ความสามารถของหลี่ซางเป่า

1601 Words
หลี่อันหนิงพยักหน้าพลางลูบผมของเด็กน้อยซางเป่าอย่างภูมิใจ ตอนนี้ตนเองเป็นเพียงเด็กเท่านั้นไม่อาจทำตามใจตนดั่งเช่นผู้ใหญ่ได้ หากต้องการปกป้องน้องทั้งสองนางจำต้องมีอำนาจในมือ และแล้วหลี่อันหนิงก็หวนกลับไปนึกถึงใบหน้าอันหล่อเหลาที่แสนเย็นชาของท่านขุนนางหนุ่ม เพียงเท่านั้นในหัวใจของนางก็รู้สึกอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด “พี่ใหญ่ข้ารู้ว่าที่ใดที่เราสามารถใช้นอนได้” เด็กสาวมองหน้าน้องน้อยของตนด้วยสีหน้าสนใจ หลี่ซางเป่าเดินลิ่วนำหน้าไปเหมือนกับคุ้นเคยเส้นทางบนภูเขา หลี่อันหนิงผู้เป็นพี่สาวรีบวิ่งตามจนกระทั่งทั้งสองไปถึงผาหินที่มีต้นไม้และเถาวัลย์ขึ้นรกชัฏแห่งหนึ่ง “เป่าเอ๋อเราใช้ที่นี่นอนไม่ได้หรอกนะ มันรกเกินไปอีกอย่างอาจมีงูพิษออกมาก็ได้ รู้หรือไม่ว่ามันอันตราย” หลี่ซางเป่าเกาหัวตนเองเบาๆ นางแสดงสีหน้ามั่นใจก่อนจะหันไปดึงแขนเสื้อของพี่สาว “ได้เรานอนที่นี่ได้ นางบอกว่าคืนนี้ให้เรานอนที่นี่” นางหรือ...ใครกัน หลี่อันหนิงมองใบหน้าที่เล็กกว่าฝ่ามือของน้องสาวอย่างงุนงง สายตาสำรวจมองไปรอบๆ ไม่เห็นมีที่ใดเลยที่จะสามารถใช้นอนได้ แล้วเหตุใดซางเป่าถึงพูดเช่นนั้นออกมา “ใครเป็นคนบอกน้องหรือ เป่าเอ๋อ” “ท่านแม่” เด็กน้อยเอ่ยออกมาด้วยดวงตาใสซื่อ หลี่อันหนิงตกใจไม่น้อยที่ได้ยินหลี่ซางเป่าเอ่ยถึงมารดา นางไม่เคยเห็นหน้าท่านแม่แล้วนางรู้จักท่านแม่ได้อย่างไร “เป่าเอ๋อน้องกำลังล้อพี่เล่นใช่หรือไม่” หลี่ซางเป่าส่ายหน้า ก่อนจะเดินไปยังผาหินก้อนใหญ่ จากนั้นดึงเถาวัลย์ที่เลื้อยพันรอบๆ ออก ทำให้มองเห็นปากถ้ำเล็กๆ ที่ฝังอยู่ที่พื้นต่ำลงไป หากไม่เดินเข้ามาหรือดึงเถาวัลย์ออกไม่มีทางที่พวกตนจะมองเห็นทางเข้าได้เลย “เป่าเอ๋อนี่เจ้า....ท่านแม่มาบอกจริงๆ หรือ” หลี่ซางเป่าพยักหน้าแสดงท่าทางจริงจัง หลี่อันหนิงรวบร่างเล็กของน้องสาวมาสวมกอด น้ำตาหยดหนึ่งของเด็กสาวปลิวหายไปกับสายลมด้วยความรู้สึกรวดร้าว ความหดหู่ครอบงำจิตใจของนางเหมือนดั่งเงามืดที่ปกคลุมทุกอย่าง เมื่อนึกถึงอดีตยามเมื่อมีมารดาผู้งดงามคอยปลอบประโลมให้ความอบอุ่นครั้งยังเด็ก แม้จะทุกข์ยากลำบากทว่านางกลับรู้สึกว่าตนนั้นมีความสุขมากมายเพียงใด แต่ตอนนี้หลี่อันหนิงคิดว่าความสุขนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาที่วันหนึ่งจะสลายไปในที่สุด และนางอาจไม่มีวันได้สัมผัสมันอีกแล้ว แต่มารดาที่คิดว่าจากไปหลายปี กลับยังคงวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อคอยให้ความช่วยเหลือ ถึงแม้จะมองไม่เห็นแต่หลี่อันหนิงอยากจะเชื่อว่ามารดายังคงอยู่ที่นี่ เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับความรู้สึกที่เรียกว่าความสุขของนาง ร่างสูงกว่าดึงน้องเล็กให้คุกเข่าลง ก่อนจะคำนับลงไปสามครั้งเพื่อเป็นการของคุณ “ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้อันหนิงโตแล้วและจะดูแลน้องทั้งสองคนเป็นอย่างดี” หลังจากสองพี่น้องลุกขึ้นยืน ลมหอบหนึ่งก็พัดพาเอากลิ่นหอมที่แสนคิดถึงผ่านมา ดวงตากลมโตเปล่งประกายราวกับอัญมณีไม่ว่าจะผ่านเรื่องทุกข์ยากเพียงใดก็ไม่เคยไหวหวั่น ยามนี้กลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาสีใส ไออุ่นไร้รูปร่างที่ไม่อาจบรรยายได้เอ่อล้นขึ้นมาเต็มหัวใจ นางรู้แล้วว่ามารดาอยู่ที่นี่กับพวกตนจริงๆ แม้จะมิได้แสดงตัวออกมาทว่าความรู้สึกปลอดภัยที่เกิดขึ้นภายในใจนี้นางสามารถรับรู้ถึงมันได้ “เข้าไปกันเถอะ เป่าเอ๋อ” หลี่อันหนิงและหลี่ซางเป่าไถลลงไปในปากถ้ำที่อยู่เบื้องต่ำ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงสายลมอุ่นร้อนที่พัดมากระทบใบหน้าของพวกตน แม้จะมองไม่เห็นเพราะภายในนั้นมืดมิด แต่เมื่อเงี่ยหูฟังก็จะได้ยินเสียงของใครบางคนพูดคุยกัน “ได้ยินหรือไม่เป่าเอ๋อ ข้างในมีคนอยู่” หลี่ซางเป่าส่ายหน้าในความมืด “ข้าไม่ได้ยินอันใดเลย หรือจะเป็นเสียงในความคิดของผู้อื่น” “พี่เองก็ไม่รู้ แต่เราต้องเสี่ยงเข้าไปดู ในเมื่อท่านแม่บอกว่าที่นี่ปลอดภัย เช่นนั้นเราก็ต้องเชื่อท่าน” หลี่อันหนิงไตร่ตรองเล็กน้อยก่อนตัดสินใจ นางจับมือของน้องสาวกระชับมั่น จากนั้นจึงเดินนำโดยการใช้ผนังถ้ำเป็นตัวนำทาง เมื่อทั้งสองเดินมาได้สักพักภาพตรงหน้าก็เริ่มสลัวราง หลี่อันหนิงยกมือขึ้นป้องดวงตาก่อนกะพริบถี่ๆ เพื่อให้มองเห็นด้านในได้ชัดเจน โถงถ้ำที่ขยายกว้างออกไปหลายหมู่ บัดนี้ตรงกลางมีบ่อน้ำที่สัมผัสถึงได้ถึงความอุ่นร้อนแผ่กระจายออกมา เหนือผืนน้ำที่สงบนิ่งมีควันไอลอยอ้อยอิ่งอยู่ไม่ห่าง เมื่อแหงนหน้าขึ้นด้านบนจะพบปล่องทรงกรวยแหลมขึ้นไปทำให้มองเห็นท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน หลี่อันหนิงไม่คิดฝันว่ายังมีสถานที่ดีดีเช่นนี้อยู่ในภูเขาด้านหลังหมู่บ้าน หากไม่มีทางเข้าที่เล็กแคบเช่นนั้นที่นี่อาจถูกชาวบ้านค้นพบไปตั้งนานแล้ว นางและน้องสาวจะต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ในอนาคตที่นี่อาจกลายเป็นสถานที่หลบภัยชั้นดีของพวกตนเป็นแน่ “เป่าเอ๋อช่วยพี่ดึงหญ้าพวกนี้มาปูทำที่นอนสำหรับคืนนี้ของเรากันเถอะ” เด็กน้อยพยักหน้าทำตามพี่สาวอย่างว่าง่าย แม้คืนนี้จะได้ที่นอนแล้วแต่ภายในท้องของทั้งสองกลับยังคงว่างเปล่า เพราะไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้า หลี่อันหนิงมองสำรวจไปรอบๆ เสียงพูดคุยพึมพำยังคงดังแว่วอยู่ในหัว แต่ในถ้ำแห่งนี้กลับไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากพวกตน หญิงสาวที่เคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งไม่คิดหวาดกลัวต่อภูตผีหรือสิ่งที่มองไม่เห็น ในใจของนางคิดว่าน่าจะเป็นเสียงความคิดของบางอย่างที่ยังมองไม่เห็นตัวเสียมากกว่า “เป่าเอ๋อน้องรออยู่ที่นี่นะ พี่คิดว่าได้ยินอะไรบางอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ ต้องไปดูสักหน่อย” เด็กสาวเดินตามเสียงที่ได้ยินแผ่วเบาและเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างระมัดระวัง ทว่าเมื่อนางเดินสำรวจไปยังฝั่งตรงข้ามของบ่อน้ำร้อนก็ได้เห็นโขดหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ที่ด้านล่างเป็นโพรงเล็กๆ ถูกขุดเป็นรูด้วยอะไรบางอย่าง เสียงที่ดังขึ้นภายในหัวของนางมาจากที่นั่นเอง เด็กสาวนั่งยองๆ คิดจะมองสำรวจด้านใน ทันใดนั้นร่างสีดำเล็กๆ สองร่างก็กระโจนออกมาด้านนอก ชนเข้ากับนางอย่างจังจนหลี่อันหนิงล้มก้นจ้ำเบ้า หลังจากที่ตั้งสติได้ นางจึงมองไปยังเสียงขู่เล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไป หญิงสาวขยี้ตาตนเองหลายครั้งเมื่อมองเห็นเจ้าก้อนขนที่มีดวงตาสีดำปูดโปนมองมายังตนด้วยท่าทีหวาดระแวง เสียงที่ได้ยินคือเสียงของเจ้าตัวน้อยทั้งสองนี่หรือ หญิงสาวเหลือบมองไปรอบๆ ด้วยท่าทีระมัดระวัง เห็นทีที่แห่งนี้คงจะมิได้ปลอดภัยอย่างที่คิดเสียแล้วกระมัง เมื่อนานมาแล้วนางเคยได้ยินท่านย่าจวงเล่าเรื่องเจ้าถิ่นที่อาศัยอยู่ในภูเขาด้านหลังหมู่บ้านมาก่อน มันคือเสือดำตัวเขื่องที่อยู่มานานนับร้อยปี ขนาดแม้แต่แม่เฒ่าจวงที่อายุเกือบหกสิบยังได้ยินจากเหล่าบรรพบุรุษเล่าให้ฟัง ถ้าหากเจ้าหนูสองตัวนี่คือลูกของมัน เห็นทีว่าพวกตนคงได้กลายเป็นอาหารของมันเป็นแน่ หญิงสาวก้าวถอยห่างอย่างช้าๆ สีหน้าของนางยังคงสงบนิ่งเพราะเสียงพูดคุยของเจ้าก้อนขนทำให้นางรู้สึกสนใจ “ท่านแม่หายไปหลายวันแล้ว เหตุใดไม่ยอมกลับมาสักที บัดนี้มีเจ้ามนุษย์ตัวจ้อยบุกรุกบ้านของเรา” “ใช่ๆ!! มันต้องการเอาตัวพวกเราไปขายแน่ๆ” หมายความว่าอย่างไรแม่ของเจ้าหนูพวกนี้ไม่ได้กลับมาที่นี่นานแล้วอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นหมายความว่าตอนนี้พวกตนยังคงปลอดภัยอยู่ใช่หรือไม่ หลี่อันหนิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางเดินกลับไปหาหลี่ซางเป่าที่นั่งรออยู่ที่มุมหนึ่งของโถงถ้ำ เลิกสนใจเจ้าก่อนขนที่มองมายังนางด้วยท่าทีระแวดระวัง อย่างน้อยขอนอนพักที่นี่สักคืนแล้วค่อยกลับออกไปก็ยังดี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD