ออกจากตระกูลหลี่

1815 Words
“เช่นนั้นไม่ให้อาเล็กมานอนห้องเก็บฟืนกับพวกข้าเล่า นางเองก็เป็นสตรีเช่นกัน หรือว่าบ้านอาสะใภ้รองให้บุตรสาวนอนห้องเก็บฟืนแล้วปล่อยให้ท่านใช้ชีวิตไม่ต่างจากพวกข้า” “นั่น..จะเป็นไปได้อย่างบิดามารดาของข้ารักและถนอมข้าราวกับไข่มุกในมือ จะยอมให้ลำบากได้อย่างไร” เด็กสาวหัวเราะกับคำพูดที่ย้อนแย่งของสตรีตรงหน้า “ออ เป็นเช่นนั้นเอง หมายความว่าที่พวกข้าสองคนถูกกระทำเช่นนี้ ไม่เกี่ยวกับที่เป็นสตรี แต่จริงๆ แล้ว...เพราะไม่มีใครรักนี่เอง” ช่างเป็นคำพูดที่เสียดแทงใจหลี่เจี๋ยยิ่งนัก เขาที่เป็นบิดามักจะเมินเฉยเมื่อบุตรสาวถูกผู้อื่นรังแก นอกจากไม่ทำสิ่งใดแล้วยังเอาแต่มองดูพวกเขาใช้ชีวิตราวกับขอทาน ช่างไม่สมกับที่เป็นบิดานัก “เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะต่อไปอย่าได้เอ่ยถึงมันอีก อาเฟิงเจ้าเองก็ควบคุมเมียของเจ้าให้ดี อย่าให้นางมาวุ่นวายกับบ้านใหญ่อีก” “ขอรับท่านพ่อ” ผู้เฒ่าหลี่ที่ฟังมานานเมื่อได้เห็นใบหน้าคับข้องใจของหลานชาย ก็ได้แต่คิดในใจว่าแย่แล้ว ถ้าหากเด็กนั่นเห็นพี่สาวถูกคนรังแก่ต่อหน้าต่อตาจะต้องไม่ยอมรามือแน่ ตนจะทำอย่างไรดี “เจ๋อเอ๋อหลานไปคุยกับปู่ดีหรือไม่ อย่างไรเรื่องทุกอย่างก็จบลงแล้ว จากนี้คงไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายกับพวกนางสองคนอีก” ชายชราเอ่ยเสียงอ่อนพยายามตะล่อมหลานชายตัวน้อย ทว่าหลีอันหนิงหรือจะยอมให้เป็นเช่นนั้น “ท่านปู่พูดผิดแล้ว ในเมื่ออาสะใภ้พูดขึ้นมาเช่นนี้ก็ดี ข้าเองก็ทนมานานอย่างไรวันนี้ก็ทำให้กระจ่างเถอะ ตัวข้าและน้องสาวต้องการออกจากตระกูลหลี่ ท่านคิดเห็นอย่างไร” หลี่อันหนิงยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยินความคิดของผู้เฒ่าหลี่ คิดว่าถึงเวลาที่ต้องจัดการเรื่องทุกอย่างให้เสร็จสิ้น ก่อนจะถึงปีหน้านางต้องพาหลี่ซางเป่าออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยวางแผนให้หลี่อี้เจ๋อตามออกมา “พี่ใหญ่!!” เด็กสาวส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ต้องการให้น้องชายพูดแทรก “ข้าต้องการคำตอบเจ้าค่ะ ในเมื่อเราพี่น้องไม่เป็นที่ต้องการของพวกท่าน ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป ใช่หรือไม่” “ไม่ได้! พวกเจ้าห้ามไปไหนเด็ดขาด ข้าที่เป็นบิดาขอคัดค้าน” หลี่เจี๋ยดวงตาไหววูบเมื่อบุตรสาวเอ่ยตัดขาดจากตระกูล จะดีเลวอย่างไรเขาก็เป็นบิดา ปล่อยไปเช่นนี้ได้หรือ หลี่อันหนิงยิ้มเย็น เมื่อได้ฟังคำพูดคัดค้านของผู้ที่ไม่เคยทำหน้าที่บิดาเลยอย่างหลี่เจี๋ย “ท่านหรือคัดค้าน นอกจากทำให้เราสามคนเกิดมาท่านเคยทำหน้าที่พ่อตั้งแต่เมื่อใด” หลี่เจี๋ยตกใจไม่น้อยที่บุตรสาวเอ่ยวาจาในหัวของตน ราวกับนางล่วงรู้ความคิดของเขา “นายท่านหลี่ ข้าขอบังอาจถามสักคำได้หรือไม่” เด็กสาวหยุดเล็กน้อยเพื่อมองไปยังบิดาผู้ให้กำเนิดให้เต็มตา “ตั้งแต่ซางเป่าเกิดมาท่านเคยอุ้มนางหรือไม่ หรือว่าท่านเคยป้อนข้าวนาง ท่านปล่อยให้เราสองพี่น้องอยู่อย่างหิวโหยโดยที่เอาแต่นิ่งเฉยไม่เคยหยิบยื่นสิ่งใด ทั้งๆ ที่ท่านสามารถทำได้” “ท่านอุ้มชูบุตรที่เกิดจากภรรยาคนใหม่อย่างเต็มใจ ทว่าบุตรที่เกิดจากอดีตภรรยาอย่างพวกเราท่านกลับละเลย ทำเช่นนี้ได้หรือ” เด็กสาวเอ่ยจี้จุดปมที่อยู่ในใจของหลี่เจี๋ยอย่างแม่นยำ เพราะมันคือความรู้สึกผิดที่ติดค้างอยู่ในใจและเขามิอาจเอ่ยกับผู้ใดได้ เป็นเขาที่ผิดตั้งแต่ต้นที่ เป็นเขาที่นอกใจพานเยว่หลานจนทำให้เรื่องราวทุกอย่างบานปลายมาถึงจุกนี้ “เจ้า!! อย่างไรข้าก็ขอปฏิเสธ” “นายทานหลี่ ช่วงเวลาการทำหน้าที่ของบิดามันล่วงเลยมาเนิ่นนานแล้ว และจะไม่หวนกลับมาอีก” วาจาตัดขาดของบุตรสาวมันทิ่มแทงลงไปในส่วนลึกของจิตใจที่เขาปิดกั้นมานาน ทว่าหลี่เจี๋ยก็ไม่คิดว่าเด็กสาวตรงหน้าจะเด็ดขาดถึงเพียงนี้ คำพูดสุดท้ายของเด็กสาวกระแทกเข้ากลางใจเขาอีกครั้ง ไม่มีวาจาใดที่หลี่เจี๋ยสามารถยกขึ้นมาเอยโต้แย้งได้เลย หลี่อันหนิงมองไปยังชายที่เคยเรียกตนเองว่าบิดาอย่างดูแคลน “อีกอย่าง ข้ามิได้ถามความเห็นของท่าน ข้าถามท่านผู้เฒ่าหลี่ต่างหาก” นางไม่ได้ให้ค่าความคิดเห็นของเขา เพราะที่ผ่านมาคนผู้นี้ก็มิได้มีความคิดเป็นของตนเองอยู่แล้ว ต่อให้เขาคัดค้านเพียงใดขอเพียงผู้เฒ่าหลี่พยักหน้า คนเช่นเขาจะทำอะไรได้ เขามันก็เป็นเพียงเจ้าคนไร้ความสามารถผู้หนึ่งเท่านั้น “ข้าเห็นด้วยขอรับ ท่านปู่ปล่อยพวกนางไปเถิด ต่อให้พวกนางอยู่ที่นี่อย่างไรก็ไม่ได้ช่วยอะไรตระกูลหลี่ ถ้าท่านให้พวกนางออกจากบ้านหลี่ข้าจะยอมทำตามที่ท่านต้องการอย่างไม่มีข้อแม้” “อี้เจ๋อ! เจ้า!” เด็กชายส่งยิ้มเศร้าสร้อยมายังพี่สาว หลี่อันหนิงไม่คิดว่าน้องชายของตนจะเห็นด้วยกับการกระทำในวันนี้ นางวางแผนจะพาเขาออกมาจากตระกูลหลี่อยู่แล้ว ทว่าในเมื่อหลี่อี้เจ๋อใช้ตนเองเป็นประกันเพื่อให้นางจากไป เช่นนี้คงไม่ง่ายที่จะพาเขาออกจากมาในอนาคต คราแรกผู้เฒ่าหลี่ยังคงลังเลที่จะรับปาก เพราะต้องมีหลี่อันหนิงและหลี่ซางเป่าอยู่ในตระกูลหลี่ หลี่อี้เจ๋อถึงจะทำตามที่ตนสั่ง แต่ในเมื่อเขาเอาตนเองเป็นประกันเช่นนี้ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น เด็กสองคนที่ไร้ประโยชน์ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกนางไป อย่างไรเรื่องนี้ก็ส่งแต่ผลดีต่อตระกูลหลี่เพราะในอนาคตไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูปากท้องของพวกนางเพิ่มด้วย หลี่อันหนิงยิ้มหยันในความคิดของตาเฒ่าโลภมากอย่างหลี่เจียงกั๋ว เมื่อใดกันที่ตนและน้องสาวพึ่งพาตระกูลหลี่ ที่ผ่านมาถ้าไม่ทำงานมีหรือจะได้รับเศษอาหารจากพวกเขา “ได้เช่นนั้นเราก็มาเขียนหนังสือตัดขาด จากนี้ไปเจ้าสองคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบ้านหลี่อีก ต่อให้วันหน้าพวกเรารุ่งโรจน์ก็ไม่มีส่วนของพวกเจ้าพี่น้อง” นี่เป็นวาจาที่หลี่อันหนิงเฝ้ารอมานาน ในที่สุดนางก็สามารถช่วยน้องสาวได้แล้ว “เป่าเอ๋อไปตามท่านหัวหน้าหมู่บ้านและท่านย่าจวงมา” หลี่ซางเป่าไม่รอช้าวิ่งหายไปจากสายตาในทันที และเพียงไม่นานทั้งหัวหน้าหมู่บ้านและแม่เฒ่าจวงก็มาถึงเรือนตระกูลหลี่ ยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่ว่างงานไม่มีอะไรทำตามมาดูเรื่องสนุกด้วย “เกิดอะไรขึ้นที่นี่หรือ เหตุใดถึงให้เป่าเอ๋อไปตามข้า” แม่เฒ่าจวงผู้เป็นกังวลเกี่ยวกับเด็กน้อยทั้งสอง เอ่ยถามด้วยสีหน้าห่วงใย “ท่านย่าจวงเจ้าคะ วันนี้ข้าและเป่าเอ๋อจะออกจากตระกูลหลี่ จึงให้นางไปเชิญท่านและท่านหัวหน้าหมู่บ้านมาช่วยเป็นพยาน” “เจ้าพูดจริงหรือ ตอนนี้เนี่ยนะ แล้วเจ้าจะไปอยู่ที่ใด” จวงต้าหลางผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านโพล่งขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล เพราะตอนนี้คือฤดูเหมันต์มีหิมะตกลงมาอย่างหนัก พวกนางสองพี่น้องจะอยู่กันเองได้อย่างไร “ไม่เป็นไรให้นางพักอยู่ที่เรือนของข้าไปก่อน จนกว่านางจะสามารถหาที่อยู่ของตนเองได้” เป็นแม่เฒ่าจวงเอ่ยตัดบทเพราะไม่ต้องการให้หลานชายญาติห่างๆ ของตนขัดขวาง หัวหน้าหมู่บ้านเมื่อเห็นว่าคนที่ช่วยหนุนหลังคือท่านย่าจวงจึงได้คลายความกังวลลง “ย่อมได้ เช่นนั้นท่านต้องการเขียนเงื่อนไขใดบ้าง” ผู้เฒ่าหลี่วางกระดาษสามแผ่นลงบนโต๊ะด้านหน้าหัวหน้าหมู่บ้านทว่าหลี่อี้เจ๋อก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ “ให้ข้าเป็นผู้เขียนเถิดขอรับ” หลังจากเด็กน้องร่างหนังสือตัดขาดออกมาสองแผ่น เขายังใส่ข้อความบางอย่างลงไปด้วย เมื่อพ่อเฒ่าหลี่อ่านดูก็พยักหน้าอย่างพอใจ เพราะคิดว่าข้อความเหล่านั้น ทำให้ฝ่ายตนได้เปรียบ ทว่าความจริงแล้วทุกสิ่งที่เขาเขียนออกมาเป็นประโยชน์ต่อพี่สาวและน้องสาวฝาแฝดของตนทั้งหมด “ต้องทำเพียงนี้เชียวหรือ อย่างไรก็สายเลือดเดียวกัน” หัวหน้าหมู่บ้านจวงเมื่อได้อ่านข้อความที่หลี่อี้เจ๋อร่างถึงกับตกใจจนทำสีหน้าไม่ถูก แม้แต่แซ่ก็ห้ามใช้ มารดาอย่างพานเยว่หลานที่ตายจากไปหลายปีก็ถูกตัดขาด ต่อจากนี้หลี่อี้เจ๋อมิใช่ลูกของนางแต่เป็นบุตรที่เกิดจากหลี่เจี๋ยและจางเหยาฮวา เมื่อหลี่อันหนิงได้อ่านหนังสือตัดขาดที่น้องชายเป็นผู้ร่าง นางก็พยักหน้าให้กับเขา หมดจดมาก นั่นคือสิ่งที่นางคิด ทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับพานเยว่หลานและบุตรของนางที่เคยปรากฏอยู่ที่ตระกูลหลี่ จะต้องถูกลบหายไป นั่นคือสิ่งที่เด็กชายต้องการ “ในเมื่อเห็นพ้องทั้งสองฝ่าย เช่นนั้นก็ลงชื่อเถิด หนังสือนี้ข้าจะเก็บเอาไว้หนึ่งฉบับเพื่อนำไปจัดการที่ที่ว่าการหลังจากหิมะหยุดตก” ทั้งสามฝ่ายต่างลงลายมือชื่อ หลี่อันหนิงเก็บเอาไว้กับตัวหนึ่งฉบับ จากนั้นนางจึงพาน้องสาวตามแม่เฒ่าจวงไปโดยที่ไม่ขอรับสิ่งใดจากบ้านหลี่เลยแม้แต่ข้าวสารสักเมล็ด ข่าวลือการตัดขาดของตระกูลหลี่และหลานสาวทั้งสองถูกพูดถึงอยู่หลายวัน เพราะหิมะตกทำให้ต้องหมกตัวอยู่แต่ในเรือนจึงไม่มีอะไรให้ทำนอกจากพูดนินทาเรื่องของผู้อื่น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD