เขามันเกินเยียวยา

1763 Words
สิ้นแสงสุริยาที่ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว บัดนี้มีเพียงแสงของดาราทำหน้าที่ส่องนำทางเด็กน้อยทั้งสอง สองพี่น้องสะพายตะกร้าไม้ไผ่เดินกลับเข้าเรือนตระกูลหลี่อย่างเงียบๆ แม่เฒ่าหม่าเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นด้านหลังเรือนนางก็รีบตรงดิ่งเข้ามาเล่นงานหลานสาวทันที “หายหัวไปทั้งวันพึ่งจะกลับมาหรือ ไหนมาดูซิว่าพวกเจ้าขนสิ่งใดกลับมาบ้าง” หญิงชราแย่งตะกร้าจากมือของหลี่ซางเป่า เมื่อเห็นว่ามีเพียงผักป่าไม่กี่ต้นนางก็เกิดโทสะขึ้นมาทันที “ได้มาเท่านี้เองหรือ เจ้าพวกตัวไร้ประโยชน์เลี้ยงเสียข้าวสุก หายไปทั้งวันงานการที่เรือนไม่ยอมทำ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีแค่หญ้าไม่กี่ต้น พวกเจ้าเอามาเลี้ยงหมูหรือ” ดวงตาของเด็กสาววาวโรจน์เมื่อได้ยินผู้เป็นย่าเอ่ยบริภาษตนเองและน้องสาว หลี่อันหนิงโยนตะกร้าไผ่สานที่มีผักป่าสองกำมือลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี “แล้วท่านย่าต้องการมากแค่ไหน หากท่านอยากได้มากกว่านี้คงต้องให้คนทั้งบ้านไปช่วยกันเก็บแล้วล่ะ” “นี่!เจ้ากล้าย้อนข้าหรือ” แม่เฒ่าหม่าชี้นิ้วอันสั่นเทาไปยังเด็กทั้งสองที่ยืนถือมีดพร้าในมือ หลี่อันหนิงถอนหายใจออกมาอย่างรำคาญ “ข้าเพียงถามท่านเท่านั้น เราพี่น้องทำงานในเรือนทุกอย่าง อาหารท่านย่าก็ไม่ให้เราทาน ยังไล่ไปเก็บผักป่า เช่นนี้เราจะมีแรงที่ไหนทำงานให้ท่านเล่า” หญิงชราไม่เคยเห็นหลานสาวที่ตนเกลียดชังแสดงท่าทีเช่นนี้มาก่อน หรือว่านางจะหัวกระแทกเลยกล้าแสดงท่าทางอวดดีออกมา “กิน!กิน!กิน! รู้จักแต่กินแต่ไม่รู้จักทำงาน เป็นตัวล้างผลาญไม่พอยังทำงานให้สมกับข้าวปลาที่ตระกูลหลี่เลี้ยงดูไม่ได้ ข้าเพียงสั่งให้พวกเจ้าไปเก็บผักป่าเท่านั้น แต่กลับเถียงฉอดๆ อกตัญญูแล้ว เจ้าพวกอกตัญญู” เสียงด่าทอของหญิงชราดังกึกก้องไปถึงห้องโถง เหล่าบุตรชายและสะใภ้ต่างรู้ดีว่าเรื่องเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ทว่าครั้งนี้กลับได้ยินเสียงของหลี่อันหนิงหลานสาวคนโตของตระกูลหลี่แย้งกลับมา ทำเอาทุกคนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย “เช่นนั้นท่านย่าต้องการให้เราทำอย่างไร ตั้งแต่ที่ข้าจำความได้ เราสองพี่น้องก็ทำงานทุกอย่างราวกับเป็นทาส นั่นยังไม่พอต่อความต้องการของท่านอีกหรือ หรือว่าท่านต้องการให้เราทำงานจนกว่าจะตาย ท่านย่าอย่าลืมนะว่าเราสองพี่น้องไม่ใช่ทาสขายตัวมาทำงานให้กับตระกูลหลี่ ถ้าอยากได้คนทำงานท่านก็ไปซื้อทาสในอำเภอมาสิ จากนี้ข้าจะไม่ทำงานที่ท่านสั่งอีกแล้ว” “ไปเถอะเป่าเอ๋อ ข้าวไม่ให้กินยังจะมาสั่งอยู่ได้” เด็กสาวตอกกลับหญิงชราด้วยสีหน้าเย็นชา นางเดินผ่านแม่เฒ่าหม่าที่กำลังอึ้งไปอย่างไม่สนใจ “นี่!นี่! กบฏแล้ว นางเด็กสารเลวนั่นกบฏแล้ว คิดว่าตนเองเป็นใครถึงได้กล้าเถียงข้าฉอดๆ เช่นนี้ ดี!ถ้าไม่ยอมทำงานเช่นนั้นก็ไม่ต้องกิน ถ้าไม่มีข้าวปลาตระกูลหลี่กรอกปาก ข้าจะดูซิว่าเจ้าจะทนได้ถึงเมื่อใด” หลี่อันหนิงได้ยินเสียงแม่เฒ่าหม่าแผดเสียงด่าทอตามหลังมา นางบิดปากเล็กน้อยก่อนคิดในใจ ที่ให้พวกตนกินอยู่ทุกวันแม้แต่ขอทานยังกระเดือกไม่ลง หลังจากที่หลี่อันหนิงพาน้องสาวกลับมายังห้องเก็บฟืน นางก็หยิบหนังสือเก่าเล่มหนึ่งออกมาจากกล่องใต้เตียง มันเป็นหนังสือที่มารดาใช้สอนตนเองอ่านเขียน นานมากแล้วที่นางมิได้เปิดมัน “พี่ใหญ่ท่านสอนข้าได้หรือไม่” เด็กสาวส่งยิ้มให้น้องน้อยอย่างอ่อนโยน นางเปิดหน้าต่างออกเพื่อให้แสงจันทร์ด้านนอกส่องลอดเข้ามาภายใน ก่อนจะใช้ไม้เขียนบนพื้นทีละตัว ก่อนออกเสียงให้หลี่ซางเป่าพูดตาม “ยากจัง พี่ใหญ่ท่านจดจำทั้งหมดนี้ได้อย่างไร” เด็กน้อยหน้ามุ่ยเกาหัวอย่างงุนงง “ไม่มีสิ่งใดยากเกินความสามารถของคนหรอกนะเป่าเอ๋อ ถ้าน้องขยันหมั่นเพียร ก็สามารถอ่านได้เช่นกัน” หลี่อันหนิงเอ่ยสั่งสอนน้องสาวของตนด้วยสีหน้าเอ็นดู บัดดลความคิดของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นภายในหัวของนาง “เด็กนั่นอ่านเขียนได้ตั้งแต่เมื่อใด” เป็นเสียงความคิดของหลี่เจี๋ยผู้ที่ไม่เคยมาเหยียบที่นี่ตั้งแต่ที่มารดาตั้งท้องน้องฝาแฝดของนาง บิดาผู้ไร้ความรับผิดชอบเขาทรยศต่อมารดา แม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายยามเมื่อนางจากไปชายผู้นี้ก็ไม่เคยเห็นเป็นเรื่องสำคัญ เขามาที่นี่ทำไม สถานที่อันแสนสกปรกและต่ำต้อยที่สุดในเรือนตระกูลหลี่ สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตก่อนของนาง “ท่านมาที่นี่ทำไม” หลี่อันหนิงเปิดประตูผัวะออกไปอย่างไม่ให้คนด้านนอกได้ทันตั้งตัว หลี่เจี๋ยเมื่อได้เห็นใบหน้าผอมแห้งของบุตรสาว ความรู้สึกผิดก็บังเกิดขึ้นในใจ “พ่อ...แค่มาดู ได้ยินว่าลูกทะเลาะกับท่านย่า เหตุใดถึงได้ทำเช่นนั้นเล่า เพียงทำตามที่นางต้องการอย่างที่ผ่านมามันยากนักหรือ ตอนนี้นางกำลังอารมณ์ไม่ดี ทำให้คนทั้งเรือนพลอยต้องเดือดร้อนเพราะการกระทำของลูกไปด้วย” หลี่อันหนิงไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง คนผู้นี้ยังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่ เขากินอยู่สุขสบายแต่ลูกสองคนกลับต้องทำงานเยี่ยงทาส ไม่เห็นใจไม่พอยังมาบังคับให้พวกนางทำเพื่อคนตระกูลหลี่ทั้งหมดอีก เขามันเกินเยียวยาแล้ว “ท่านมีเรื่องที่ต้องการพูดอีกหรือไม่” เด็กสาวมองไปยังผู้เป็นบิดาด้วยสายตาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง หลี่เจี๋ยไม่เคยเห็นนางแสดงท่าทีเช่นนี้ต่อตนเองเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่พบกันนางมักจะก้มหน้าไม่กล้าสบตาอยู่เสมอ วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น “พ่อแค่มาบอกว่าอย่าได้ทำสิ่งใดที่เป็นการกระตุ้นให้ท่านย่าโมโหอีก ไม่อย่างนั้นแม้แต่พ่อเองก็ไม่สามารถปกป้องลูกได้” หลี่อันหนิงส่งเสียงหึ!ออกมาอย่างดูแคลน ปกป้องหรือ เขาเคยปกป้องตนกับน้องสาวเมื่อใด ทั้งตอนที่ซางเป่าถูกขายไป หรือแม้กระทั่งตนเองถูกคนจากหอคณิกาตามล่า ตอนนั้นเขาอยู่ที่ใดกัน “ท่านไม่จำเป็นต้องมาปกป้องพวกเราพี่น้อง ดูแลตนเองลูกของท่านและภรรยาคนใหม่ให้ดีเถอะ” หลี่อันหนิงปิดประตูกระแทกเสียงดังปังโดยไม่สนใจเสียสบถไม่พอใจของคนที่อยู่ด้านนอก “พี่ใหญ่ เขามาทำไม” หลี่อันหนิงถอนหายใจออกมาเบาๆ นางรู้ว่าน้องสาวคนเล็กมักจะแสดงสีหน้าเจ็บปวดทุกครั้ง ยามเมื่อเห็นบิดาอุ้มลูกที่เกิดจากภรรยาคนใหม่ของเขา นางเองก็ปวดใจเช่นกันที่ไม่สามารถเติมเต็มในส่วนที่เป่าเอ๋อขาดไปได้ “เป่าเอ๋อ....น้องต้องการท่านพ่อหรือไม่” หลี่ซางเป่าแสดงท่าทีครุ่นคิด ก่อนจะมองไปยังประตูที่ถูกปิดสนิท จากนั้นจึงส่ายหน้าอย่างแน่วแน่ “เป่าเอ๋อต้องการแค่พี่สาว ต่อไปนี้เราจะอยู่ด้วยกันสองคนไม่จำเป็นต้องมีท่านพ่อหรือใครๆ” “เด็กดี” หลี่อันหนิงลูบผมแห้งสากของน้องสาวอย่างเวทนา นางรู้ว่าหลี่ซางเป่าต้องการครอบครัวที่อบอุ่น แต่นางกลับทำให้ได้เพียงเท่านี้ มันช่างน่าปวดใจนัก หลังจากถูกบุตรสาวปิดประตูใส่หน้า หลี่เจี๋ยก็เดินกลับมายังห้องโถงที่มีคนตระกูลหลี่นั่งอยู่อย่างพร้อมหน้า เขายกน้ำชาขึ้นดื่มก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ข้าคุยกับนางแล้ว สั่งสอนไปหลายคำต่อไปนางคงจะไม่กล้าแข็งข้อกับท่านแม่อีก เลิกโมโหได้แล้วมันไม่ดีต่อสุขภาพนะขอรับ” เมื่อบุตรชายอันเป็นที่รักเอ่ยเช่นนั้น แม่เฒ่าหม่าก็ส่งเสียหึ!ไปทีหนึ่งอย่างไม่พอใจ ทว่าสุดท้ายก็มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก “พี่ใหญ่บุตรสาวของท่านช่างดีเหลือเกิน เกือบทำให้ท่านแม่หัวใจวายแล้ว” หลี่เฟิงหัวเอ่ยเหน็บแนมผู้เป็นพี่ชาย ทว่าเขากลับตกอยู่ในภวังค์มิได้ตอบโต้กลับไป เป็นภรรยาที่สะกิดให้เขารู้ตัว “อะแฮ่ม...เจ้าว่าอย่างไรนะ” “ไม่มีอันใด ข้าคิดว่าช่วงนี้ท่านต้องดูแลบุตรสาวให้ดีหน่อย อย่าปล่อยให้นางก่อเรื่องอีก” หนี่ม่านม่านพอใจนักที่ได้เห็นคนบ้านใหญ่ต้องเสียหน้า ยิ่งช่วงนี้นางช่วยเหลือหลี่เจียนเจียนเรื่องการดูตัว ยิ่งทำให้แม่สามีเห็นความสำคัญของบ้านรองมากกว่าเดิม “พอแล้ว!! เรื่องก็ผ่านไปแล้วก็ให้แล้วไปเถอะ อย่าลืมว่าอีกไม่นานเจ๋อเอ๋อก็จะกลับมา อย่าได้ทำให้เด็กคนนั้นต้องคิดมากเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องในเรือน” เป็นครั้งแรกที่ผู้เฒ่าหลี่เอ่ยความคิดเห็นของตน น้ำเสียงและท่าทางการพูดคล้ายกับกำลังเข้าข้างเด็กสองคนที่นอนอยู่ในห้องเก็บฟืน แม่เฒ่าหม่าเมื่อได้ยินสามีเอ่ยเพื่อเด็กพวกนั้น อารมณ์ที่เย็นไปแล้วก็กลับปะทุขึ้นมาอีก “ตาเฒ่า!!ท่านหมายความว่าอย่างไร ข้าที่เป็นย่าไม่มีสิทธิ์ดุด่าตักเตือนพวกนางเลยหรือ” ชายชราเมื่อเห็นภรรยาคู่ยากโมโหขึ้นมาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างรำคาญ “เลิกพูดเรื่องนี้ แยกย้ายกันกลับไปนอน” หญิงชราไม่ยินยอม ยังคิดจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมาอีก “ข้า...” “หม่าซือหยุน อย่าลืมว่าเจ้าเป็นใคร” เพียงผู้เฒ่าหลี่เอ่ยชื่อจริงของนางเท่านั้น หญิงชรากลับสงบลงอย่างน่าประหลาด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD