หลี่เจียนเจียนอาละวาด

1809 Words
“อันหนิง!! อันหนิงลูกแม่ ลูกต้องช่วยน้องชายของเจ้านะ อย่าปล่อยให้เขาต้องเดินทางผิดเช่นในอดีต บัดนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถนำทางให้เขากลับมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้องได้” ในความมืดมิดอันเวิ้งว้าง เด็กสาวได้ยินเสียงคุ้นเคยของผู้เป็นมารดาดังแว่วอยู่ไกลๆ นางมองสถานที่ที่ไม่คุ้นตานี้ด้วยสีหน้าสงสัย แม้รอบกายจะมืดทะมึนแต่กลับมิได้ให้บรรยากาศที่น่าหวาดกลัว หลังจากเงี่ยหูฟังว่าเสียงของมารดามาจากที่ใด นางจึงตัดสินใจเดินตามเสียงนั้น กระทั่งได้เห็นภาพเหตุการณ์ของชายหนุ่มรูปงามในชุดขาว ราวกับเทพสงครามกำลังเข่นฆ่าสังหารผู้อื่นด้วยใบหน้าเฉยชา เด็กสาวตกใจกับภาพตรงหน้าจนถอยกรูดไปด้านหลัง ทว่าภายในใจกลับคิดว่าดวงตาของคนผู้นี้ช่างดูคุ้นเคยยิ่งนัก เมื่อหลี่อันหนิงมองเพ่งมองให้ชัดๆ นางเห็นไฝเม็ดเล็กที่อยู่ใต้ดวงตาขวาของเขา แล้วภาพของเด็กชายตัวน้อยที่ถือตำราในมือก็ผุดขึ้นมาในหัวของนาง บ้านหลี่มีเพียงเด็กสองคนที่เกิดมาพร้อมกัน และพวกเขามีไฝน้ำตาอยู่คนละฝั่ง หลี่ซางเป่ามีไฝเม็ดเล็กใต้ดวงตาข้างซ้าย เช่นนั้นเขาก็คือหลี่อี้เจ๋อ น้องชายคนรองของนาง ทว่าภาพตรงหน้ามันคืออันใด เหตุใดเขาถึงได้กลายเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต สามารถสังหารผู้อื่นได้โดยไม่กะพริบตาเช่นนี้ ยังมีบุรุษอีกคนที่นางจดจำใบหน้าของเขาได้เป็นอย่างดี จากภาพที่เห็นตรงหน้าแม้จะดูมีอายุเพิ่มขึ้นแต่ใบหน้าของเขาก็มิได้แปรเปลี่ยนไปมากนัก ท่านขุนนางผู้นั้นกำลังต่อสู้อยู่กับหลี่อี้เจ๋อ ทำไมเล่า แล้วภาพทั้งหมดก็ถูกตัดไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราว มันคือคืนวันที่หลี่อันหนิงถูกตามล่าโดยคนของหอนางโลมแห่งหนึ่ง และหลี่อี้เจ๋อที่กำลังรีบกลับมายังเรือนตระกูลหลี่เพื่อขัดขวางการขายหลี่อันหนิงออกไป ทว่าทุกอย่างได้สายไปเสียแล้ว หญิงสาวมองดวงตาอันแข็งกร้าวและน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของน้องชายที่กำลังอาละวาด หลี่อันหนิงไม่เข้าใจว่าเด็กคนนี้เหตุใดถึงได้แสดงท่าทีเกลียดชังคนบ้านหลี่ถึงเพียงนี้ มิใช่เขาไม่ต้องการพี่น้องอย่างพวกนางหรอกหรือ เพราะไม่ว่าเมื่อใดเขาก็มักแสดงสีหน้าเย็นชาต่างจากเด็กทั่วไปและไม่เคยใส่ใจพวกนางเลยสักครั้ง แล้วทุกอย่างก็ถูกไขกระจ่าง ภาพเหตุการณ์ก่อนที่หลี่อี้เจ๋อจะออกไปร่ำเรียนที่สำนักศึกษาหมิงหลัน เด็กน้อยได้ทำข้อตกลงกับผู้เฒ่าหลี่ผู้เป็นปู่ว่าห้ามทำร้ายหรือขายนางออกไปเด็ดขาด แล้วเขาจะยอมเรียนหนังสือและสอบเอาตำแหน่งขุนนางมาให้ตระกูลหลี่ ทว่าแม่เฒ่าหม่าผู้ไม่รู้ถึงข้อตกลงระหว่างปู่หลาน นางได้ถือวิสาสะขายหลี่อันหนิงให้กับหอนางโลม และนั่นเป็นเรื่องที่ผู้เฒ่าหลี่เองก็ยังไม่รู้ หลังจากที่หลี่อี้เจ๋ออาละวาดออกไป เขาก็ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับคนตระกูลหลี่อย่างเด็ดขาด ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าตัดไปอีกครั้ง กลายเป็นภาพของหลี่อี้เจ๋อในวัยหนุ่ม ในมือของเขาถือกระบี่ที่เต็มไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน ภาพเบื้องหลังคือเรือนตระกูลหลี่ที่มีพระเพลิงลุกท่วมเผาผลาญจนวายวอด ชายหนุ่มในชุดขาวผู้ที่ยืนอยู่บนกองซากศพมากมายข้างกายของเขายังมีชายชุดดำยืนล้อมรอบ ดวงตาเย็นชาแลอำมหิตราวกับจะสังหารผู้ใดก็ตามที่กล้าทำให้เขาขุ่นข้องหมองใจ บัดนี้หลี่อันหนิงเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชายของตน “ท่านแม่ ท่านต้องการให้ข้าเปลี่ยนโชคชะตาของน้องทั้งสองคนใช่หรือไม่เจ้าคะ” หลี่อันหนิงเงยหน้าขึ้นตะโกนออกไปราวกับต้องการให้เสียงของตนส่งไปถึงมารดาที่ไม่รู้อยู่ที่ใด พลันภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าทั้งหมดได้เลือนหายไป ทันใดนั้นร่างของคนมากมายที่ในมือถือโคมไฟคนละดวงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า หลี่อันหนิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อชายวัยกลางคนสวมชุดเกราะวาววับที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตเดินเข้ามาหานาง “เจ้าคือสายเลือดของตระกูลพานจงจดจำเอาไว้ให้ดี ใช้ชีวิตที่สองที่พวกเรามอบให้ให้ดีซะ และจงกล้าหาญที่จะเผชิญกับโชคชะตาของตนเอง” นั่นคือสิ่งที่ชายในชุดเกราะกล่าวกับนางก่อนเขาจะเดินผ่านเลยไป หลี่อันหนิงมองเห็นมารดาอยู่ในคนกลุ่มนั้นด้วยเช่นกัน นางเอ่ยร้องเรียกไปหลายครั้ง ทว่ามีเพียงรอยยิ้มแสนเศร้าสร้อยเท่านั้นที่ตอบกลับมา “ท่านแม่!!ท่านแม่!! รอก่อนเจ้าค่ะ” หลี่อันหนิงทะลึ่งตัวลุกพรวดพลาดขึ้น ส่วนปากก็ไม่หยุดที่จะร้องเรียกหามารดา เหงื่อกาฬที่ชุ่มโชกทำให้นางรู้ว่าตนเองแค่เพียงฝันไปเท่านั้น ภายหลังเมื่อได้สติ เด็กสาวจึงนึกย้อนกลับไปถึงภาพเหตุการณ์ที่ตนได้เห็นในนิมิตก่อนหน้า ดวงตากลมโตเหลือบสายตามองไปรอบๆ ห้อง ที่นั่นมีเพียงตัวนางและเด็กน้อยร่างผอมบางในชุดที่ถูกปะชุนจนมองไม่เห็นรอยตะเข็บเดิมนอนหลับอยู่ หญิงสาวยกมืออันหยาบกร้านจากการทำงานหนักลูบไปที่เส้นผมสากแห้งของน้องสาว “เรื่องของหลี่อี้เจ๋อตอนนี้ยังไม่รีบร้อน ปีหน้าจะเกิดภัยแล้งขึ้นอย่างยาวนาน ข้าต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ซางเป่าและตนเองถูกขายออกไป ชีวิตที่ตระกูลพานมอบให้ครั้งที่สอง ข้าจะไม่ให้สูญเปล่าอย่างแน่นอน” เด็กสาวเอ่ยสัญญากับตนเองอย่างแน่วแน่ เสียงเคลื่อนไหวของนางทำให้เด็กน้อยที่กำลังหลับสนิทงัวเงียตื่น นางมองไปยังพี่สาวที่บัดนี้สีหน้ามีแววแช่มชื่นขึ้น “บาดเจ็บอยู่ เหตุใดไม่พักผ่อน ลุกขึ้นมาทำไมพี่โง่” เสียงในใจของเด็กน้อยดังขึ้นแผ่วเบา หลี่อันหนิงที่ได้ยินจึงใช้นิ้วเคาะไปที่หน้าผากน้อยๆ ของหลี่ซางเป่า พลางเอ่ยหยอกเย้านาง “พี่รู้ว่าซางเป่าเป็นห่วงแต่อาการไม่ได้ร้ายแรงเพียงนั้น แล้วก็เลิกเรียกพี่ว่าคนโง่เสียที แค่นี้พี่ก็รู้สึกโง่มากพอแล้ว” เมื่อเห็นพี่สาวเอ่ยสิ่งที่ตนคิดในใจออกมา เด็กน้อยถึงกับตกใจอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว “ตกใจหรือ ไม่คิดว่าพี่จะได้ยินความคิดของซางเป่าใช่หรือไม่” หลี่ซางเป่ารีบหุบปากของตนก่อนจะพยักหน้ารัวๆ เด็กน้อยแสดงสีหน้าสนอกสนใจในความสามารถของผู้เป็นพี่สาว “ในที่สุดเราพี่น้องก็ได้มีโอกาสพูดคุยกัน” “ใช่แล้ว เราจะได้คุยกัน เป่าเอ๋อจะได้มีเพื่อนคุยเสียที” หลี่อันหนิงลูบไปที่ใบหน้าที่มีแต่กระดูกของน้องสาวอย่างเอ็นดู ชีวิตก่อนนางไม่เคยเขาใจความต้องการของหลี่ซางเป่า จนกระทั่งทั้งสองต้องแยกจากกัน ครั้งนี้นางจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของน้องสาวให้ได้ ไม่ว่าผู้ใดตนก็จะไม่ยอมให้มาพรากพวกนางออกจากกันอีกแล้ว ในระหว่างที่หลี่อันหนิงกำลังใช้ความคิด เสียงของหลี่เจียนเจียนที่ดังขึ้นในหัว ทำให้นางรีบกระตุ้นหลี่ซางเป่าให้รีบออกจากเรือนแม่เฒ่าจวงทันที “ซางเป่า!! หลี่เจียนเจียนกำลังมาที่นี่ เราต้องหาที่หลบก่อน จะให้ท่านย่าจวงเดือดร้อนเพราะเราสองคนไม่ได้” เด็กสาวดึงให้หลี่ซางเป่ารีบตามตนเองไปด้านหลังเรือน เสียงโวยวายของหลี่เจียนเจียนยังคงดังอย่างต่อเนื่องที่ลานด้านหน้า นางรู้ดีว่าอาเล็กของนางมาที่นี่ทำไม คงเพราะเรื่องที่ตนเผลอทำชุดของนางขาดก่อนหน้านี้ อีกทั้งซางเป่ายังทำร้ายนางเพื่อช่วยตนอีกด้วย หลี่อันหนิงคิดว่าครั้งนี้หลี่เจียนเจียนคงไม่ยอมปล่อยพวกตนไปง่ายๆ แน่ “หลี่อันหนิง!!หลี่ซางเป่า!! ออกมาเดี๋ยวนี้!! ข้ารู้ว่าพวกเจ้าหลบอยู่ข้างใน” แม่เฒ่าจวงที่กำลังให้อาหารไก่อยู่หลังเรือนเดินออกมาด้านหน้าเมื่อได้ยินเสียงแหลมเสียดแก้วหูของหลี่เจียนเจียน “เจ้ามาทำอันใดที่นี่ บ้านข้าไม่ต้อนรับสตรีจากหอคณิกา” แม่เฒ่าจวงเหล่มองการแต่งกายของหลี่เจียนเจียนตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ก่อนจะยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกเพราะฉุนกลิ่นเครื่องประทินโฉมแป้งชาดที่นางประโคมใส่ตนเอง “นี่!! เจ้า!! ยายเฒ่าหมายความว่าอย่างไร ข้ามิใช่หญิงคณิกา” “อ้อ ข้าก็นึกว่าใช่ เห็นแต่งกายเช่นนี้มีใครบ้างเล่าไม่คิดเช่นนั้น ใช่หรือไม่” แม่เฒ่าจวงหันไปพูดกับเพื่อนบ้านที่ออกมาดูเช่นกัน ว่าใครที่ไหนกำลังส่งเสียงโวยวายกลางวันแสกๆ “หุบปากนะ!! ยายเฒ่าจวง ส่งตัวหลี่อันหนิงกับหลี่ซางเป่ามาซะ ข้ารู้ว่าเจ้าซ่อนพวกนางเอาไว ไม่อย่างนั้นข้าจะไปแจ้งกับทางการว่าเจ้ากักขังหน่วงเหนี่ยวคนบ้านข้าเอาไว้ในเรือน” หลี่เจียนเจียนชี้หน้าหญิงชราที่ทำท่าทางไม่รู้สึกรู้สากับการมาของตน แม่เฒ่าจวงผู้มากประสบการณ์มีหรือจะหวาดกลัวต่อคำขู่ของเด็กสาวอายุน้อยกว่าตนหลายรุ่นอย่างหลี่เจียนเจียน นางคว้าไม้ที่วางพิงอยู่ที่ริมรั่วขึ้นมาก่อนจะยกชี้ไปยังสตรีหน้าขาวตรงหน้า “ช่างเก่งกาจเสียจริง ถึงกลับกล้ามาอาละวาดที่เรือนผู้อื่นโดยไม่เห็นกฎหมายของต้าเหลียงอยู่ในสายตา คิดว่าบิดาของเจ้าเป็นฮ่องเต้หรืออย่างไร อยากกล่าวหาผู้อื่นเจ้าต้องมีหลักฐาน พวกเจ้าว่าใช่หรือไม่”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD