ช่วยน้องชายออกมาจากขุมนรก

1563 Words
หลายวันต่อมาข่าวลือที่หลี่อี้เจ๋อป่วยหนักก็แพร่สะพัดไปทั้งหมู่บ้าน หลี่อันหนิงพาหลี่ซางเป่ามาขอเยี่ยมน้องชายหลายครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ถูกปฏิเสธกลับมา อีกทั้งผู้เฒ่าหลี่ยังบอกว่าเขาสบายดีแต่ตอนนี้กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการอ่านตำรา เด็กสาวที่ถูกปฏิเสธเช่นนั้น จึงไปร้องเรียนต่อหัวหน้าหมู่บ้านทั้งยังพาท่านหมอคนแรกที่ไปรักษาน้องชายมาเป็นพยานว่าเขาป่วยหนักจริง ณ เรือนตระกูลหลี่ หลี่อันหนิงกลับที่นั่นอีกครั้งพร้อมกับหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านอีกหลายคน วันนี้นางต้องบีบให้ผู้เฒ่าหลี่ยอมรับเรื่องที่เขาสังหารหลี่อี้เจ๋อให้ได้ “ผู้เฒ่าหลี่ท่านพูดมาเถอะว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ จะอย่างไรก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ถ้าหลี่อี้เจ๋อป่วยหนักจริงก็น่าจะตามหมอมารักษามิใช่หรือ” ชายชราพ่นลมหายใจออกมาอย่างรำคาญ เขาไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะบานปลายเช่นนี้ หลังจากนำร่างของหลี่อี้เจ๋อไปทิ้งในภูเขาเขาก็วางแผนว่าจะบอกทุกคนว่าเด็กคนนั้นไปร่ำเรียนที่สำนักศึกษา แต่นางเด็กผู้นี้กลับรบเร้าขอเข้าพบหลี่อี้เจ๋อไม่หยุดหย่อน “นี่มันเรื่องภายในของตระกูลหลี่ของข้า มิใช่เรื่องที่คนนอกควรเข้ามาสอด” มีผู้ใดบ้างที่ฟังไม่ออกว่าที่ผู้เฒ่าหลี่เอ่ยเช่นนั้นเพราะต้องการเหน็บแนมหลี่อันหนิง เด็กสาวที่ตัดขาดจากตระกูลหลี่ไปแล้ว “ถึงหลี่อันหนิงจะตัดขาดจากตระกูลหลี่ อย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลี่อี้เจ๋อยังเป็นน้องชายของนาง ท่านให้พวกเขาพบกันมิได้หรือ” หัวหน้าหมู่บ้านพยายามประนีประนอมจนถึงที่สุด แต่คนหัวแข็งอย่างหลี่เจียงกั๋วเองก็ไม่ยอมคล้อยตาม “ข้าบอกว่าไม่ได้!! เขาเป็นหลานชายของข้าจะอนุญาตหรือปฏิเสธให้พบใครมันก็เป็นสิทธิ์ของข้า” “ผู้เฒ่าหลี่ข้าแค่ต้องการยืนยันว่าน้องชายของข้ายังสบายดีเท่านั้น ข้าไม่คิดรบกวนเขาอ่านตำราหรอกเจ้าค่ะ” หลี่อันหนิงเอ่ยปิดทางเพื่อมิให้ชายชราได้มีเวลาคิดหาข้อแก้ตัวอีก เพราะก่อนหน้านี้เขาปฏิเสธนางไปแล้วครั้งหนึ่ง บอกว่าหลี่อี้เจ๋อกำลังอ่านตำราอยู่ภายในห้อง “ไสหัวไปซะเรือนของข้าไม่ต้อนรับเจ้า” หลี่อันหนิงไม่ยอมแพ้ นางบีบน้ำตาเพื่อให้ชาวบ้านสงสารและมองการกระทำของชายแก่ว่าทำเกินกว่าเหตุ “ฮื่ออออ!!ท่านกำลังปิดบังอันใดกันแน่ ครั้งก่อนท่านยังยอมให้พวกเราพี่น้องพูดคุยกันได้เลย” “ตอนนั้นก็ตอนนั้น แต่ตอนนี้ข้าไม่ยินยอมให้เจ้าพบเขา” “ข้าขอร้องได้หรือไม่ ให้ข้าคุกเข่าให้ท่านก็ได้ ขอข้าดูว่าน้องชายยังสบายดีเท่านั้น จากนี้ข้าจะไม่เข้าใกล้เขาอีก” หลี่อันหนิงคุกเข่าลงท่ามกลางหิมะที่เย็นเฉียบโดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามจากคนรอบข้าง ยิ่งนางทำเช่นนั้นก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านเวทนาและประณามการกระทำของชายชราอย่างผู้เฒ่าหลี่ หลี่ซางเป่าผู้ยังไม่รู้เรื่องราวเมื่อเห็นพี่สาวร้องไห้ก็คิดว่าอาจเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับพี่ชายของตน เด็กน้อยรีบคุกเข่าตามพี่สาวทันทีพลางร้องไห้น้ำตานองหน้า การกระทำของสองพี่น้องทำให้ชาวบ้านอดรู้สึกเจ็บปวดใจแทนมิได้ “ข้าบอกไห้ไสหัวไป!!” หลี่เจี๋ยที่แอบมองอยู่ในเรือน บัดนี้ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกินจิตใจ เป็นตัวเขาที่เป็นผู้นำร่างของเด็กคนนั้นขึ้นไปทิ้งบนภูเขา ป่านนี้อาจถูกสัตว์ร้ายลากไปกินจนไม่เหลือซากแล้ว แต่ถ้าชาวบ้านต้องการพบหลี่อี้เจ๋อจริงๆ จะบอกพวกเขาได้อย่างไรว่าเด็กนั่นตายไปแล้ว “ท่านพ่อบอกความจริงนางไปเถอะเจ้าค่ะ” จางเหยาฮวาที่ทนมองการกระทำของคนตระกูลหลี่มานาน บัดนี้นางมิอาจทนมองได้อีกต่อไป ภายในใจรู้สึกเสียดายที่ตนเองในอดีตช่างโง่เขลา ทำทุกทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับคนเห็นแก่ตัวอย่างหลี่เจี๋ย ทว่าตอนนี้นางได้รู้ซึ้งแล้วว่าคนอย่างเขารักเพียงตนเองเท่านั้น แม้แต่สายเลือดของตนเขาก็สามารถตัดทิ้งได้อย่างง่ายดาย “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” หัวหน้าหมู่บ้านถามสะใภ้ใหญ่ด้วยสีหน้าสงสัย ผู้เฒ่าหลี่เห็นท่าทางเหมือนจางเหยาฮวาคิดจะเอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ชายชราก็ปรี่เข้าไปตบหน้าหญิงสาวฉาดใหญ่ ทำให้นางถึงกับเสียหลักล้มไถลไปกับพื้น “หุบปากของเจ้าซะ!! ถ้ายังมาวุ่นวายที่นี่ไม่เลิก ข้าจะให้เจ้าใหญ่หย่ากับเจ้า” ชาวบ้านต่างตกใจต่อการกระทำของผู้เฒ่าหลี่ ในยามปกติเขามักจะมีท่าทีสุภาพไม่ต่างจากบัณฑิตผู้มีความรู้ ทว่าบัดนี้กลับดูหยาบคายกักขฬะไม่ต่างจากนักเลงข้างถนน หรือว่าที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือตัวตนที่แท้จริงที่เขาแอบซ่อนไว้ จางเหยาฮวาเงยหน้าที่เป็นรอยฝ่ามือแดงเถือกขึ้น น้ำตาของนางร่วงเผาะราวกับไข่มุก ร่างบางพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน นางชี้หน้าสามีที่ยืนนิ่งเฉย ราวกับมองไม่เห็นว่าตนกำลังถูกรังแก “เช่นนั้นก็เขียนหนังสือหย่าให้ข้า ตอนนี้ข้าเองก็ทนคนบ้านเจ้าไม่ไหวเช่นกัน ข้าจางเหยาฮวาแม้สามีจะตายจากไปก่อนแต่ข้าก็อยู่ได้ด้วยตนเอง จนกระทั่งหน้ามืดตามัวหลงรักบุรุษอย่างหลี่เจี๋ย ทำให้ทั้งชีวิตของข้าต้องพังทลายไม่เป็นท่า” หลี่เจี๋ยที่ได้ยินภรรยาบริภาษตนเองต่อหน้าผู้อื่น เขาก็ปรี่เข้าไปเพื่อดึงนางกลับเข้าเรือน พลางเอ่ยกระซิบเสียงลอดไรฟันเพื่อมิให้ผู้อื่นได้ยิน “เจ้า!! เป็นบ้าไปแล้วหรือ” “ปล่อยข้า!! วันนี้ถ้าเจ้าไม่เขียนหนังสือหย่าให้ข้าข้าจะพูดทุกอย่างที่พวกเจ้าทำ” “จางเหยาฮวา!!..เจ้า!! อย่าได้เกินไปนัก” ต่อหน้าผู้อื่นเขามิอาจกระทำตัวหยาบคายได้ ได้แต่มองเพื่อขอความช่วยเหลือจากบิดา ผู้เฒ่าหลี่ที่เข้าใจจึงส่งสายตาให้บุตรชายตามน้ำไปก่อน คิดว่าอย่างไรนางก็ไม่มีวันหย่าขาดกับบุตรชายของตนได้ ที่จางเหยาฮวาเอ่ยเช่นนั้นอาจเพราะโมโหที่ถูกตนตบหน้า ทว่าผู้เฒ่าหลี่คิดผิด ภายในใจของนางเวลานี้ต้องการหย่ากับ หลี่เจี๋ยจริงๆ “ย่อมได้!!อย่าได้มาเสียใจทีหลัง เพราะหลังจากนี้ต่อให้เจ้าคุกเข่ากอดขาข้า ข้าก็ไม่คิดคืนดี” จากการที่หลี่อันหนิงและน้องสาวมาขอร้องให้ผู้เฒ่าหลี่อนุญาตให้ได้พบกับหลี่อี้เจ๋อ บัดนี้กลายเป็นหลี่เจี๋ยเขียนหนังสือหย่าให้กับจางเหยาฮวา ชาวบ้านต่างไม่เข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้นกับตระกูลหลี่ที่น่านับถือนี้ “ข้าจะพาบุตรชายของข้าไปด้วย ข้ามิอาจปล่อยให้เขาถูกคนตระกูลหลี่เลี้ยงดูได้” “ไม่ได้!!เขาคือสายเลือดตระกูลหลี่ของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์พาเขาไปที่ใดทั้งสิ้น” ผู้เฒ่าหลี่ก้าวเข้ามาขวางทันที พลางชี้หน้าสะใภ้ใหญ่ที่กล้าเหิม เกริมกับตน ตอนนี้ตระกูลหลี่เหลือหลานชายเพียงคนเดียวคือหลี่อี้เฉิน จะปล่อยให้เขาจากไปได้อย่างไรในเมื่อความฝันของตนยังไม่สำเร็จ จางเหยาฮวามองชายชราอย่างดูแคลน “จริงหรือ ข้าคิดว่าเขาเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้พวกเจ้าไต่ขึ้นที่สูงเหมือนหลี่อี้เจ๋อเสียอีก” “หุบปากซะ!! ข้ามิได้ถามความเห็นของเจ้า ถ้าอยากไปจากที่นี่ก็ไสหัวไปได้เลย แต่ห้ามพาหลานชายของข้าไปไหนทั้งนั้น” ว่าจาที่เสียดแทงใจของนาง ทำให้ผู้เฒ่าหลี่แทบทนไม่ไหว อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกปากหญิงแพศยาผู้นี้ซะ แต่จางเหยาฮวามองชายชราด้วยดวงตาแข็งกร้าว อย่างไรซะตอนนี้นางก็กำความลับของพวกเขาอยู่ในมือ มีหรือจะยินยอมตกเป็นเบี้ยล่างตลอดไป “หึ!! ย่อมได้ ถือว่านี่เป็นความต้องการของท่านเองนะ เช่นนั้นเราก็ไปที่ที่ว่าการอำเภอเสียเดี๋ยวนี้เลย ข้าจางเหยาฮวาต้องการร้องเรียนเรื่องที่ตระกูลหลี่สังหารคน” สิ้นเสียงของนาง ชาวบ้านแห่งหมู่บ้านมู่โถวที่เฝ้ารอดูเรื่องสนุกของผู้อื่นต่างก็ส่งเงียบเสียงลงทั้งหมด ทุกคนหันไปจับจ้องชายชราแซ่หลี่เป็นตาเดียว หลี่อันหนิงที่เฝ้ารอจังหวะมานาน บัดนี้ถึงเวลาที่นางต้องออกหน้าแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD