หลังจากการขับเคี่ยวอันเร่าร้อนป่าเถื่อนจบลง ทิ้งไว้เพียงรอยตราบาปและกลิ่นอายมารที่ปกคลุมไปทั่วร่างบาง เฟยเทียน ก้าวกลับเข้ามาในห้องบรรทมอีกครั้งในยามค่ำคืน ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียง สายตาเย็นชาจ้องมองไปที่ ลั่วชิง ที่นอนคุดคู้กอดตัวเองอยู่ใต้ผ้าห่มที่ขาดวิ่น
ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้ แต่เมื่อสบตาเขา แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังที่ฝังลึก
"ออกไป... ออกไปให้พ้นหน้าข้า!" ลั่วชิงเค้นเสียงสั่นพร่า เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่ความเจ็บปวดที่กึ่งกลางกายกลับย้ำเตือนถึงความอัปยศที่เพิ่งผ่านพ้นไป "เจ้ามันชั่ว... เจ้ามันเดรัจฉาน!"
เฟยเทียนไม่เพียงไม่โกรธ เขากลับแสยะยิ้มที่ชวนให้หนาวไปถึงขั้วหัวใจ เขาเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเย็นเฉียบเชยคางมนที่สั่นเทาขึ้นมา
"ด่าข้าสิ... ยิ่งเจ้าด่า ข้ายิ่งรู้ว่าเจ้ายังไม่ตาย" เสียงของเขาทุ้มต่ำและเยือกเย็น "เจ้าน่าจะรู้ดีว่าสวรรค์ชั้นฟ้าที่ว่าสูงส่ง ตอนนี้เหลือเพียงเจ้าคนเดียวที่เป็น 'จุดอ่อน' ที่สุด และข้าจะใช้จุดอ่อนนี้ระบายความแค้นที่บิดาเจ้าทำไว้กับครอบครัวข้าให้สาสม!"
"ท่านพ่อจะมาฆ่าเจ้า! ศิษย์พี่มู่เฉินจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้!" ลั่วชิงมองหน้าเขาด้วยความรังเกียจแววตาเพลิงมารวูบไหวด้วยความอำมหิต
"มู่เฉินงั้นหรือ? ป่านนี้มันคงกำลังนอนรอความตายอยู่ที่ก้นเหวสวรรค์ ส่วนบิดาเจ้า... มันก็แค่คนขลาดที่ยอมทิ้งลูกสาวไว้ในเงื้อมมือมารเพื่อเอาตัวรอด"
เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดจนลั่วชิงขนลุกซ่านด้วยความรังเกียจ
"คืนนี้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่... เตรียมร่างกายและจิตใจของเจ้าไว้ให้ดี เกลียดข้าไปเถอะ ลั่วชิง เกลียดข้าให้มากเท่าที่ใจเจ้าจะทำได้ แต่อย่าพึ่งรีบตายล่ะ... เพราะการเห็นเจ้ามีชีวิตอยู่บนความทรมาน คือสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงลมหายใจของข้าในตอนนี้!"
เขาสะบัดมือปล่อยคางเธอจนหน้าหัน ก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้ลั่วชิงกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงท่ามกลางความมืดมิด เธอสัญญาต่อหน้าโซ่ตรวนแห่งมารนี้ว่า เธอจะเป็นดาบที่ปลิดชีพเขาด้วยมือของเธอเอง
เฟยเทียนยืนมองถาดอาหารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ ข้าวปลาอาหารเลิศรสที่เขาอุตส่าห์สั่งให้ลูกน้องจัดหามาให้บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษขยะจากการระบายอารมณ์ของลั่วชิง ร่างบางยังคงนั่งอยู่ที่มุมเดิมในชุดเดิมที่ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและรอยราคะ ผมเผ้ายุ่งเหยิงและร่างกายที่ดูซูบซีดลงอย่างเห็นได้ชัดจากการอดอาหารมาหลายมื้อ
"ข้าบอกให้เอาออกไป! ข้าไม่กินของที่มาจากน้ำมือปีศาจอย่างพวกเจ้า!" ลั่วชิงแผดเสียงด่าทออย่างไม่กลัวตาย "ไอ้จอมมารโฉด ไอ้ฆาตกร เจ้ามันสมควรตายด้วยหมื่นดาบ!"
ปัง!
เสียงถีบประตูห้องดังกึกก้อง เฟยเทียนก้าวเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโมโห เขาคว้าจานอาหารที่ยังเหลืออยู่เดินตรงเข้าไปหาเธอแล้วกระชากร่างบางขึ้นมาประจันหน้า
"ด่าข้าเสียๆ หายๆ เจ้ายังมีแรงด่าได้อีกนานแค่ไหนกัน ลั่วชิง!" เขาเค้นเสียงรอดไรฟันพลางบีบข้อมือเธอแน่น "เจ้าคิดว่าการทำตัวโสโครกไม่อาบน้ำและไม่กินข้าวแบบนี้จะทำให้ข้าใจอ่อนงั้นหรือ? เจ้ากำลังดูถูกความแค้นของข้า!"
เขายัดช้อนอาหารเข้าไปชิดริมฝีปากที่แห้งผากของเธออย่างแรง
"กินซะ! ถ้าเจ้าตายไปตอนนี้ แล้วมันจะสนุกตรงไหน?" เฟยเทียนกระซิบเสียงเหี้ยม แววตาเพลิงมารวูบไหว "ความสะใจของข้าคือการเห็นเจ้าดิ้นรนอยู่บนความทุกข์ระทม ถ้าเจ้าตาย... ความเจ็บปวดที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้ามันก็สูญเปล่า!"
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเธอ "หรือเจ้าเริ่มถอดใจ? เจ้าคิดว่าบิดาผู้สูงส่งของเจ้าไม่มีความสามารถพอที่จะบุกมาชิงตัวเจ้าไปจากข้าได้แล้วงั้นหรือ? เจ้าถึงได้รีบหาทางตายแบบนี้!"
คำพูดถากถางเรื่องบิดาทำให้ลั่วชิงชะงัก เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเลือดซึม นึกถึงจดหมายลับและความหวังเดียวที่เธอมี
"ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก... ข้าจะอยู่ดูวันที่เจ้าพินาศ!" เธอกัดฟันตอบก่อนจะแย่งจานอาหารมาตักกินด้วยท่าทางพยศ น้ำตาหยดหนึ่งไหลร่วงลงบนข้าวขาว
"ดี... กินเข้าไปให้หมด" เฟยเทียนปล่อยมือพลางมองสภาพที่ดูไม่ได้ของเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน มีทั้งความสมเพชและความรู้สึกผิดบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ "แล้วอาบน้ำชำระกายให้สะอาดซะ คืนนี้ข้าจะกลับมา... และข้าชอบ 'ของเล่น' ที่สะอาดมากกว่าสภาพโสโครกแบบนี้"
เขาสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ลั่วชิงนั่งสำลักอาหารและน้ำตาเพียงลำพัง ความเกลียดชังในใจเธอบัดนี้มันพุ่งพล่านจนยากจะดับลงได้อีกต่อไป