ลั่วชิงจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้างกายด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เสียงลมหายใจของเฟยเทียนขาดช่วงเป็นระยะ ใบหน้าของเขาซูบซีดลงจนเห็นเส้นเลือดสีดำจางๆ ลามขึ้นมาตามลำคอ... นี่คือ อะไร ?
‘โอกาสมาถึงแล้ว...’ ความคิดหนึ่งวูบเข้ามาในหัว เธอเหลือบมองปิ่นปักผมหยกแหลมคมที่ตกอยู่ไม่ไกล หากเธอแทงมันลงที่ขั้วหัวใจของเขาตอนนี้ ทุกอย่างจะจบสิ้นลงสวรรค์จะกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปหยิบปิ่นหยกนั้นขึ้นมา
ลั่วชิงจ้องมองร่างที่ไม่ได้สติของเฟยเทียน มือที่เคยกำปิ่นหยกไว้แน่นค่อยๆ คลายออก ความสับสนสายหนึ่งแล่นผ่านดวงตา 'ทำไมกัน... ทำไมตอนที่ข้าแตะต้องตัวเขา พลังในกายข้าถึงตอบสนองต่อไอแค้นของเขารุนแรงนัก' แต่แล้วภาพเหตุการณ์ที่บิดาสั่งความไว้ก็ผุดขึ้นมาในหัว
"หาทางเข้าหอคอยทมิฬเพื่อชิงเนตรบรรพกาลออกมา... เมื่อนั้นจอมมารมันจะสิ้นฤทธิ์แล้วจะสังหารมันได้ "
"ถ้าเจ้าไม่ตายคนที่ต้องตายอาจจะเป็นข้า.. ข้าก็ไม่มีวันเข้าถึงหอคอยทมิฬได้" ลั่วชิงพึมพำกับตัวเองพลางลดปิ่นในมือลง "และข้า... ข้าไม่เคยฆ่าใคร"
ความกลัวและความสับสนตีรวนอยู่ในอก แต่เมื่อเห็นหยดเหงื่อเย็นเฉียบผุดขึ้นบนหน้าผากของจอมมารที่เคยผยอง ความรู้สึกสมเพชก็เข้ามาแทนที่ความโกรธชั่วคราว เธอรู้ดีว่าหากพรรคพวกของเขาเข้ามาเห็นเขาในสภาพนี้ แผนการของเธอจะพังพินาศ และเธออาจถูกฆ่าปิดปาก
"เพื่อให้เจ้าไว้ใจ... ข้าต้องเป็นคนช่วยเจ้า"
ลั่วชิงตัดสินใจใช้พลังเทพ
ลั่วชิงขยับเข้าไปใกล้ร่างที่นอนซมไข้ เธอตัดสินใจใช้พลังในกายช่วยระงับพิษ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสที่หน้าผากของเฟยเทียน แสงสีแดงรูปดอกฝ**นมาร ที่ต้นคอของเธอก็เปล่งแสงเจิดจ้ากว่าทุกครั้ง
พิษในกายของเฟยเทียนเริ่มสงบลงอย่างรวดเร็วภายใต้สัมผัสของเธอ ลั่วชิงแปลกใจในพลังของตัวเอง แต่เธอไม่มีเวลาหาคำตอบ เธอรีบจัดแจงเช็ดตัวและเฝ้าไข้เขาอย่างใกล้ชิด แสร้งทำเป็นสตรีที่ยอมสยบต่อโชคตากลายเป็นเชลยที่แสนดี
เธอใช้ผ้าชุบน้ำคอยซับเหงื่อและปรนนิบัติเขาเยี่ยงทาสผู้ซื่อสัตย์ตลอดทั้งคืน แม้ในใจจะก่นด่าและสาปแช่งเขาทุกลมหายใจก็ตาม
"จดจำสัมผัสนี้ไว้ เฟยเทียน... วันที่เจ้าตื่นขึ้นมาแล้วเห็นข้าเป็นคนช่วยชีวิตเจ้า เจ้าจะยิ่งวางใจ และเมื่อถึงวันที่ข้าได้เนตรบรรพกาลมาครอบครอง วันนั้นแหละ... ข้าจะส่งเจ้าลงนรกด้วยมือของข้าเอง!"
แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ลั่วชิงแสร้งทำเป็นฟุบหลับลงข้างๆ เตียงในสภาพที่ดูอิดโรยจากการดูแลเขา เพื่อรอคอยเวลาที่ 'จอมมาร' จะลืมตาขึ้นมาพบกับความภักดีที่ถูกฉาบไว้ด้วยยาพิษ
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างวิหารมาร ตกกระทบใบหน้าคมเข้มของเฟยเทียนที่เริ่มมีสีเลือดขึ้นมาบ้าง เขาขยับกายอย่างยากลำบาก ความทรงจำสุดท้ายคือความรู้สึกเหมือนวิญญาณถูกฉีกกระชากจากพิษร้าย แต่ตอนนี้ร่างกายเขากลับเบาสบายอย่างน่าประหลาด
เขาลืมตาขึ้น พบลั่วชิงในสภาพอิดโรย เธอกำลังบิดผ้าชุบน้ำเย็นจัดเพื่อเตรียมจะซับหน้าให้เขา
"เจ้า..." เสียงของเขาแหบพร่า เฟยเทียนพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง "ข้าหมดสติไปนานแค่ไหน?"
"เกือบทั้งคืน" ลั่วชิงตอบเสียงเรียบ พยายามทำแววตาให้ดูอ่อนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เจ้าจู่ๆ ก็ล้มลง ข้าตกใจแทบตาย"
เฟยเทียนจ้องมองใบหน้าหวานด้วยสายตาจับผิด เขาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น "ในเมื่อข้าหมดสติ... ทำไมเจ้าไม่เรียกคนของข้า? ทำไมไม่ตะโกนบอกทหารมารข้างนอก หรือเจ้าจงใจอยากให้ข้าตายคาทีโดยไม่มีใครรู้!"
ลั่วชิงไม่หลบสายตา เธอแค่นยิ้มบางๆ ที่ดูขื่นขม "เจ้าก็ดูเอาเองเถอะเฟยเทียน... ถ้าข้าอยากให้เจ้าตาย ข้าจะนั่งเฝ้าไข้เช็ดตัวให้เจ้าจนไม่ได้นอนทั้งคืนแบบนี้ทำไม? ข้าจะยอมสละพลังอันน้อยนิดของข้าช่วยประคองลมหายใจเจ้าไว้เพื่ออะไร?"
"พลังเจ้าเนี่ยนะ "จอมมาร หันหน้าไปมองลั่วชิงเทพธิดาที่แทบไม่มีพลังอะไร เพราะยังไม่ได้รับการฝึกฝน อย่างลั่วชิง"ใช่พลังน้อยนิดของข้านี่แหละ"
คำพูดของเธอทำให้จอมมารนิ่งไปชั่วครู่ เขามองไปที่อ่างน้ำและผ้าเปียกที่วางอยู่ข้างเตียง ความจริงอยู่ตรงหน้า... นางมีโอกาสนับพันครั้งที่จะปลิดชีพเขา หรือแค่ปล่อยให้เขามอดไหม้ไปเอง แต่นางกลับเลือกที่จะช่วย
"ต่อไปนี้... ถ้าข้าเป็นอะไรไปอีก เจ้าห้ามยุ่ง!" เฟยเทียนสะบัดมือออกพลางพูดเสียงแข็งเพื่อปกปิดความรู้สึกที่สั่นคลอน "ให้ไปเรียกคนของข้ามาจัดการ เจ้ามันก็แค่เชลย อย่ามาทำตัววุ่นวายกับชีวิตข้า"
"ข้าก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอก" ลั่วชิงแสร้งเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มเย็นที่มุมปาก "ข้าแค่ไม่อยากให้ใครมองว่าข้าลอบสังหารเจ้าในยามวิกาล เพราะนั่นอาจหมายถึงชีวิตบิดาของข้าที่อยู่บนสวรรค์ด้วย"
เฟยเทียนจ้องมองแผ่นหลังบางที่ดูบอบบางแต่เด็ดเดี่ยว ในใจที่เคยมีแต่เพลิงแค้นกลับมีความรู้สึกประหลาดแทรกซึมเข้ามา 'นางเป็นธิดาเทพที่แปลกประหลาดนัก... หรือว่าความดีงามของนางจะเป็นของจริง?'
เขาไม่รู้เลยว่า ภายใต้ท่าทางอ่อนโยนนั้น ลั่วชิงกำลังลอบสังเกตการไหลเวียนของพลังมารในกายเขา เพื่อหาจังหวะที่เขาอ่อนแอที่สุด และรอคอยวันที่จะชิง 'เนตรบรรพกาล' มาไว้ในมือ
"ไปพักซะ สภาพเจ้าตอนนี้ดูไม่ได้เลย" เฟยเทียนสั่งเสียงห้วน แม้น้ำเสียงจะดูรำคาญ แต่กลับแฝงกระแสความห่วงใยที่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว
"งั้นข้าขอตัว... " ลั่งชิงตอบเสียงแผ่วเบาก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เฟยเทียนนั่งอยู่บนเตียงเพียงลำพังกับความสับสนที่เริ่มเกาะกินใจ