ณ ถนนทางเข้าหมู่บ้าน
เกวียนวันคันหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาภายในหมู่บ้านมู่โถวอย่างช้าๆ หญิงสาวหน้าตางดงามนางหนึ่ง ที่นั่งอยู่ด้านในตะโกนถามหญิงชาวบ้านวัยกลางคนที่เดินอยู่ไม่ไกล ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ขออภัยเจ้าค่ะ เรือนท่านย่าจวงอยู่ที่ใดหรือ”
“เจ้าเป็นใครหรือแม่นาง เหตุใดมาถามหาแม่เฒ่าจวง”
หญิงสาวผู้นั้นก้าวลงมาจากเกวียน ก่อนยอบกายให้อย่างชดช้อย
“ขออภัยที่ลืมแนะนำตัว ข้าคือสะใภ้ตระกูลหลิวที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ ได้ยินมาว่าบ้านย่าจวงแห่งหมู่บ้านมู่โถวปลูกมันเทศเอาไว้ ข้าจึงคิดมาขอซื้อกลับไปสักเล็กน้อย รบกวนท่านช่วยบอกทางแก่ข้าได้หรือไม่”
“โธ่เอ้ย! เรื่องนี้เอง ทางน่ะบอกได้อยู่หรอก แต่ตอนนี้นางไม่อยู่ที่เรือน วันนี้ตระกูลจวงกำลังมีเรื่องมงคลข้าว่าเจ้าค่อยแวะมาวันหลังน่าจะดีกว่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็มีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย นางพยักหน้าขอบคุณก่อนจะมองไปยังเรือนหลังหนึ่งที่มีชาวบ้านอออยู่ที่ประตูทางเข้า
“หรือจะเป็นเรือนหลังนั้นกันนะ อย่างไรก็มาแล้วรอสักหน่อยก็แล้วกัน”
นางหันไปเอ่ยกับเด็กหนุ่มที่ทำหน้าที่ขับเกวียน
“นั่นใครหรือไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย”
หนี่ม่านม่านที่กำลังยืนแทะเมล็ดฟักทองอยู่กับสตรีวัยกลางคนชี้ไปยังสตรีใบหน้างดงามที่กำลังหันรีหันขวาง ราวกับไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรต่อไปดี
วันนี้นางออกจากเรือนตระกูลหลี่แต่เช้าเพื่อมาดูเรื่องสนุกของผู้อื่น หลังจากที่ได้ยินว่าหลานชายหญิงชราแซ่จวงกำลังจะหมั้นหมาย นางก็เฝ้ารอที่จะได้ทานอาหารจากงานเลี้ยงอย่างไม่ต้องเสียเงินสักเหวิน
“เห็นว่าเป็นสะใภ้ตระกูลหลิวจากหมู่บ้านข้างๆ นางมาหาแม่เฒ่าจวงเพื่อขอซื้อมันเทศ”
หนี่ม่านม่านเบิกตาโตอย่างตื่นเต้น เมื่อได้ยินชื่อตระกูลหลิว
“ตระกูลหลิวหรือ หลิวไหนหรือว่าบัณฑิตหลิว”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร นางแนะนำตัวมาเท่านี้”
หญิงชาวบ้านนางนั้นเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
หนี่ม่านม่านที่กลัวว่าโลกใบนี้จะสงบสุข นางรีบวางเมล็ดฟักทองในมือลง ก่อนเร่งสาวเท้ากลับไปยังเรือนของตน
“น้องเจียนเอ๋อ พี่สะใภ้รองมีข่าวใหญ่มาบอกเจ้า”
หนี่ม่านม่านกระหืดกระหอบตะโกนเรียกน้องสามีทั้งที่ยังไม่ทันเห็นตัว
ตั้งแต่ถูกปฏิเสธการหมั้นหมาย หลี่เจียนเจียนที่รู้สึกคับแค้นใจและอับอายชาวบ้านทำให้ไม่ยอมก้าวออกจากเรือนแม้เพียงครึ่งก้าว นางอยู่อย่างหมดอาลัยตายอยากวันทั้งวันเอาแต่พร่ำเพ้อถึงหลิวซีห่าว
แม้แต่หลี่อันหนิงที่นางชอบกลั่นแกล้งออกจากตระกูลหลี่นางก็ไม่สนใจ เรื่องนี้สร้างความปวดหัวให้แก่แม่เฒ่าหม่ายิ่งนัก
“พี่สะใภ้รองท่านมีอะไร”
หลี่เจียนเจียนที่นอนอยู่บนเตียงไม่ยอมขยับกายมาหลายวัน เหลือบตามองพี่สะใภ้รองด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ก็มีคนจากตระกูลหลิวมาที่หมู่บ้านเรา ข้า....”
ยังไม่ทันได้เอ่ยจบ หลี่เจียนๆ ก็พุ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“รีบอันใดถึงเพียงนั้น ฟังให้จบก่อนก็ไม่ได้ คนจากตระกูลหลิวมาที่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นบัณฑิตหลิวเสียหน่อย ฝันลมๆ แล้งๆ อยู่ได้”
หนี่ม่านม่านเอ่ยเหน็บแนมน้องสามีลับหลังด้วยสีหน้ารังเกียจ
“นี่!! ข้าได้ยินว่าคนจากตระกูลหลิวมาที่นี่ เขาอยู่ที่ไหนหรือมีบุรุษมาด้วยหรือไม่”
หลี่เจียนเจียนถามแม่บ้านที่ยืนชุมนุมอยู่หน้าเรือนของหัวหน้าหมู่บ้านด้วยท่าทีตื่นเต้น ในใจของนางคิดไปเองว่าพวกเขามาที่นี่เพราะต้องการพูดคุยเรื่องการหมั้นหมายของตนกับบัณฑิตหลิว
“ออ คนพวกนั้นหรือ เห็นมีบุรุษมาด้วยหนึ่งคนนะมาพร้อมกับสตรีหน้าตางดงามมากด้วย พวกเขาขับเกวียนไปทางเรือนของแม่เฒ่าจวงแล้ว”
ชาวบ้านผู้นั้นชี้ไปยังเรือนของหญิงชราที่ตั้งอยู่ใกล้กับทางขึ้นเขา หลี่เจียนเจียนได้ยินเพียงเท่านั้นก็เร่งสาวเท้าจากไป โดยไม่รอฟังคำพูดต่อจากนั้นของนาง
“รีบอันใดของนางกัน”
หญิงชาวบ้านมองตามหลังหลี่เจียนเจียนไปด้วยสีหน้าสงสัยคล้อยหลังของหญิงสาว หนี่ม่านม่านก็วิ่งกระหืดกระหอบตามมา
“เห็นเจียนเอ๋อของบ้านข้าหรือไม่”
หญิงชาวบ้านชี้ไปทางเรือนของแม่เฒ่าจวง หนีม่านม่านเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งตามไปทันที
“คนบ้านหลี่เป็นอะไรไปน่ะ คนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งมา”
หญิงชาวบ้านอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลหันมาถาม
“ข้าเองก็ไม่รู้ เห็นมาถามหาคนตระกูลหลิวแล้วก็รีบจากไป”
หญิงชาวบ้านคนแรกเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงชาวบ้านคนที่สองก็รีบกระซิบกระซาบกับนางทันที
“นี่เจ้าไม่รู้หรือว่าบุตรสาวคนเล็กบ้านหลี่ถูกถอนหมั้นไปเมื่อหลายเดือนก่อน เห็นว่าอาละวาดอยู่นานกว่าจะสงบลงได้ คนที่ถอนหมั้นกับนางเป็นถึงบัณฑิตซิ่วไฉจากหมู่บ้านข้างๆ เชียวนะ เป็นแค่ลูกสาวชาวนาแต่กลับใฝ่สูงเสียจริง”
หญิงชาวบ้านทั้งสองซุบซิบนินทาหลี่เจียนเจียนอย่างออกรส หลี่อันหนิงที่ออกมาเดินรับลมนอกเรือนบังเอิญได้ยินเข้าพอดี
“พี่ใหญ่รีบไปเร็วเข้า ท่านแม่บอกว่ากำลังจะเกิดเรื่องขึ้นที่เรือนของเรา”
หลี่ซางเป่าเบียดชาวบ้านออกมาตามหาพี่สาว เพราะนางรู้สึกได้ถึงลางร้าย
“เจ้ารีบไปบอกย่าจวงพี่จะล่วงหน้าไปก่อน”
หลี่อันหนิงไม่มัวรอชักช้า นางเร่งฝีเท้าอันว่องไววิ่งกลับไปยังเรือนของแม่เฒ่าจวงทันที
ย้อนกลับไปในตอนที่หลี่เจียนเจียนพึ่งมาถึงหน้าเรือนแม่เฒ่าจวง
นางได้พบกับสตรีและบุรุษที่ยืนรออยู่ที่ประตูทางเข้าเรือน หลี่เจียนเจียนมองหญิงสาวที่แต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าธรรมดาที่ชาวบ้านทั่วไปสวมใส่กัน ทว่าความงามของนางกลับมิได้ถูกชุดธรรมดาเหล่านั้นกลบรัศมีแม้เพียงนิด
หญิงสาวนึกริษยาในใจอยู่ครามครัน เหตุใดใบหน้านั่นถึงได้ไปอยู่กับคนธรรมดาเช่นนาง
“ข้าได้ยินจากคนในหมู่บ้านบอกว่าพวกเจ้ามาจากตระกูลหลิว”
หญิงสาวเห็นสตรีผู้มาใหม่เอ่ยซักถามตน ก็คิดไปเองว่านางอาจเป็นบุตรสาวหรือญาติของเจ้าของเรือน แม้จะรู้สึกว่าน้ำเสียงของนางมิได้เป็นมิตรสักเท่าใด แต่ก็ยังตอบกลับไปอย่างนอบน้อม
“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ เรามาจากหมู่บ้านตระกูลหลิว ข้าคือสะใภ้รองบ้านหลิวนามว่าอันฮุ่ยหลิง นี่คือน้องชายของข้าอันจื่อชี แม่นางเป็นเจ้าของเรือนหลังนี้หรือ”
หลี่เจียนเจียนเห็นสตรีตรงหน้ามีกิริยาอ่อนหวาน ภายในใจก็รู้สึกเหมือนกำลังมองเห็นใครบางคนซ้อนทับขึ้นมา
ใช่แล้ว พานเยว่หลาน
ช่างคล้ายนัก สตรีตรงหน้ามีท่วงท่ากิริยาคล้ายกับอดีตพี่สะใภ้ใหญ่ของตนและยังเป็นคนที่ตรงข้ามกับนาง เพราะอย่างนั้นหลี่เจียนเจียนทันทีที่ได้พบอันฮุ่ยหลิงก็รู้สึกไม่ชอบหน้าในทันที
ทว่านางมีเรื่องที่สำคัญกว่า นั่นคือถามถึงบุรุษที่นางคำนึงถึงอยู่ทุกวันทุกคืนอย่างหลิวซีห่าว ชายหนุ่มที่เป็นดังแสงตะวันของนาง
“ในเมื่อมาจากหมู่บ้านตระกูลหลิว เช่นนั้นพวกเจ้ารู้จักบัณฑิตหลิวหรือไม่ หลิวซีห่าว”
อันฮุ่ยหลิงเลิกคิ้วเล็กน้อย สตรีผู้นี้ไม่ยอมตอบคำถามของตน แต่กลับถามถึงเรื่องอื่น ฉะนั้นหมายความว่านางมิใช่เจ้าของเรือน
“แน่นอนข้าย่อมต้องรู้จักเขา เพราะบัณฑิตหลิวที่แม่นางเอ่ยถึงคือสามีของข้าเอง”
คำตอบของสตรีตรงหน้าราวกับฟ้าผ่าลงมากลางวันแสกๆ กายของหลี่เจียนเจียนสั่นเทาไปทั้งร่าง นิ้วมือทั้งสิบกำเข้าหากันจนเกร็งแน่น
เป็นหญิงผู้นี้ที่ทำให้นางต้องเจ็บปวดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นนางที่ทำให้ตนถูกหลิวซีห่าวปฏิเสธการหมั้นหมาย เป็นนางที่ทำให้ตนมิได้แต่งงานกับชายอันเป็นที่รัก
โทสะอันพลุ่งพล่านของหญิงสาวส่งผลให้ดวงตาของนางแดงก่ำ
ความโกรธแค้นของหลี่เจียนเจียนปะทุขึ้นจนหยุดไม่อยู่ นางตะโกนใส่หน้าอันฮุ่ยหลิงราวกับเป็นคู่แค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน ทำเอาหญิงสาวถึงกับงุนงง
“เป็นเจ้านี่เอง!! สตรีไร้ยางอายที่กล้าแย่งบุรุษไปจากข้า”
แม้จะถูกกล่าวหาเช่นนั้น ทว่าหญิงสาวกลับยังสามารถทำใจเย็นสงบนิ่งได้
“วาจาของแม่นางผิดแล้ว ตัวข้าและสามีมีหมั้นหมายตั้งแต่วัยเยาว์ การที่เราทั้งสองแต่งงานกันมีสิ่งใดผิดหรือ”
คำพูดของอันฮุ่ยหลิงทำให้หลี่เจียนเจียนแทบกระอักเลือด
ถูกแล้วนางมาทีหลัง แต่แล้วอย่างไรเล่าในเมื่อนางต้องการมีผู้ใดกล้าขวางหรือ
“เจ้า!! ช่างหัวเรื่องหมั้นหมายอันใดนั่นปะไร เจ้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านยากจนไร้การศึกษา ไหนเลยจะคู่ควรกับพี่ซีห่าว ขอเตือนนะให้เจ้าจงหย่ากับเขาซะ ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไป”
เมื่อตนถูกข่มขู่ ทว่าคนตรงไปตรงมาอย่างอันฮุ่ยหลิงมีหรือจะยอม ในใจคิดเพียงว่าสตรีผู้นี้นางเป็นบ้าไปแล้วหรือที่มากล่าวหาผู้อื่นว่าแย่งชิงบุรุษของนาง นางยังสติดีอยู่หรือไม่
“แม่นางช่างมีวาจาใหญ่โตนัก ไม่ทราบว่าครอบครัวของเจ้าเป็นเจ้าของแผ่นดินต้าเหลียงหรือ ถึงได้เอ่ยจะทำลายผู้อื่นก็ทำลายได้”
อีกครั้งที่คำพูดของอันฮุ่ยหลิงทำให้หลี่เจียนเจียนไม่สามารถตอบโต้ได้
“นางสารเลว!! ข้าจะฉีกปากเจ้า”