช้สมาธิในการเบ่ง
"ก็กูไม่เห็นมึงนี่ ประตูก็ไม่ล็อกนึกว่าใครมาอุ้มมึงไปซะแล้ว" ผมเดินมาเอนหลังลงบนเตียงนอน
หึ...แข็งฉิบหาย อย่างกะไม้กระดานไอ้สัตว์สมราคาเกิ๊น...ตื่นมาปวดหลังทุกเช้าไอ้ห่าให้ตายเถอะกูควรไปหาซื้อเตียงใหม่ไม่ก็ฟูกมาปูทับสักทีก่อนหมอนรองกระดูกจะเคลื่อน
“ใครจะมาอุ้มกูไหวมึงดูตัวกูด้วย!!” เจียร์เดินออกจากห้องน้ำมาทั้งที่ใส่กางเกงยังไม่เรียบร้อยดี
“เป็นไงบ้าง ได้ไปหางานปะวันนี้” เจียร์จัดการกับกางเกงพลางหันมาถามคนที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงเขียงหมูด้วยสภาพหน้ามันแพล็บอย่างผม
“ไปสิ...ได้แล้วด้วยพี่เขาให้เริ่มงานพรุ่งนี้บ่าย เป็นคาเฟ่แมวด้วยอะมึง...โคตรดีใจหาแทบตาย เจ้าของร้านก็หล่อล่ำกล้ามแน่นด้วย หล่อยันเสียงมึงคิดดู” ผมเป็นคนรักแมวด้วยนะครับที่บ้านก็มีตั้ง 3 ตัว
“เว่อร์ไว้ก่อนมึงอะ...งั้นก็เข้าทางทาสแมวอย่างมึงเลยสิ” เจียร์รู้ดีว่าผมชอบแมวมาก ชอบมากขนาดถึงขั้นเดินตามเสียงแมวเข้าไปในป่าหลังบ้านแล้วกลับมาพร้อมแมวน้อยแรกคลอดอีกถึงสามตัวเนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยรอยยุงกัดไปหมด ผมที่ไม่ห่วงตัวเองเลยสักนิดขอเพียงได้ช่วยชีวิตแมวพวกนั้นก็พอ
รวมถึงคนคนนั้นด้วยป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้างคงไม่ตายหรอกมั้งเพราะไม่เห็นยายว่ามีคนตายเลยนี่
"อื้อ...แมวเยอะมาก ทาสหมาอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไรไอ้อ้วน" ผมตอบกลับด้วยท่าทางที่มีความสุขทั้งจะได้ทำงานไหนจะได้เล่นกับแมวอีก
“ปะ...ไปวิ่ง” เจียร์เอ่ยชวนผมนี่ถึงกับเอียงคอมองเพราะมันชวนแบบไม่ดสภาพผมตอนนี้เลย
“ห๊ะ!! กูเหนื่อยจะตายแล้วมึงเดินยังไม่ไหวเอาอะไรไปวิ่ง”
เวลาต่อมา...
หลังจากไอ้หน้าหมวยลากผมจากที่นอนให้มาวิ่งเพื่อฟิตหุ่นได้สำเร็จแบบร่างแทบแยกมันว่าจะผอมให้ได้ว่าอย่างนั้นแต่นาน ๆ มาวิ่งเรียกเหงื่อก็ดีเหมือนกันเราวิ่งกันได้ไม่ถึงสองรอบสนามก็ชวนกันไปหาอะไรกินกันต่อก่อนจะกลับเข้าห้องนั่นก็คือ
“ร้านหมูกระทะ!!” วิ่งแล้วมานั่งแดกหมูกระทะต่อโถ่...ไอ้หมูอ้วนแล้วมึงพากูมาวิ่งให้เหนื่อยเพื่อ วิ่งแล้วก็มานั่งแดกหมูกระทะให้อ้วนเหมือนเดิม
ส่วนมันเองก็ยังหนีบเพื่อนมาด้วยอีกคนชื่อพู่กัน พู่กันเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวขาว หน้าตี๋แต่ไม่หมวยเหมือนเจียร์นะ ดูเป็นคนง่าย ๆ หยิ่ง ๆ หน่อยพูดน้อยแต่พูดอยู่ที่สำคัญมันชอบเล่นเกมส์เหมือนเจียร์เลยแล้วพวกมันก็เรียนคณะเภสัชฯ ด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ เจียร์บอกว่าไอ้พู่กันหน้านิ่งเนี่ยไม่ชอบกินข้าวคนเดียวแล้วรูมเมทมันไม่อยู่ด้วยวันนี้เลยชวนมากินหมูกระทะด้วยกันซะเลย
พวกเรานั่งกินไปคุยกันไปได้สักพักหมูผักที่ตักมาก็พร่องลงไปมากหนังท้องเริ่มตึงขึ้นมาหน่อย ๆ แล้วล่ะส่วนไอ้เจียร์เหรอครับลุกไปตักหมูมานี่รอบที่ห้าแล้วมันบอกกินบุฟเฟ่ต์ใครเค้ากินผักกัน
มันมีกี่กระเพาะวะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนของมันกินจุฉิบหายตัวแค่เนี่ย ผมที่อิ่มแล้วก็ได้แต่นั่งมองเจียร์กับพู่กันกินไปเรื่อย ๆ พอเริ่มอิ่มผมก็เริ่มหยิบมือถือขึ้นมาเล่นพร้อมกับเช็คอินซะหน่อยตามประสาวัยรุ่นยุค 4G
Nanine Nonnapat
1s. เช็คอิน: ร้านหมูกะทะ XXX
แนบรูป
ก่อนจะเข้าไปดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยเบื่อครู่ใหญ่ก็เก็บมือถือลง และกินต่อไปอีกสักพักเพราะเริ่มย่อยบ้างแล้ว
...
อีกด้าน
[เหนือ]
หลังจากอัดบุหรี่ไปมากผมเองก็กำลังเล่นมือถือเพื่อเช็กดูอะไรไปตามปกติ สักพักก็มีใครบางคนที่ผมเองแอบกดติดตามไว้แล้วตั้งค่าทุกอย่างให้แจ้งเตือนขึ้นมาพอดี
พอผมรู้ว่าเจ้าของผ้าเช็ดหน้าเป็นใครแล้วก็เริ่มอยากรู้จักน้องมากเขาขึ้นด้วยการกดติดตามไอจีน้องไว้ก่อนเป็นอันดับแรกโดยสืบจากคิมหันต์น้องชายตัวเองนั่นแหละ
Nanine Nonnapat 10m.
เช็กอิน : ร้านหมูกะทะXXX
รูปกระทะที่ไหม้เกรียม
ไลน์กลุ่ม
Nueanatee : กินหมูกระทะกัน
Phang : นึกยังไงอยากกินหมูกระทะวะเพื่อนกู
สายหมอก : มีอะไรน่าสนใจ?@Nueanatee
DAN : นั่นดิ ร้อยวันพันปีไม่เคยจะกินหมูกระทะแต่กูคงบายว่ะตอนนี้อยู่สนามแข่ง
Nueanatee : ร้านxxx
ไม่รอให้ใครตอบกดส่งชื่อร้านไปให้เพื่อน ๆ ทันที
Phang : ไปสักหน่อยก็ได้วะ อยากรู้เหมือนกันมีอะไรดีนักร้านนี้ทำไมทำให้หมอเหนืออยากจะไปกินหมูกระทะได้
Nueanatee: 5 นาที
เมื่อส่งข้อความสุดท้ายไปผมก็รีบกดปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วรีบตรงไปที่ร้านหมูกระทะทันทีเมื่อมาถึงร้านผมเองก็ได้เห็นเพื่อนทั้งสองคนยืนรอหน้าร้านก่อนแล้ว ผมเดินลงไปหาเพื่อนสนิททันทีเพราะกลัวว่าน้องจะกลับก่อนต้องทำเวลา
"กูว่าแล้วร้านนี้มันต้องมีอะไร " เป็นเพลงที่เอ่ยแซวซึ่งผมเองก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรทำแค่เพียงมองหาคนที่อยากเจอเท่านั้น
"เอาจริงสินะคนนี้ ปกติไม่เคยจะสนใจใครแบบนี้" หมอกก็ยังเป็นหมอกรู้ใจเขาไปซะหมดทุกเรื่องสมแล้วที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก
"เข้าไปกันเถอะ" ผมเลือกที่จะเมินคำพูดของเพื่อนแล้วเดินเข้าไปในร้านทันทีได้รู้วิถีการใช้ชีวิตสักนิดก็ยังดี
"ไงไอ้น้องนาย เพื่อนไอ้น้องคิมเด็กแสบ" เพลงเรียกชื่อของนายพร้อมโบกไม้โบกมือทักทายตามแบบฉบับคนร่าเริงของคณะแพทย์เรา
"ครับพี่เพลง" นายยกมือไหว้อีกครั้งวันนี้ก็สองรอบแล้ว
"เจอกันอีกแล้วนะไอ้น้องโลกมันกลมจริง ๆ เนาะเหนือเนาะ" เพลงพูดกับนายพร้อมเผยอหน้าไปยิ้มให้ผมที่เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา
"มหา'ลัย ก็มีแค่นี้ปะพี่...ไม่แปลกที่จะเจอกันนั่งด้วยกันไหม" น้องถามพร้อมยิ้มเกรงใจกับหม้อดำปี๋
"เอ...นั่นน้องเจียร์ไหมครับที่เราเคยเจอกันที่ร้านอาหารก่อนเปิดเทอม...ใช่มะเพลง" เสียงอบอุ่นละมุนดั่งปุยเมฆของหมอสายหมอกทำเอาสาวโต๊ะข้าง ๆ บิดเป็นเกลียวไปแล้วในตอนนี้
“สวัสดีครับพี่หมอก พอดีผมมัวแต่อึ้งไม่คิดว่าจะเจอพวกพี่ที่นี่”
“รู้จักกันเหรอ...งั้นขอแนะนำอย่างเป็นทางการละกันนะนี่พี่เพลง ... พี่หมอกรุ่นพี่แพทย์ปี2 แล้วก็ ... คนนี้พี่เหนือเป็นลูกพี่ลูกน้องของไอ้คิมน่ะที่กูเล่าให้ฟัง" นายแนะนำรุ่นพี่กับเพื่อน ๆ แล้วก็แนะนำเพื่อน ๆ ต่อ “ส่วนนี้เจียร์กับพู่กันเภสัชฯ ครับ”
“พี่หมอกรู้จักเจียร์ด้วยเหรอครับ” น้องนายถามข้อสงสัยก่อนหน้านี้ต่อกับเพื่อนผม
"บังเอิญเจอน่ะ ที่ร้านป้าหน้าปากซอยหอเรา" เจียร์ตอบกลับคำถามเพื่อนรักแทน น้องก็พยักหน้าเป็นอันเข้าใจแต่คนที่ยังนิ่งอยู่คือพู่กันเด็กคนที่นั่งข้าง ๆ เจียร์ผมสังเกตเห็นว่าเขาดูมีอะไรน่าสนใจเหมือนกันแต่ตอนนี้คนที่ทำให้ผมสนใจมากกว่ากลับเป็นคนที่เจื้อยแจ้วอยู่กับไอ้เพลงเพื่อนผมอย่างสนิทสนม
จากนั้นเราก็แยกโต๊ะกันนั่งแต่ก็ไม่ไกลกันมากเรียกว่าต่อให้โต๊ะนั้นพูดอะไรผมก็ได้ยิน
"มึงรู้ไหมว่าพวกพี่เขาดังมากเลยนะ...มึงไปรู้จักคนดังแบบนั้นได้ไงนาย?" พู่กันที่เงียบมานานก็ถามขึ้นผมเองก็ได้ยินทุกถ่อยคำชัดเจน
"กูพึ่งรู้จักเขาเมื่อตอนเที่ยงนี่เอง ตอนไปกินข้าวกับไอ้คิมที่โรงอาหารคณะแพทย์ เลยบังเอิญมาเจอก็แค่นั้น...ว่าแต่ดังขนาดไหนวะ" น้องนายถามต่อด้วยความสงสัย ผมเองก็ตั้งใจฟังอยู่อย่างไม่ลดละ
"มึงควรเข้าไปดูในเพจของ มอ. เราบ้างนะ พี่เขามีข่าวมีภาพมาลงทุกคน มีฉายาด้วยนะโว๊ย สามีของคณะแพทย์สมบัติของ มอ. " เจียร์เสริมทัพกับคำพูดของพู่กัน
ผมสังเกตเห็นนายเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากด ๆ น่าจะเข้าไปดูเพจตามที่เพื่อนเขาบอกมือเล็กเลื่อน ๆ ดูอย่างสนอกสนใจ ผมเองก็ได้แต่ยกยิ้มอย่างพอใจว่าอย่างน้อยเขาก็อยากรู้จักเรื่องของผมขึ้นมาบ้าง แต่เพราะอีกฝ่ายที่มาก่อนนานแล้วจึงนั่งต่อได้ไม่นานพวกเขาก็ขอตัวกลับพวกผมเองที่ไม่ได้ตั้งใจจะมากินแต่แรกก็เช็กบิลแล้วกลับในเวลาต่อมาด้วยเช่นกัน
และเมื่อกลับมาถึงห้องผมก็ได้รับข้อมูลจากที่ได้ให้คนช่วยตามสืบตั้งแต่ช่วงเที่ยงว่าน้องเขาพักที่ไหนตอนนี้ทำอะไรอยู่กับใครจนรู้รายละเอียดทุกอย่างและนับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปก็คงเริ่มปฏิบัติการณ์จีบน้องเขาอย่างเต็มตัวแล้ว
“คาเฟ่” นั่นคือเป้าหมายแรกที่ผมจะไป
...
วันต่อมา
[นนาย]
เช้าวันเสาร์ที่แสนสดใส สดใสก็เหี้ยแล้ว...ห่าววว ง่วง
ผมที่ตื่นขึ้นมาตอนนี้เวลาก็ปาเข้าไปสิบโมงแล้วซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่ต้องไปทำงานที่ได้สมัครไว้ โดยพี่เติร์ดเจ้าของร้านให้ผมเข้าช่วงบ่ายเลิกงานอีกทีก็ช่วงเย็นๆ ผมลุกขึ้นจากเตียงที่ตอนนี้ไม่มีเจียร์แล้ว
สงสัยออกไปไหนสักที่แต่ช่างมันก่อนเถอะวันนี้ตื่นเต้นมากที่จะได้เริ่มงานวันแรก
ผมเข้าไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวประมาณ 30 นาที ก็ออกมาพร้อมชุดสบาย ๆ เสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนส์รัดติ้วตัวโปรด ที่มีรอยขาดพอโชว์ขาขาวนิด ๆ หน่อย ๆ ให้สาวมองก่อนเข้างานผมต้องแวะกินข้าวก่อนร้านป้าปากซอยที่เป็นร้านประจำของผมและคนละแวกนี้เมื่อท้องอิ่มก็เดินทางต่อด้วยน้องเต่าคู่ใจไปร้านคาเฟ่แถวหน้ามอ.
ผมใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็มาถึงร้านภายในร้านตกแต่งสไตล์มินิมอลน่ารัก ๆ โทนสีขาวน้ำตาลที่ดูขัดกับลุคเจ้าของร้านเป็นที่สุด
"สวัสดีครับพี่ " ยกมือไหว้ทักทายเจ้าของร้านตามมารยาท
"สวัสดีครับน้องนายมาแล้วเหรอ มาเร็วเหมือนกันนี่เรา...เอาของไปเก็บหลังร้านก่อนพี่จะสอนงานครับ" รับคำเสร็จก็เดินเอาของมาเก็บในตู้ล็อคเกอร์ที่ทางร้านติดชื่อไว้ให้เรียบร้อยว่าของใครบ้าง
ร้านจะมีสองชั้นที่เปิดเป็นร้านส่วนชั้นสามเป็นห้องนอนของเจ้าของร้านมีการแบ่งโซนอย่างชัดเจนมีหลายมุมให้เลือกนั่ง และยังมีแมวหลายตัวที่เดินคลอเคลียรับแขกกันพอให้ลูกค้าลูบพวกตัวมันบ้าง รู้งานจริง ๆ และการทำงานวันแรกของผมก็ผ่านไปได้ดีด้วยการดูแลของรุ่นพี่สาวสวยแต่ดุดันอย่างพี่เจได
งานวันแรกของผมก็จะเป็นงานเสิร์ฟและต้อนรับลูกค้าเพราะยังชงกาแฟไม่เป็นผมทำงานไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาแล้วจนถึงช่วงเวลาที่จะต้องเลิกงานระหว่างที่กำลังก้ม ๆ จะเก็บแก้วใส่ตู้ที่อยู่ใต้เคาน์เตอร์หลังจากเช็ดเรียบร้อยแล้ว
ดิ๊ง!! เสียงกระดิ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่ามีลูกค้ามาใช้บริการ
“สวัสดีครับ ... ระ...รับอะไรดีคร้าบบบ" ผมตกใจนิดหน่อยที่ลูกค้าคือคนที่ผมพึ่งเจอมาเมื่อเย็นวานนี้เอง
“อเมริกาโน่เย็น ไม่หวานเลยหนึ่งแก้วครับ” หมอเหนือระบายยิ้มขณะสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานใหม่อย่างผมจนลนลานทำอะไรไม่ถูก
“พะ...พี่หมอเหนือนที!!” ด้วยความตกใจที่เหนือนทียื่นหน้ามาใกล้เขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมจึงเรียกชื่อของคนตรงหน้าไปเต็มยศ ส่งผลให้เจ้าของชื่อถึงกับยกยิ้มอย่างเอ็นดู
"อเมริกาโน่ไม่หวานเลยนะครับ" ผมทวนออเดอร์อีกครั้ง เมื่อเริ่มตั้งสติของตัวเองได้
"ครับ ... ไม่หวานเพราะตอนนี้เจอของหวานกว่าแล้ว" หมอเหนือส่งรอยยิ้มพิฆาตมาทีส่งผลในคนแมน ๆ อย่างผมถึงกับตั้งรับแทบไม่ทันเลยทีเดียว
"พี่เติร์ดครับ...ลูกค้าสั่งอเมริกาโน่ไม่หวานเลยครับ แก้วหนึ่ง" ผมหันไปแจ้งออเดอร์กับพี่เติร์สอีกทีเพราะยังชงไม่เป็น
"ไม่ได้ชงเองเหรอครับ...เสียดายจัง" อีกคนยังพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ ขณะที่ผมเองประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
“คือ ... ผมพึ่งมาทำงานวันแรกครับยังชงกาแฟยังไม่เป็น" ผมตอบไปตามจริงเมื่อพี่เติร์ดชงเสร็จก็ยื่นแก้วกาแฟมาให้ผมเพื่อที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะยื่นให้ลูกค้าสุดหล่อตรงหน้าทำไมพี่เขาไม่ส่งให้ลูกค้าไปเลยเล่า
"กาแฟที่สั่งได้แล้วครับ" จังหวะที่ผมกำลังจะวางแกลงลงที่ถาดรองด้านหน้าหมอเหนือก็ยื่นมือมารับแก้วกับมือเองทันที และจังหวะนั้นเองที่มือเราทั้งคู่สัมผัสกันถึงจะเพียงแค่เล็กน้อยแต่ ก็ทำให้ผมเองรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตไปทั้งตัวอย่างไม่มีสาเหตุ
"ขอบคุณครับ...รอบหน้าหวังว่าจะได้ชิมกาแฟที่น้องนายชงเองนะครับ" ลูกค้าหน้าหล่อส่งยิ้มหวานให้อีกครั้งก่อนจะเดินออกไปทั้งที่ตอนนี้ผมยังอ้าปากค้างตกตลึงอยู่
พี่เค้าเป็นคนคนเดียวกันกับเมื่อวานแน่นะวันนี้ทำไมแจกยิ้มเรี่ยราดจังวะ
แต่ถึงแม้ว่าลูกค้าที่ทำให้ผมรู้สึกร้อนวูบวาบเมื่อครู่จะออกไปนานแล้วแต่ความรู้สึกตอนนี้ก็ยังคงไม่จางหายไปเลยสักนิด