น้องสาวของข้ายังอยู่

1618 Words
เด็กหญิงไม่ได้ยินเสียงของหมอตำแยเฒ่าที่กำลังตำหนิตนอยู่ข้างๆ ในหัวของนางตอนนี้คิดเพียงเหตุใดมารดาถึงได้ไม่ยอมลืมตามาพูดกับตน มิใช่ว่าท่านแม่บอกว่านางกำลังจะมีน้องชายสองคนอย่างนั้นหรือ แล้วอีกคนเล่าหายไปที่ใด แม่เฒ่าจวงเห็นท่าไม่ดี เพราะพานเยว่หลานหมดสติไปนานจึงได้ลองใช้นิ้วอังไปที่รูจมูกของนาง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าไร้ลมหายใจหญิงชราจึงรีบอุ้มทารกที่พึ่งคลอดออกมา ก่อนออกจากห้องพร้อมทั้งดึงแขนผอมแห้งของหลี่อันหนิงตามออกมาด้วย “แย่แล้ว!! แย่แล้ว!! พานเยว่หลานตายแล้ว นางคลอดเด็กสองคนไม่ไหวสิ้นใจแล้ว” คนบ้านหลี่ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบกรู่เข้ารุมล้อมแม่เฒ่าจวงทันที “แม่เฒ่าท่านหมายความว่าอย่างไร ที่บอกว่านางตายแล้ว” ผู้เฒ่าหลี่ผู้เป็นพ่อสามีของพานเยว่หลานทิ้งปล้องยาสูบในมือพุ่งเข้ามาจับตัวแม่เฒ่าจวงเขย่าถาม แม่เฒ่าจวงผู้เป็นหมอตำแยละล่ำละลักตอบออกมาทั้งน้ำตา ในอ้อมแขนยังมีเด็กทารกเพศชายนอนไร้เรี่ยวแรง เสียงร้องแผ่วเบาราวกับลูกแมวน้อย “ก็อย่างที่ข้าพูด นางเสียชีวิตแล้ว สะใภ้ใหญ่ของท่านตายแล้ว นี่หลานชายของท่าน เด็กคนนี้พานเยว่หลานใช่กำลังทั้งหมดที่มีเบ่งเขาออกมา” หลี่อันหนิงไม่เข้าใจว่าตายที่แม่เฒ่าจวงเอ่ยถึงหมายความว่าอย่างไร ตอนนี้นางเพียงต้องการมารดาเท่านั้น เด็กน้อยใช้แรงทั้งหมดสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของหญิงชรา ก่อนจะวิ่งกลับเข้าห้องไป “ตายไปแล้วก็ตายไปสิ ยังจะคลอดเจ้ามารหัวขนนี่ออกมาอีกทำไม” แม่เฒ่าหม่าเดินออกมาดูเพราะได้ยินเสียงโวยวายของแม่เฒ่าจวง เมื่อรู้ว่าสะใภ้ใหญ่ของตนเสียชีวิตแล้วนางก็แสดงท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างไม่รู้สึกผิดแม้เพียงนิด ส่วนปากก็ยังมิวายเอ่ยเหน็บแนมทั้งที่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะนางที่ใช้งานพานเยว่หลานหนักเกินไป “พ่อของเด็กไปไหนหรือ” แม่เฒ่าจวงมองหาบุตรชายคนโตตระกูลหลี่ที่ช่วงนี้ไม่ค่อยจะได้เห็นหน้าเห็นตา แม้แต่ภรรยาคลอดลูกเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ “ท่านจะอยากรู้ไปทำไม บุตรชายของข้าเป็นถึงบัณฑิตถงเซิงไหนเลยจะมามีเวลาว่างมายุ่งกับเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ เจ้าทำหน้าที่ตนเองเสร็จแล้วก็รีบไปเถอะ นี่ตำลึงของเจ้า” แม่เฒ่าหม่ายอมควักเนื้อตนเองจ่ายเงินให้หมอตำแยจวง ก่อนจะไล่ให้นางออกจากเรือนของตนไป “ถือเสียว่าเป็นค่าทำศพของนางก็แล้วกัน อาเฟิงลูกไปเอาเสื่อมาสตรีอย่างพานเยว่หลานไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อโลงดีๆ ให้นางหรอก” หญิงชราใจอำมหิตเรียกให้บุตรชายคนรองนำเสื่อมาห่อร่างของสะใภ้ใหญ่ ก่อนจะสั่งให้เขาแบกนางไปยังภูเขาด้านหลังหมู่บ้าน ส่วนผู้เฒ่าหลี่ทันทีที่ได้อุ้มหลานชายคนโตผู้ที่ต่อไปจะกลายเป็นผู้สืบสายเลือดของตน ชายชราก็ไม่สนใจว่าแม่ของเด็กจะอยู่หรือตาย มีเพียงหลี่อันหนิงเท่านั้นที่เดินตามอารองไปยังภูเขาด้านหลังหมู่บ้านเพียงลำพัง “เจ้าตามมาทำไม! ถ้าท่านย่ารู้เข้าเดี๋ยวก็ถูกตีอีกหรอก” หลี่เฟิงหัวดุผู้เป็นหลานสาวด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก แม้เขาจะเป็นคนไม่เอาไหนแต่ก็ไม่เคยเข้าร่วมการกลั่นแกล้งสองแม่ลูกเลยสักครั้ง ทำเพียงมองดูภรรยามารดาและน้องสาวคนเล็กร่วมมือกันเอาเปรียบนาง “อารอง จะพาท่านแม่ไปที่ใดเจ้าคะ” หลี่เฟิงหัวได้ยินคำถามใสซื่อของหลานสาว จึงหยุดเดินก่อนจะหันกลับมามองร่างเล็กแกร็นที่สูงเพียงเข่า “ท่านแม่ของเจ้านางตายแล้ว ข้ากำลังจะนำร่างของนางไปฝังบนภูเขาน่ะสิ เมื่อรู้อย่างนั้นแล้วก็เลิกตามมาเสียที” เด็กน้อยมองไปยังผู้เป็นอาด้วยสีหน้างงงัน ก่อนจะถามออกไปอีกครั้ง “ตายคืออะไรหรือเจ้าคะ ท่านอารอง” หลี่เฟิงหัวถอนหายใจออกมาอย่างรำคาญ ก่อนจะโยนร่างของพานเยว่หลานลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี “เฮ่อ!! หลี่อันหนิงฟังข้านะ ตายก็คือตายนางไม่หายใจแล้ว แล้วก็อยู่ดูแลเจ้าไม่ได้อีกต่อไป เอาล่ะในเมื่อรู้เช่นนี้ก็กลับลงเขาไป อย่ามาขวางทางข้า” หลี่เฟิงหัวก้มลงหวังแบกร่างของพานเยว่หลานที่ถูกห่อด้วยเสื่ออีกครั้ง ทว่าแรงขยับที่เขาสัมผัสได้ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงก่อนจะถีบม้วนเสื่อออกไปให้ห่างจากตน “เฮ้ย!! อะไรกันวะ!! หมอตำแยบอกว่านางตายไปแล้วนี่ แล้วยังดิ้นอยู่ได้อย่างไร” ชายหนุ่มผู้เริ่มรู้สึกตาขาวเหลือบสายตามองไปรอบๆ ด้วยท่าทางขี้ขลาด ท้องนภายามอัสดงอาบย้อมไปด้วยสีโลหิต แม้จะยังมิได้มืดมิดทว่าภายในภูเขาที่มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบได้บดบังทัศนวิสัยทำให้มองเห็นเส้นทางได้ไม่ชัดเจน เสียงกระพือปีกของเหล่านกป่าดังพรึบพรับ ยิ่งทำให้หลี่เฟิงหัวขลาดกลัวจนกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอได้อย่างยากเย็น สายตาหลุกหลิกมองไปยังม้วนเสื่อที่กองอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีหวาดๆ ชายหนุ่มหยิบท่อนไม้แห้งที่วางอยู่ไม่ไกลเขี่ยม้วนเสื่อเบาๆ เพียงหวังว่าตนเองจะตาฝาดหรือคิดไปเองเท่านั้น แต่แล้วม้วนเสื่อที่มีร่างไร้ลมหายใจของพานเยว่หลานก็ขยับขึ้นมาจริงๆ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งทิ้งท่อนไม้ในมือ ก่อนจะเผ่นแนบโกยอ้าวไปอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งหลานสาวตัวน้อยที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้านข้างโดยไม่สนใจว่านางจะตามมาหรือไม่ หลังจากที่หลี่เฟิงหัววิ่งกลับลงเขาไปชายหนุ่มก็แหกปากร้องตะโกนว่าตนถูกผีหลอก จนชาวบ้านที่กำลังกลับมาจากทำนาต้องจับตัวเขาเอาไว้ สิ้นเสียงของเขาพลันสายลมหอบใหญ่ก็พัดกรรโชกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สร้างความหนาวสะท้านให้แก่ชายหนุ่มไปจนถึงขั้วหัวใจ เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้าอย่างกะทันหัน ฟ้าแลบแปลบปลาบสร้างแสงวูบวาบน่าขนลุก สายลมกรรโชกพัดพาเอาเศษดินและใบไม้ปลิวว่อนไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ทันใดนั้นสายฝนห่าใหญ่ก็เทลงมาไม่ขาดสายทำเอาท้องฟ้ายามเย็นพลันมืดทะมึนในบัดดล “ท่านแม่!! ท่านแม่!! ตื่นสิเจ้าคะ นอนที่นี่ไม่ได้นะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” ร่างเล็กแกร็นแกะเอาเสื่อที่ห่อม้วนร่างของมารดาออก ก่อนจะเขย่ากายที่เย็นชืดไปนานแล้วของนาง ทว่าในระหว่างที่สายฝนกำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงร้องแผ่วเบาราวกับลูกแมวน้อยก็ดังขึ้น หลี่อันหนิงมองไปยังช่วงขาของมารดาเห็นบางสิ่งกำลังขยับไหว นางจึงเลิกชุดสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตของมารดาขึ้น บัดดลร่างเล็กของเด็กทารกที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดก็ปรากฏแก่สายตา ด้วยสัญชาตญาณ เด็กน้อยในวัยห้าขวบรีบถอดเสื้อคลุมด้านนอกอันเปียกชื้นไปด้วยละอองน้ำฝนออกมาห่อร่างเล็กของน้องสาวเอาไว้ ส่วนตนเองก็เอาแต่เอ่ยพึมพำว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พี่สาวจะดูแลน้องเอง หลี่อันหนิงกอดเด็กทารกเอาไว้ในอ้อมแขน ใช้ร่างกายเล็กจ้อยของตนกำบังลมฝนให้น้องน้อยอย่างกล้าหาญ ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักก็ค่อยๆ ซาลง แสงแลบแปลบปลาบบนท้องฟ้าทำให้มองเห็นรอบๆ ป่าได้อย่างชัดเจน ร่างเล็กนั่งตากฝนอยู่บนเขาเป็นเวลาเนิ่นนาน เพราะหาหนทางกลับเรือนเฉกเช่นผู้ใหญ่ไม่ได้ กายของเด็กน้อยเริ่มสั่นสะท้านเสียงฟันของนางกระทบกันดังกึกกัก ก่อนสติสุดท้ายของเด็กหญิงจะดับวูบไป หลี่อันหนิงคล้ายมองเห็นมารดาของตนที่นอนอยู่เบื้องหน้าลุกขึ้นมาตระกองกอดนางเอาไว้แนบอก ก่อนกระซิบน้ำเสียงอ่อนโยนว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แม่อยู่นี่แล้ว เสียงเพลงกล่อมเด็กที่มารดาเคยร้องกล่อมตนยามค่ำคืนยังคงดังก้องประทับในโสต หลี่อันหนิงหลับไปทั้งรอยยิ้มโดยไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นต่อจากนั้น ทางด้านหลี่เจี๋ยที่พักอยู่ในหอพักของเหล่าบัณฑิตในสถานศึกษา เมื่อได้รับจดหมายแจ้งที่ทางตระกูลหลี่ส่งมา เขาทำเพียงเงียบไปไม่แสดงความรู้สึกใดใดออกมา ทำราวกับว่าเรื่องที่เขียนมาในจดหมายไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับตน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD