จุดเริ่มต้นของหญิงสาวผู้อาภัพ

1685 Words
“ฟู่!ฟู่!ฟู่! อื๊อออออ!!!” “เบ่งอีก! ออกแรงเบ่งอีกหน่อย เด็กใกล้จะออกมาแล้ว” เสียงฟ้าคำรามและสายฝนที่ตกกระทบหลังคาแข่งกับเสียงของหมอตำแย หญิงชราอายุราวห้าหกสิบปีที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ส่งเสียงเร่งหญิงสาวที่กำลังจะกลายเป็นมารดาด้วยสีหน้าลุ้นระทึก แม้ใบหน้าชื้นเหงื่อของนางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่ถึงกระนั้นก็ยินยอมทำตามที่หญิงชราเอ่ยอย่างไม่อิดออด เพราะนางรู้ดีว่าอีกเพียงไม่นานจะมีหนึ่งชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้น “นางหนู เจ้าต้องออกแรงมากกว่านี้ นี่ก็ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว ขืนเด็กยังไม่ออกมาทั้งเจ้าและเขาจะต้องเกิดอันตรายขึ้นแน่ สู้เข้าเพื่อลูกที่กำลังจะลืมตาดูโลกของเจ้า” พานเยว่หลาน หญิงสาวร่างบางที่พึ่งกราบไหว้ฟ้าดินกับหลี่เจี๋ยได้เพียงไม่นาน เวลานี้นางกำลังพยายามทำหน้าที่ของมารดาอย่างสุดความสามารถ ส่วนแม่เฒ่าจวงหมอตำแยประจำหมู่บ้านมู่โถวเองก็พยายามรีดเคล้นหน้าท้องนูนป่องของนาง เพื่อช่วยให้เด็กได้คลอดออกมาอย่างปลอดภัย “ฟู่!ฟู่!..แม่เฒ่า!!ท่าน!!ต้อง!!ช่วยลูกของข้า!!..อื๊อออออ” พานเยว่หลานเค้นแรงเฮือกสุดท้ายของตนเพื่อชีวิตน้อยๆ ที่นางเพียรทะนุถนอมมาเก้าเดือน และแล้วเสียงร้องไห้จ้าก็ดังขึ้นราวกับเสียงสวรรค์ที่ปลดปล่อยนางออกจากความทุกข์ทั้งมวล “คลอดแล้ว!!คลอดแล้ว!! เป็นผู้หญิง!! เจ้าได้ลูกผู้หญิง ตัวขาวอวบอ้วนเชียวล่ะดีใจด้วยนะนางหนู เจ้าเก่งมากๆ เลย” แม่เฒ่าจวงแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา แววตาอ่อนโยนของหญิงชรามองไปยังเด็กทารกตัวน้อยที่กำลังดิ้นอยู่ในอ้อมแขน ทว่ายังไม่ลืมเอ่ยชมหญิงสาวหลังจากได้เห็นความพยายามเพื่อให้บุตรสาวของนางได้เกิดออกมา ถึงแม้อากาศภายนอกจะเย็นชื้นแต่หญิงสาวก็ร่างชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ นางผงกหัวขึ้นมองหญิงชราที่กำลังทำความสะอาดเด็กทารกก่อนนางจะอุ้มห่อผ้ามาวางในอ้อมแขนของตน “ขอบคุณแม่เฒ่าที่ช่วยพวกเราแม่ลูกเจ้าค่ะ” พานเยว่หลานพยักหน้าให้แม่เฒ่าจวง พร้อมทั้งแสดงรอยยิ้มขอบคุณอย่างจริงใจ “ขอบใจอันใดกัน มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว อีกอย่างสามีของเจ้าเองก็จ่ายตำลึงมามากโขเชียวล่ะ เพื่อให้ข้าช่วยพวกเจ้าแม่ลูกปลอดภัย เขารักเจ้ามากรู้หรือไม่” “ข้ารู้” หญิงสาวมองลูกน้อยในอ้อมแขนทั้งรอยยิ้ม ที่ด้านนอกห้อง ครอบครัวตระกูลหลี่ต่างมารวมตัวกันเพื่อเฝ้ารอสมาชิกใหม่ ผู้เป็นบิดาอย่างหลี่เจี๋ยเดินวนไปวนเดินมาด้วยท่าทีร้อนรน ทว่าหลังจากที่ได้ยินเสียงเด็กทารกร้องไห้จ้าจากภายใน เขาเองก็อุทานออกมาด้วยความปีติเช่นเดียวกัน “ท่านแม่!! ฟังสิ!! ลูกของข้าคลอดแล้ว ขอบคุณสวรรค์ที่อวยพรให้พวกนางแม่ลูกปลอดภัย” หลี่เจี๋ยจับร่างมารดาของตนเขย่าด้วยความดีใจ ทว่าแม่เฒ่าหม่าผู้มีศักดิ์เป็นย่ากลับถลึงตาใส่อีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่โมโห เสียงพูดของนางเต็มไปด้วยความรังเกียจพลางบิดปากอย่างไม่พอใจ “เฮอะ!! ขอบคุณสวรรค์อันใด ต้องโทษสวรรค์มากกว่าที่ส่งนางมาให้เจ้า เพราะไม่อย่างนั้น....” “เอาเถอะน่า ถึงอย่างไรเด็กคนนั้นก็เป็นหลานคนแรกของตระกูลหลี่ เจ้าก็พูดให้มันน้อยๆ หน่อย” พ่อเฒ่าหลี่ผู้เป็นประมุขของเรือนจ้องตาเขม็งไปยังภรรยาคู่ยาก ก่อนจะเคาะปล้องยาสูบเสียงดัง แม่เฒ่าหม่าเห็นว่าคนบ้านหลี่ไม่มีผู้ใดเข้าข้างตน นางจึงกระทืบเท้าเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว ก่อนไปนางยังไม่ลืมหันมาสบถใส่สามีเฒ่าด้วยความหงุดหงิด “ต่อให้นางคลอดทายาทตระกูลหลี่ออกมาแล้วอย่างไร อย่าหวังว่าข้าจะยอมรับนาง” บุตรชายอย่างหลี่เจี๋ยเมื่อได้ยินมารดาเอ่ยเช่นนั้น เขาก็ได้แต่มองตามด้านหลังของนางไปอย่างท้อแท้ “ท่านพ่อ ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเองไม่ใช้ความผิดของอาหลาน หากข้าไม่ดึงดันที่จะพานางกลับมาที่นี่ท่านและท่านแม่ก็คงจะไม่ผิดใจกัน เป็นข้าที่ทำให้พวกท่านผิดหวัง” หลี่เจี๋ยแสดงท่าทางสำนึกผิดต่อผู้เป็นบิดา เขาที่เป็นบุตรชายคนโตของบ้าน แบกความหวังของบิดาเอาไว้บนบ่า แต่เพราะตกหลุมรักพานเยว่หลานจนโงหัวไม่ขึ้นจึงทำให้บิดามารดาต้องผิดหวังอย่างช่วยไม่ได้ “เรื่องมันก็ผ่านไปแล้วพูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อีกอย่างเจ้าพาสตรีท้องแก่ใกล้คลอดกลับมาที่นี่ชาวบ้านต่างก็เห็นตำตา คงไม่สามารถปล่อยให้พวกนางแม่ลูกไปอยู่ที่อื่นได้ ไม่อย่างนั้นตระกูลหลี่ของเราคงได้ถูกผู้อื่นครหาไม่รู้จักจบจักสิ้นแน่” ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน ตระกูลพานถูกกล่าวหาว่าทรยศต่อแผ่นดินไปเข้าร่วมกับฝ่ายของศัตรู ทำให้ถูกลงโทษประหารทั้งตระกูล ส่วนพานเยว่หลานเพราะแต่งเข้าตระกูลโจวทำให้นางรอดพ้นจากความตายไปได้ ภายหลังการประหารเสร็จสิ้นโจวหานอี้ได้เขียนหนังสือหย่ามอบให้นาง ทั้งยังเอ่ยวาจาเหยียดหยามเรื่องที่นางคือบุตรสาวของกบฏ และมิอาจใช้ชีวิตด้วยตนเองได้ถ้าไร้การปกป้องจากตน หญิงสาวผู้ดื้อรั้น นางคิดออกจากตระกูลโจวตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นหลังถูกสามีหย่าพานเยว่หลานจึงเดินทางรอนแรมมายังอำเภอตงผิงบ้านเกิดของบิดา หญิงสาวใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ เพียงลำพัง อาศัยฝีมือการทำอาหารของตนเลี้ยงชีพโดยการขายซาลาเปาและขนมทานเล่น ร้านของนางตั้งอยู่ใกล้กับสำนักศึกษาหมิงหลัน และนั่นเป็นครั้งแรกที่หลี่เจี๋ยได้พบกับนาง บัณฑิตหนุ่มแวะเวียนมายังร้านเล็กๆ ของหญิงสาวเป็นประจำโดยมิได้รู้ถึงภูมิหลังของนางแม้เพียงนิด เขารู้เพียงหญิงสาวไร้ญาติขาดบิดามารดา และเพราะความรักที่บังตาทำให้เขามองข้ามสิ่งที่นางเป็น ชายหนุ่มถูกใจที่หญิงสาวกำพร้าอย่างพานเยว่หลาน แม้จะเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่กลับมีกิริยาอ่อนหวานไม่ต่างจากบุตรสาวจากตระกูลขุนนาง หลี่เจี๋ยตามเกี้ยวพาพานเยว่หลานอยู่นานหลายเดือน จนกระทั่งนางใจอ่อนยินยอมตามเขากลับไปยังตระกูลหลี่เพื่อกราบไหว้ฟ้าดินอยู่ด้วยกันอย่างถูกต้องตามประเพณี หกปีต่อมา หลังจากที่พานเยว่หลานได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนโตนามว่าหลี่อันหนิง นางก็ได้ตั้งครรภ์อีกครั้งและครั้งนี้ในครรภ์ของนางมีเด็กทารกอยู่ถึงสองคน “ฟู่!ฟู่! อื๊ออออ!! แม่เฒ่าจวงข้าเจ็บเหลือเกิน แรงทั้งหมดของข้าใช้ไปจนหมดแล้ว ข้าขอร้อง!ท่านเคย...ช่วยพวกเราแม่ลูกเอาไว้ ครั้งนี้ท่านช่วยพวกเราอีกครั้งได้หรือไม่” พานเยว่หลานที่ถูกใช้งานอย่างหนักจากแม่เฒ่าหม่าผู้เป็นแม่สามี บัดนี้จึงทำให้ต้องคลอดก่อนกำหนด ยิ่งช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาที่หลี่เจี๋ยไม่ค่อยกลับมาที่ตระกูลหลี่ โดยมักจะอ้างเหตุผลว่าตนเองกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการอ่านตำราสอบ นั่นยิ่งทำให้แม่เฒ่าหม่าได้ใจลงมือกับนางหนักขึ้นทุกวัน ยิ่งได้รู้ว่าพานเยว่หลานตั้งครรภ์แฝด หญิงชราก็ยิ่งภาวนาต่อสวรรค์ขอให้สตรีผู้นั้นและลูกในท้องของนางตายไปในการคลอดครั้งนี้ เสี้ยนหนามที่ตำใจตนมาถึงห้าปีจะได้หายไปเสียที “อาหลานเอ้ย มันเกินกำลังของหญิงชราเช่นข้าแล้ว ข้าขอโทษเจ้าจริงๆ” แม่เฒ่าจวงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาของหญิงชราเอ่อคลอและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด พานเยว่หลานมองใบหน้าสิ้นหวังของแม่เฒ่าจวงจากนั้นจึงกัดฟันทน นางออกแรงเบ่งอีกครั้ง “อื๊อออออ!!” “อุแว๊!!!!” เมื่อเห็นเด็กทารกคนแรกคลอดออกมาได้ แม่เฒ่าจวงก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะเร่งเร้าให้หญิงสาวพยายามมากขึ้นกว่าเดิม “จะ...เจ้าทำได้! เร็วเข้ายังมีอีกหนึ่งคน พยายามหน่อยอาหลาน นี่อาหลาน!!เจ้าอย่าพึ่งหมดสติ รีบฟื้นขึ้นมาก่อน อาหลาน!!” ดูเหมือนสวรรค์จะไม่รับฟังคำภาวนาของนาง พานเยว่หลานที่ออกแรงเบ่งจนสุดกำลังในคราแรกได้หมดแรงและหมดสติไป แม่เฒ่าจวงผู้เป็นหมอตำแยตบหน้านางหลายครั้งเพื่อให้นางฟื้นคืนสติ ทว่าร่างของหญิงสาวกลับนอนหลับตานิ่งไม่ไหวติง “ฮื่อออ!! ท่านแม่!! ท่านแม่!! ตื่นสิเจ้าคะท่านแม่ ท่านเป็นอะไรไป” เด็กหญิงตัวน้อยในวัยห้าขวบที่แอบเข้ามาภายในห้อง เขย่าร่างของมารดาพร้อมทั้งหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูไม่ขาดสาย ตลอดห้าปีที่ผ่านมาในตระกูลหลี่นางมีมารดาคอยเป็นดังที่คุ้มภัย แม้จะถูกท่านย่าและอาสะใภ้รังแกเพียงใดนางก็ไม่เคยรู้สึกกังวล ทว่าร่างเย็นชืดของมารดาที่อยู่ตรงหน้าทำหัวใจของหลี่อันหนิงรู้สึกหนาวเหน็บ ทั้งที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าแต่ด้วยสัญชาตญาณของเด็กน้อย นางรู้สึกเหมือนว่ามารดาจะไม่ลืมตาขึ้นมาอีกแล้ว “เสี่ยวหนิง!! เจ้า!! เจ้าเข้ามาในนี้ได้อย่างไร ใครปล่อยให้เจ้าเข้ามาในนี้”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD