“ท่านพี่ ข้าจัดข้าวของเสร็จแล้วเจ้าค่ะ ในเมื่อท่านอยู่ที่นี่แล้วอึดอัดใจเช่นนั้นก็ไปอยู่บ้านของข้า ท่านพ่อข้ามีงานให้ทำมากมาย ข้าขอยืนยันเลยว่าพวกเขาจะไม่มีวันดูถูกท่านเหมือนกับคนที่นี่”
หนี่ม่านม่านผู้เฝ้ารอจังหวะของตน บัดนี้เดินลอยหน้าลอยตาเอ่ยวาจาราวกับมองไม่เห็นว่าแม่สามียังยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้นทั้งคน
นิ้วทั้งสิบของแม่เฒ่าหม่ากำเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ นางรู้อยู่แล้วว่านางงูพิษผู้นี้เป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก ตลอดมามักเสแสร้งพูดจาประจบประแจงเพื่อเอาใจตน วันนี้ดูท่าคงไม่คิดเสแสร้งอีกต่อไปแล้ว
“ดี!ดียิ่งนัก! ในเมื่ออยู่ที่นี่แล้วอึดอัดใจ เช่นนั้นก็ไสหัวออกจากตระกูลหลี่ของข้าไป ไปแล้วอย่าได้กลับมาเหยียบที่นี่อีก ข้าเองก็ไม่ต้องการบุตรชายไม่เอาไหนเช่นกัน”
ชายหนุ่มมองดวงตาอันแดงก่ำของมารดาที่อัดแน่นไปด้วยโทสะ น้ำตาของลูกผู้ชายร่วงหล่นลงมาอย่างทุกข์ระทม คราแรกเขาเพียงต้องการเอ่ยเพื่อประชดนางเท่านั้น หลี่เฟิงหัวไม่คิดว่าตนจะถูกมารดาขับไล่ไสส่งเช่นนี้จริงๆ
“เช่นนั้น...ลูกชายขอให้ท่านแม่รักษาตัวด้วย
หลี่เฟิงหัวตัดสินใจในชั่วขณะนั้น ชายหนุ่มคุกเข่าลงคำนับให้หญิงชราสามครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากเรือนตระกูลหลี่ไปอย่างไม่เหลียวหลัง
ตกเย็นผู้เฒ่าหลี่ที่ออกไปเดินหมากกับผู้อาวุโสบ้านอื่น เมื่อกลับมาถึงเรือนเห็นว่าทุกอย่างเงียบเชียบแม้แต่เสียงหลานชายทั้งสองที่มักจะทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้งก็ไม่ได้ยิน จึงได้ถามสะใภ้ใหญ่ที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารในครัว
“ไปไหนกันหมดหรือ เหตุใดในเรือนถึงได้เงียบเพียงนี้”
จางเหยาฮวาหันกลับมาตอบพ่อสามีด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ช่วงบ่ายน้องรองทะเลาะกับท่านแม่ใหญ่โต ตอนนี้ขนข้าวของพาสะใภ้รองและหลานชายไปอยู่บ้านพ่อตาแล้วเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าหลี่เมื่อได้ฟังก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“นี่มันเรื่องอะไร ทะเลาะอะไรกันถึงขั้นต้องขนของไปอยู่ที่เรือนผู้อื่น เขาเห็นข้าตายไปแล้วงั้นหรือ”
ชายชราสบถออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทั้งที่ตนเองยังมิได้ถามไถ่ถึงสาเหตุของเรื่องเลยสักนิด
“ข้าว่าท่านพ่อถามท่านแม่เองดีกว่านะเจ้าคะ ตัวข้าเป็นเพียงสะใภ้พูดมากเกินไปอาจดูไม่ดี อย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องของบ้านรอง”
ผู้เฒ่าหลี่แสดงสีหน้ารำคาญจากนั้นจึงเลิกสนใจสะใภ้ใหญ่ ชายชราสะบัดแขนเสื้อจากไปอย่างหัวเสีย ก่อนเดินกลับไปยังห้องนอนของตน
“กลับมาแล้วหรือ”
หญิงชราเอ่ยทักผู้เป็นสามีเสียงเรียบ โดยมิได้จุดตะเกียงภายในห้องเพื่อให้ความสว่าง ทั้งที่ท้องฟ้าด้านนอกมืดลงแล้ว
“เหตุใดนั่งอยู่คนเดียวมืดๆ ไม่ยอมจุดตะเกียงเล่า”
หลังจากที่ภายในห้องมีแสงสว่าง ผู้เฒ่าหลี่ก็ได้เห็นดวงตาของภรรยาคู่ยากบวมเป่งเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
ถึงจะยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องผิดใจอันใดขึ้นระหว่างนางและบุตรชายคนรอง ทว่าดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตพอสมควร ถึงกับทำให้นางต้องมาแอบร้องไห้เพียงลำพังเช่นนี้
ชายชรานั่งลงข้างภรรยาพลางเอ่ยปลอบใจ
“เฮ่อ!!เอาเถอะ ข้าจะไม่ถามว่ามีเรื่องราวอันใดเกิดขึ้นระหว่างเจ้าและเจ้ารอง แต่อีกไม่นานเขาก็คงจะกลับมาขอโทษเอง เจ้าก็รู้นิสัยของเด็กนั้นมิใช่หรือ ถ้าไม่มีเราเขาจะใช้ชีวิตด้วยตนเองได้อย่างไร”
“ข้าเป็นคนไล่เขาออกไปเอง”
ชายชราชะงักไปเล็กน้อยอย่างไม่แน่ใจ
“เจ้าหมายความว่ายังไง”
ผู้เฒ่าหลี่ถามซ้ำอีกครั้ง
“ข้าบอกเขาว่าข้าไม่ต้องการลูกชายที่ไม่เอาไหนแบบเขา ข้าไล่เขาไปแล้ว ก็เจ้าเด็กนั่นบอกว่าเบื่อที่ข้าเอาแต่ใจไร้เหตุผล เขาต้องการความเป็นส่วนตัวไม่ต้องการให้ข้าเข้ามาบงการและควบคุมชีวิต เพราะอย่างนั้นข้าเลยไล่เขาออกจากตระกูลหลี่ไปแล้ว”
ชายชราตกใจไม่น้อยเมื่อได้ฟังสิ่งที่ภรรยาเอ่ยกับตน
“เจ้าพูดจริงหรือ เจ้าพูดเช่นนั้นออกมาจริงๆ หรือ เขาเป็นลูกที่เจ้าคลอดออกมาด้วยตนเองนะ เหตุใดต้องเหยียดหยามเขาถึงเพียงนี้ ต่อให้อาเฟิงไร้ความสามารถแต่เขาก็เป็นลูกของเจ้า หม่าซือหยุนนี่เจ้าเป็นบ้าไปแล้วใช่หรือไม่”
แม่เฒ่าหม่าน้ำตานองหน้าเมื่อถูกสามีตำหนิโดยไม่ถามความเป็นมา อารามน้อยใจนางจึงตะโกนใส่หน้าผู้เฒ่าหลี่อย่างลืมตัว
“ท่านก็เป็นอีกคนที่คิดว่าข้าน่ารำคาญใช่ไหม ท่านเบื่อที่ต้องฟังเสียงของข้า ท่านเองก็คิดว่าเป็นเพราะข้าทำให้บ้านหลี่อยู่อย่างอึดอัดใช่หรือไม่ บอกข้ามา!! ใช่หรือไม่!!”
หญิงชราจับสาบเสื้อของผู้เป็นสามีเขย่าอย่างแรง จนทำให้ทั้งสองเสียงหลักล้มลงไปด้วยกัน
ผู้เฒ่าหลี่ที่หมดความอดทนกับกิริยาอันหยาบคายของนาง จึงตะคอกกลับไปอย่างเดือดดาล
“ใช่!! เป็นเพราะเจ้าถึงทำให้เรือนตระกูลหลี่ของข้าไม่เคยได้อยู่อย่างสงบเลย มันเป็นเพราะเจ้าที่บีบบังคับจนสะใภ้ใหญ่ต้องคลอดลูกจนตาย ข้ารู้ว่าเจ้าริษยานางเพราะนางมีกิริยาต่างจากหญิงชั้นต่ำเช่นเจ้า”
“หม่าซือหยุน เจ้าที่เป็นเพียงทาสผู้ต่ำต้อยคิดริษยานางมาตลอดถึงได้หาทางกลั่นแกล้งพานเยว่หลานไม่หยุดหย่อน และเป็นเพราะเจ้าที่เอาแต่รังแกลูกของนางจนพวกเขาทนไม่ไหวต้องตัดขาดจากสายเลือดของบิดา หม่าซือหยุนหลายปีมานี้ข้าให้เกียรติเจ้ามาโดยตลอด จึงไม่เคยก้าวก่ายการกระทำของเจ้า ทว่าบัดนี้เจ้ากลับคิดว่าตนเองอยู่เหนือผู้อื่นจนทำให้เรื่องทุกอย่างมันเลวร้าย เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการกระทำของเจ้าทั้งหมด”
ชายชราหอบหายใจเพราะต้องใช้พลังกายทั้งหมดตะโกนใส่หน้าหญิงชรา แต่นั่นก็ยังมิสามารถลดโทสะอันสูงเสียดฟ้าของเขาลงได้
“ท่าน!!...”
แม่เฒ่าหม่าทนฟังความจริงที่ออกมาจากปากของผู้เป็นสามีไม่ไหว เลือดลมของนางตีกลับจนทำให้หญิงชราถึงกับกระอักเลือดออกมา
นางหอบหายใจถี่รัว ดวงตาพร่ามัว หูอื้อจนฟังไม่ได้ยินว่าสามีเฒ่ากำลังพูดอะไรบางอย่างกับตน
หลี่เจียนเจียนที่ได้ยินบิดาและมารดามีปากเสียงกัน นางจึงรีบพุ่งเข้ามาดู และเมื่อเห็นมารดาล้มตะแคงอยู่ที่พื้นอีกทั้งหน้าอกของนางยังมีเลือดอีกกองหนึ่ง อารามตกใจหญิงสาวจึงกรีดร้องออกมาเสียงดัง
“กรี๊ด!! ท่านแม่ ท่านพ่อท่านทำอะไรนาง”
ผู้เฒ่าหลี่รำคาญเสียงแหลมเสียดแก้วหูของบุตรี จึงตะคอกนางกลับไป
“หุบปาก!! ยังมีเจ้าอีกคนที่ข้ายังมิได้คิดบัญชี ตั้งแต่เล็กจนโตถูกสตรีชั้นต่ำผู้นี้เลี้ยงอย่างตามใจจนกลายเป็นคนไม่รู้ชั่วดี วันนี้ข้าได้ไปสืบมาหมดแล้ว ที่เจ้าถูกจับส่งทางการเป็นเพราะเจ้าต้องการทำร้ายภรรยาของหลิวซิ่วไฉ ใช่หรือไม่!! ผู้อื่นแต่งงานไปแล้วแต่เจ้ากลับยังไม่ยอมตัดใจ ทำแต่เรื่องงามหน้าให้ตระกูลข้าต้องอับอาย กลับห้องของเจ้าไปเสีย จงทบทวนตนเองให้ดี หากต่อไปยังกระทำตนเช่นเดิมข้าจะส่งเจ้าไปอยู่สำนักนางชี ห้ามกลับมาที่นี่ตลอดชีวิต!”
“ข้า!!...ท่านพ่อ”
“ออกไปซะ!!”
ผู้เฒ่าหลี่ชี้หน้าบุตรสาวด้วยนิ้วอันสั่นเทา หลี่เจียนเจียนที่ไม่เคยถูกบิดาต่อว่า บัดนี้นางตัวสั่นเทาด้วยหวาดกลัวเพราะไม่เคยเห็นบิดามีท่าทีเช่นนี้มาก่อน
หลี่เจี๋ยที่นั่งฟังอยู่นานและได้ยินสิ่งที่บิดาพูดกับมารดาทั้งหมด
ไม่คิดเลยว่าสาเหตุที่ทำให้พานเยว่หลานต้องคลอดก่อนกำหนดคือมารดาบังเกิดเกล้าของตน ชายหนุ่มเดินมายังห้องนอนของบิดาอย่างเหม่อลอย เมื่อเห็นร่างของแม่เฒ่าหม่านอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น ทว่าเขากลับมองนางด้วยสายตาเย็นชา หญิงชรารู้สึกหนาวสะท้านจนจับขั้วหัวใจเมื่อได้เห็นสายตาของบุตรชาย
“ให้ข้าตามหมอหรือไม่”
น้ำเสียงเยียบเย็นถูกเปล่งออกมาและมันได้เสียดแทงเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจแม่เฒ่าหม่า ลูกชายคนแรกที่นางเฝ้าถนอมเลี้ยงดู บัดนี้กลับมองนางที่กำลังใกล้ตายด้วยสีหน้าเฉยชา ราวกับพวกเขามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน
“ไปตามมาเถอะ อย่างไรนางก็เป็นมารดาของเจ้า”
“ขอรับ”
หลี่เจี๋ยตอบรับโดยมิได้แสดงท่าทีใดใด เขาก้าวออกจากห้องไปราวกับไม่เห็นว่ามีมารดานอนอยู่ที่พื้น
ภายในหัวของหลี่เจี๋ยมีเพียงเรื่องราวที่บิดาเอ่ยกับมารดาเท่านั้น คำถามมากมายผุดขึ้นในใจไม่รู้จบ เพราะริษยาจึงได้เกลียดชังหรือ
คราแรกเมื่อพานเยว่หลานกลับมาตระกูลหลี่พร้อมกับตน หลี่เจี๋ยคิดเพียงว่าที่มารดาไม่ชอบนางอาจเป็นเพราะนางคิดว่าพานเยว่หลานกำลังล่อลวงเขา ทว่าทุกอย่างมิใช่ดั่งที่คิด มารดาเกลียดชังนางเพียงเพราะนางมีกิริยาสูงส่งซึ่งแตกต่างจากนาง
ทาสอย่างไรก็ยังคงเป็นทาส มิสามารถแก้ไขสันดานริษยาได้