ภาคปฐมบท

1162 Words
รัชศกเจียวจิ้นปีที่หนึ่ง องค์ชายรัชทายาทเซี่ยหนานกงขึ้นรั้งตำแหน่งผู้สืบทอดบัลลังก์ทองเป็นปีแรก เหล่าข้าราชบริพารและประชาชนต่างสรรเสริญคุณงามความดีและจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองขึ้นในเมืองหลวงอย่างยิ่งใหญ่ถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน พานเยว่หลานบุตรีของแม่ทัพพานผู้มากความสามารถและถูกขนานนามว่าสตรีอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง รับหน้าที่ขึ้นแสดงการร่ายรำถวายแด่องค์ฮ่องเต้และฮองเฮา ด้วยรูปโฉมดันโดดเด่นของนางจึงต้องตาชายหนุ่มมากมายในเมืองหลวงรวมถึงฮ่องเต้เซี่ยหนานกง ซ่างกวนฮองเฮาที่ได้รู้ถึงความต้องการของสวามีและภายในวังหลังเองก็มีนางสนมเพียงไม่กี่คน ทำให้พระนางยอมเอ่ยปากทาบทามพานเยว่หลานด้วยตนเอง ทว่าหญิงสาวกลับมีท่าอีอึดอัดเพราะภายในใจของนางนั้นมีบุรุษอื่นครอบครองอยู่แล้ว ซ่างกวนฮองเฮาเดิมทีก็เป็นสตรีใจกว้างจึงได้เอ่ยถามความสมัครใจของนาง พานเยว่หลานเห็นถึงความจริงใจของซ่างกวนฮองเฮาจึงเอ่ยความในใจของตนต่อหน้าพระนาง ทว่าเรื่องที่ซ่างกวนฮองเฮากระทำกลับทำให้มีใครหลายคนไม่พอใจ และหนึ่งในนั้นคือเฉิงหรงกุ้ยเฟยผู้เป็นน้องสาวของโจวหานอี้ นางไม่พอใจที่พานเยว่หลานมีใบหน้าที่สามารถล่อลวงเซี่ยฮ่องเต้ได้ รวมถึงฐานะอันสูงส่งของนางที่มาจากตระกูลเก่าแก่ในเมืองหลวง เมื่อเทียบกับตนเองแล้วนางเป็นเพียงสตรีที่มาจากตระกูลเล็กตระกูลหนึ่งนั้นที่บิดาพึ่งจะสามารถมีหน้ามีตาในเมืองหลวงได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ในใจจึงได้คิดวางแผนขัดขวางโดยการให้บิดาที่พึ่งได้รับความดีความชอบขอพระราชโองการสมรสระหว่างโจวหานอี้และพานเยว่หลาน ในคราแรกเซี่ยฮ่องเต้รู้สึกไม่พอใจต่อการขอนี้ของใต้เท้าโจว ทว่าตนเองที่พึ่งขึ้นรับตำแหน่งฮ่องเต้มิอาจทำตามความประสงค์ของตนได้อย่างตามใจ รวมถึงครานั้นใต้เท้าโจวที่มีความชอบเรื่องแก้ไขภัยแล้ง หากต้องการขอพระราชทานมงคลสมรสให้บุตรชายเพียงเท่านี้ยังมิได้ อาจสร้างความไม่พอใจให้แก่เหล่าขุนนาง พานเยว่หลานในวัยสิบห้า มิได้ล่วงรู้ถึงความคิดอันชั่วร้ายของผู้อื่น นางเพียงต้องการใช้ชีวิตอันเรียบง่ายกับชายที่ตนพึงใจเท่านั้น “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! เจ้าเด็กอวดดี” ร่างเล็กป้อมของเด็กน้อยในวัยไม่ถึงสิบขวบ มุดออกทางรูแตกของกำแพงจวนด้วยความรวดเร็วราวกับตัวตุ่น เด็กน้อยหันไปทางด้านหลังมองผู้เป็นบิดาด้วยสีหน้าท้าทาย ก่อนจะวิ่งหายลับไป “เขาหนีออกไปอีกแล้ว!! เจ้าเด็กอวดดีนั่น!!หนีไปอีกแล้ว” ร่างสูงโปร่งของหัวหน้าองครักษ์หนุ่มนามเย่เทียนหลางสั่นเทาไปด้วยโทสะ ตนเองที่เป็นถึงองครักษ์อันดับหนึ่งในเมืองหลวง แต่กลับมิสามารถจัดการบุตรชายตัวดีได้ ร่างอรชรก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างกายสามี พลางมองไปยังรูแตกข้างกำแพงด้วยสีหน้าชอบใจ “ดู!ดูเอาเถิดผลงานบุตรชายคนดีของเจ้า ข้าสั่งให้เขาคัดอักษรแต่เขากลับวิ่งหนีออกไปนอกจวนอีกแล้ว” ร่างสูงชี้ไปยังรอยแตกให้ภรรยาผู้งดงามได้ยลสิ่งที่บุตรชายกระทำ “เพราะท่านเข้มงวดกับเขามากเกินไป” ร่างสูงสวนกลับไปทันควันเมื่อได้ยินภรรยาเอ่ยเข้าข้างบุตรชาย “เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้เจาะรูที่กำแพงจวนของข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าคิดว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าใดแล้วที่ข้าสั่งให้คนอุดรูพวกนี้” “เท่าใดหรือ” “สี่ครั้ง! เพียงแค่เดือนนี้เดือนเดียวก็สี่ครั้งแล้ว ฮึ่ย!ไม่รู้ว่าเจ้าคลอดเจ้าเด็กนี่ออกมาเป็นคนหรือตัวตุ่นกันแน่ เขาถึงได้ชอบขุดรูถึงเพียงนี้” ใบหน้างดงามแสดงสีหน้าประหลาดใจ ไม่คิดว่าบุตรชายที่ตนเลี้ยงดูมาเองกับมือจะซุกซนเพียงนี้ เหตุใดเมื่ออยู่ต่อหน้าคนทั้งเรือนเขาถึงได้ดูว่านอนสอนง่าย ทว่าเมื่อต้องอยู่ลำพังกับบิดาทั้งสองราวกับน้ำมันกับไฟเช่นนี้ “เขาไปไหนแล้ว” ร่างสูงส่งเสียงหึ!ออกมาอย่างหัวเสีย ในเมื่อโทสะของผู้เป็นบิดายังมิดับมอด เขาจะไปที่ใดได้นอกจากเรือนตระกูลพาน “คงจะไปหาเด็กสาวตระกูลพานเช่นเดิมนั่นแหละ เพราะเจ้าน้องชายตัวดีของข้าชี้โพรงให้เจ้าเด็กนั่น วันทั้งวันจึงเอาแต่ร้องขอออกไปเล่นนอกจวน” จ้าวหยวนเอ๋อนิ่งคิดเล็กน้อย “อ้อ..พานเยว่หลานใช่หรือไม่ เด็กสาวที่น้องสามพึงใจ” “อืมคนนั้นแหละ ทั้งสองชอบพอกันมาตั้งแต่ยังเล็ก อย่างไรเด็กคนนั้นก็ถึงวัยปักปิ่นแล้ว ท่านพ่อคิดว่าจะเข้าไปพูดคุยเรื่องการหมั้นหมายกับแม่ทัพพานเอาไว้ แต่เจ้าลูกชายตัวดีนั่น ฮึ่ย! ยิ่งพูดถึงเขาข้าก็ยิ่งโมโห” “ก็ดีแล้วมิใช่หรือ อีกเพียงไม่นานนางก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของคนบ้านเรา ให้พวกเขาสนิทสนมกันเอาไว้ไม่ดีหรือ” สองสามีภรรยาพูดคุยเรื่องบุตรชายที่หนีออกไปนอกจวน ทว่าเย่เสวียนจื่อน้อยกลับกำลังนั่งทานขนมด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย โดยมิได้นึกถึงโทสะของบิดาที่พุ่งสูงเทียมฟ้าเพราะตนเอง “พี่หญิง คาหนมของท่างอาหย่อยชี่สุก” ร่างสูงที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ด้านข้าง ใช้พัดเคาะหน้าผากหลานชายเบาๆ อย่างหมั่นไส้ “พี่หญิงอันใด ต่อไปเจ้าต้องเรียกนางว่าอาหญิงต่างหาก” เด็กน้อยมุ่ยหน้าด้วยท่าทางไม่พอใจ มือเล็กอวบอูมยกขึ้นจับไปที่หน้าผากของตนที่ถูกอาสามทำร้าย “อาหญิงหรือ ข้าม่ายชอบ ข้าชอบเรียกนางว่าพี่หญิง นางทามคาหนมอาหย่อย ต่อปายจื่อเอ๋อจาแต่งงางกับพี่หญิงให้ท่างทำคาหนมให้ข้าทางตาหลอดปาย” “เจ้าเด็กตัวเหม็นนี่ จะแต่งงานกับนางเจ้าต้องพูดให้ชัดก่อน อีกอย่างต้องผ่านอาสามของเจ้าคนนี้ถึงจะได้แต่งงานกับนาง” เด็กน้อยไม่พอใจกับคำพูดของอาสาม มือเล็กหยิบเอาไม้เกาหลังของท่านปู่ที่ซ่อนในแขนเสื้อออกมา ก่อนจะชี้ไปยังชายหนุ่มตรงหน้า “เช่งนั้งก็มาสู้กาน” สองอาหลานต่างวัยวิ่งไล่จับกันอยู่ภายในสวนของจวนตระกูลพาน เสียงหัวเราะของคนทั้งสองเรียกรอยยิ้มจากหญิงสาวผู้งดงามและบ่าวไพร่ในเรือนที่เดินผ่านไปมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD