แม่เฒ่าจวงจีบปากจีบคือเอ่ย พลางหันไปถามความเห็นของเหล่าจีนมุงที่ตอนนี้เริ่มมากขึ้นทุกที
หลี่เจียนเจียนผู้ที่ถูกตามใจมาตั้งแต่ยังเล็ก คิดไม่ถึงว่าจะถูกหญิงชราตรงหน้าตอกกลับเช่นนี้ นางกำหมัดกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ ก่อนตวาดแหวออกไปอีกครั้ง
“เจ้า!! ยายเฒ่า เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด ข้าบอกให้ส่งนางเด็กสารเลวสองคนนั้นออกมา”
ใบหน้าของหลี่เจียนเจียนเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธ นางไม่รู้วิธีจัดการกับคนอย่างหญิงชราผู้นี้ เพราะที่ผ่านมาเป็นนางที่เป็นผู้กระทำมาตลอด
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร เรือนหลังนี้มีเพียงข้าและหลานชายอาศัยอยู่ หากจะพูดว่ามีเด็กสารเลวที่นี่ก็มีแต่เจ้าคนเดียว”
แม่เฒ่าจวงลอยหน้าลอยตาเอ่ย โดยไม่สนใจในใบหน้าที่เริ่มเขียวคล้ำดำมืดของหลี่เจียนเจียน
“กรี๊ด!!! ยายเฒ่าจวง กล้าว่าข้าสารเลวหรือ”
หญิงสาวพุ่งเข้าใส่แม่เฒ่าจวงแต่ถูกจวงอี้ซิงเอาตัวขวางเอาไว้ เขาและนางอายุสิบเจ็ดเท่ากันทว่าเด็กหนุ่มกลับสูงใหญ่และแข็งแรงมากกว่า อาจเพราะเขาทำงานหนักมาตั้งแต่ยังเล็ก
หลี่เจียนเจียนไม่สนใจว่าคนที่ขวางทางตนจะเป็นใคร นางใช้เล็บข่วนเด็กหนุ่มตรงหน้าเพื่อระบายโทสะของตน แต่สิ่งที่หลี่เจียนเจียนทำไม่สามารถสร้างความเจ็บปวดให้จวงอี้ซิงแม้เพียงนิด
“พอได้แล้ว!!หยุด!! หยุดเดี๋ยวนี้!! พวกเจ้ากำลังทำอันใดกัน ไม่เห็นหัวหน้าหมู่บ้านเช่นข้าอยู่ในสายตาแล้วใช่หรือไม่ คนหมู่บ้านเดียวกันแท้ๆ มีอะไรถึงไม่พูดคุยกันดีๆ”
จวงต้าหลางผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านและเป็นญาติห่างๆ ของแม่เฒ่าจวงที่อายุน้อยกว่าหนึ่งรุ่น เขารีบปรี่เข้าไปห้ามการทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นหน้าเรือนของนาง
ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ต่างก็ชี้ไม้ชี้มือไปที่หลี่เจียนเจียนผู้เป็นต้นเหตุของเรื่อง
สะใภ้รองที่เข้ามาร่วมชมความสนุก เมื่อเห็นว่าน้องสามีกำลังเสียเปรียบ จึงรีบเข้าไปแสร้งทำทีดึงนางออกมาจากกองไฟ
“พี่สะใภ้รองท่านอย่าห้ามข้า ข้าจะฉีกปากยายเฒ่านั่น นางด่าข้าว่าเป็นคนสารเลวทั้งยังมากล่าวหาว่าข้าเป็นหญิงคณิกาอีก ข้าจะฆ่านาง”
หนี่ม่านม่านบิดปากเล็กน้อยพลางคิดในใจว่า ตัวเจ้าฉุนกลิ่นแป้งชาดเพียงนี้ จะไม่ให้ผู้อื่นคิดได้อย่างไร
แต่ถึงจะคิดเช่นนั้นนางก็มิได้พูดออกมา เพราะหลี่เจียนเจียนในบ้านหลี่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของแม่เฒ่าหม่าผู้เป็นแม่สามียิ่งนัก
ขืนทำให้นางไม่พอใจความเป็นอยู่แลสถานะของตนในตระกูลหลี่คงจะตกต่ำลงยิ่งกว่าที่เป็นอยู่แน่ ยิ่งมีสะใภ้ใหญ่สตรีเจ้าเล่ห์ผู้นั้นที่คอยยุแยงอยู่เบื้องหลัง นางจะทำพลาดก่อเรื่องที่นี่ไม่ได้
“เอาล่ะ พอแล้ว!! พอแล้ว!! เจียนเอ๋อ ชาวบ้านมุงดูเต็มไปหมดเจ้าคงไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกแพร่ออกไปจนบ้านว่าที่สามีของเจ้ารู้กระมัง เขาเป็นถึงบัณฑิตซิ่วไฉไหนเลยจะยอมรับสตรีที่มีชื่อเสียงด่างพร้อยแต่งเข้าตระกูล เจ้าไม่คิดเหมือนพี่สะใภ้รองหรือ”
ทั้งที่เป็นเพียงการดูตัวเท่านั้น ทว่าหนี่ม่านม่านกลับฉลาดใช้คำว่าบ้านว่าที่สามีเพื่อเตือนสติน้องสาวคนเล็กของสามี ผู้หลงบุรุษจนหน้ามืดตามัว
เมื่อได้ยินพี่สะใภ้รองเอ่ยถึงบุรุษที่ตนพึงใจนางก็รีบเปลี่ยนสีหน้าโดยพลัน หนี่ม่านม่านรู้ว่ามีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่จะทำให้หลี่เจียนเจียนผู้เย่อหยิ่งสงบลงได้
ไม่กี่เดือนก่อน
นางได้พบกับหลิวซีห่าวที่อำเภอตงผิงโดยบังเอิญ ทันทีที่ได้เห็นหน้าของบัณฑิตหนุ่มหญิงสาวก็ตกหลุมรักเขาทันที
หลังจากกลับมาที่หมู่บ้านมู่โถวนางก็รบเร้าให้มารดาตามหาว่าคนผู้นั้นเป็นใคร จนกระทั่งผ่านไปหลายเดือนถึงได้รู้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นเป็นบัณฑิตยากจนจากหมู่บ้านตระกูลหลิวที่อยู่ข้างๆ
หลิวซีห่าวในวัยยี่สิบอาศัยอยู่กับมารดาพี่ชายและพี่สะใภ้ ส่วนบิดาได้ตายจากไปนานหลายปีแล้ว
พี่ชายของหลิวซีห่าวทำนาและเก็บของป่าเพื่อส่งเขาเรียนที่สำนักศึกษาหมิงหลันในอำเภอตงผิง จนกระทั่งปีก่อนชายหนุ่มสอบได้เซิ่งหยวนจึงทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น
แม้คราแรกแม่เฒ่าหม่าไม่เห็นด้วยที่จะให้บุตรสาวคนเล็กดูตัวกับคนตระกูลหลิว ด้วยเพราะรังเกียจที่ครอบครัวของเขายากจน ทว่าผู้เฒ่า หลี่ที่ชมชอบบัณฑิตผู้มีความรู้กลับเห็นต่าง ชายชราสนับสนุนบุตรสาวคนเล็กเต็มที่และได้จัดหาแม่สื่อเพื่อส่งไปทาบทามบัณฑิตหลิวด้วยตนเอง ทำให้แม่เฒ่าหม่าจำต้องยอมเห็นด้วยแต่โดยดี
แต่น่าเสียดายที่หลิวซีห่าวมีคู่หมั้นตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้หลี่เจียนเจียนที่ได้รู้อาละวาดอยู่หลายวัน หญิงชราเห็นบุตรสาวคนเล็กที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจมีความทุกข์ นางจึงแอบไปยังหมู่บ้านตระกูลหลิวเพียงลำพังเพื่อเจรจากับมารดาของหลิวซีห่าว
เมื่อรู้ว่าบ้านของคู่หมั้นในวัยเยาว์ของบัณฑิตหนุ่มยากจนแม่เฒ่าหม่าจึงเสนอเงินหนึ่งร้อยตำลึงเพื่อเป็นของหมั้นและจะเพิ่มสินเดิมของบุตรสาวขึ้นอีกหนึ่งเท่า โดยที่ไม่รับเงินสินสอดจากทางตระกูลหลิวแม้แต่เหวินเดียว
มารดาของหลิวซีห่าวเมื่อได้เห็นเงินมากมายมากองตรงหน้า ชั่วขณะนั้นนางก็ตัดสินใจได้ในทันที วันรุ่งขึ้นมารดาของบัณฑิตหลิวจึงได้ส่งหนังสือถอนหมั้นไปยังเรือนของคู่หมั้นวัยเยาว์โดยไม่ปรึกษาคนในบ้าน
เพราะตอนนี้นางรับเงินหนึ่งร้อยตำลึงจากแม่เฒ่าหม่ามาแล้ว
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้าได้ส่งผลมายังเวลาปัจจุบันของหลี่เจียนเจียน นางเตรียมชุดใหม่เอาไว้สำหรับดูตัวแต่หลี่อันหนิงกลับทำขาดทำให้นางโมโหจนตามมายังเรือนของแม่เฒ่าจวง สถานที่หลบภัยของสองพี่น้อง
“พี่สะใภ้รองวันนี้ข้าต้องไปพบพี่ซีห่าว แต่ชุดใหม่ของข้าถูกเด็กสารเลวนั่นทำขาดไปแล้ว จะทำอย่างไรดีข้าอยากจะฆ่านางนัก”
หนี่ม่านม่านคิดว่าถึงเวลาที่ตนต้องทำให้แม่เฒ่าหม่าติดหนี้แล้ว ความจริงคนที่แอบกรีดชุดใหม่ของหลี่เจียนเจียนก็คือนางเอง
แต่ทว่ากลับโยนความผิดทั้งหมดไปให้หลี่อันหนิงที่เป็นคนซักผ้า เพื่อวางแผนแย่งชิงความโปรดปรานมาจากสะใภ้ใหญ่
“ไม่เป็นไร พี่สะใภ้รองได้ชุดใหม่มาจากบ้านเดิมพอดี เจ้าอยากจะดูหรือไม่ พี่สะใภ้รองรับรองว่าในอำเภอตงผิงยังไม่มีวางขายแน่นอน เพราะชุดนี้พี่ชายของข้าได้มาจากเมืองปิ่งโจว”
เมื่อหญิงสาวได้ยินว่าเป็นชุดที่ยังไม่เคยวางขายที่อำเภอตงผิง แถมตนยังได้สวมใส่เป็นคนแรก หลี่เจียนเจียนถึงกับหัวใจพองโตแสดงท่าทางอารมณ์ดีจนเก็บสีหน้าไม่มิด
“เป็นพี่สะใภ้รองที่เข้าใจข้าที่สุด”
หลังจากน้องสามีและพี่สะใภ้บ้านหลี่จากไปโดยไม่สนใจความวุ่นวายที่พวกตนก่อเลยสักนิด แม่เฒ่าจวงผู้เป็นห่วงเด็กน้อยทั้งสองจึงรีบกลับเข้าเรือนเพื่อไปดูพวกเขาที่หลบอยู่ด้านใน และเมื่อเข้ามาภายในห้องกลับพบเพียงความว่างเปล่า
“พวกนางคงแอบออกไปทางด้านหลังเรือนแล้ว เพราะไม่ต้องการให้เราเดือดร้อน”
จวงอี้ซิงเอ่ยกับผู้เป็นย่าเบาๆ
“อืม ถึงจะยังไม่มืดแต่ยังไงเจ้าก็ตามไปดูเด็กสองคนบนเขาสักหน่อยก็ดี”
เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนจะคว้าตะกร้าและมีดพร้าประจำกายเดินออกทางด้านหลังเรือน เพื่อตามรอยเท้าเล็กๆ ของสองพี่น้องไป
“หิวหรือไม่ วันนี้เราสองคนอาจต้องหาที่นอนบนเขาไปก่อน ต้องรอให้หลี่เจียนเจียนอารมณ์เย็นลง ไม่อย่างนั้นนางจะต้องหาเรื่องตีเราอีกแน่”
หลี่ซางเป่าก้มลงมองท้องของตนที่เหี่ยวแห้งแทบติดแผ่นหลังและกำลังส่งเสียงร้องครวญครางออกมา
“ข้าไม่หิว ข้าทนได้”
ยิ่งเห็นน้องสาวแสดงท่าทางราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย หลี่อันหนิงก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดใจ อายุเพียงเท่านี้แต่กลับมีน้ำอดน้ำทนไม่ร้องไห้งอแงเหมือนเด็กคนอื่นในหมู่บ้าน
ทว่านางกลับลืมไปแล้วว่าตนเองก็อายุเพียงสิบเอ็ดปีเท่านั้น