กลางดึก ในระหว่างที่พี่น้องกำลังหลับสนิท เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังก้องสะท้านขึ้นที่ด้านนอกถ้ำ หลี่อันหนิงและหลี่ซางเป่าสะดุ้งรู้สึกตัวขึ้นพร้อมกัน
เด็กสาวมิได้เล่าเรื่องที่ตนได้ยินเจ้าก้อนขนสีดำพูดคุยกันให้น้องสาวฟัง ไม่คิดว่าแม่ของมันจะกลับมาในคืนนี้ ในระหว่างที่หลี่อันหนิงกำลังคิดหาทางหนี เสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดของเจ้าสัตว์ร้ายด้านนอกดังขึ้นแผ่วเบา
ในหัวของนางได้ยินเสียงของมันรำพึงถึงลูกน้อยทั้งสอง เด็กสาวมองไปยังฝั่งตรงข้ามของบ่อน้ำร้อน ก่อนตัดสินใจเดินออกไปดู
ในความมืดสลัวราง หลี่ซางเป่าจับแขนเสื้อของพี่สาวเอาไว้มั่น
“พี่ใหญ่ไปไหนหรือ”
“ซางเป่ารอพี่อยู่ที่นี่ได้หรือไม่ ไม่นานพี่จะกลับมา”
เด็กน้อยส่ายหน้าปฏิเสธแสดงท่าทีหวาดกลัว นางเห็นน้องน้อยแสดงท่าทางเช่นนั้นออกมา ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“ได้ๆ เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถิด”
หญิงสาวจับมือของน้องสาวเดินออกมาทางปากถ้ำ ที่ยังคงได้ยินเสียงร้องครางของสัตว์บาดเจ็บชัดเจน เมื่อไปถึงบริเวณปากถ้ำที่นั่นมีคบเพลิงมากมายถูกจุดโดยมนุษย์
ดวงตาดำสนิทของเจ้าสัตว์ร้ายจ้องมองมายังนางและน้องสาวที่ซ่อนตัวอยู่ เจ้าก้อนขนทั้งสองที่ไม่รู้ว่าตามมาตั้งแต่เมื่อใด เมื่อเห็นมารดาที่กำลังถูกจัดการโดยคนนับร้อย มันจึงคิดกระโจนออกไป
ทว่าหลี่อันหนิงที่ตาไวเห็นเข้าเสียก่อน รีบตะครุบพวกมันเอาไว้ในอ้อมแขน โชคยังดีที่ตอนนี้เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ทำให้เสียงร้องเล็กๆ ของพวกมันถูกกลบไป
หลี่อันหนิงได้ยินเสียงของเจ้าสัตว์ร้ายสีดำพูดขึ้นในหัวของตน
“เจ้าเด็กน้อยผู้ได้รับการเกื้อหนุนจากบรรพบุรุษ ข้าขอฝากเจ้าดูแลบุตรทั้งสองของข้าด้วย ชาตินี้ไร้วาสนามิอาจตอบแทน หากชาติหน้ามีจริงข้าจักขอเกิดเป็นทาสรับใช้ของเจ้าสืบไป”
นั่นคือเสียงสุดท้ายที่หลี่อันหนิงได้ยินจากแม่ของเจ้าก้อนขนทั้งสอง ก่อนร่างของมันจะถูกชำแหละโดยพรานมือฉมังหลายคน
หลี่อันหนิงมิอาจทนมองภาพตรงหน้าได้ มันทำให้นางนึกถึงมารดาที่ต้องตายจากไปอย่างโดดเดี่ยวบนภูเขาอันเวิ้งว้าง หญิงสาวอุ้มเจ้าตัวน้อยทั้งสองกลับเข้ามาภายในถ้ำเพื่อหลีกหนีภาพตรงหน้า
ทว่าระหว่างที่กำลังหันกลับ ในหัวของนางก็ได้ยินความคิดของใครบางคนปะปนมาด้วย
“นี่คงเป็นจุดจบของข้าแล้ว เจ้าคนขายชาติ!! ข้าขอสาปแช่งให้เจ้าไม่ตายดี เป็นถึงเชื้อพระวงศ์แต่กลับสมคบคิดกับแคว้นศัตรูเพื่อขยายอำนาจของตน”
ทันทีที่หลี่อันหนิงได้ยิน นางจึงรีบหันไปมองยังต้นตอของเสียงทว่าเมื่อหันไปกลับเห็นชายอายุราวสี่สิบในชุดดำ ถูกดาบตรึงร่างอยู่กับต้นไม้ใหญ่
สายตาของทั้งสองสบกันอย่างบังเอิญ หลี่อันหนิงรีบตะครุบปากของตนมิให้ส่งเสียงกรีดร้องออกมา ชายผู้นั้นเองก็เหมือนจะเห็นนางแล้วเช่นกัน เขาส่ายหน้าปฏิเสธมิให้เด็กน้อยทำสิ่งใดเพื่อตนก่อนจะปิดตาลง อย่างยอมรับชะตากรรม
แม้จะรู้สึกผิดแต่เด็กน้อยเช่นนางจะช่วยอันใดเขาได้ หลี่อันหนิงรีบพาน้องสาวและลูกเสือดำกลับเข้าไปในถ้ำทันที
นี่มิใช่การล่าสัตว์เท่านั้น แต่ยังมีการฆาตกรรมมนุษย์ด้วยกันอีก เชื้อพระวงศ์หรือ เขาเป็นบุตรชายของฮ่องเต้ใช่หรือไม่ หรือเป็นเพียงพระญาติเท่านั้น
เรื่องในวันนี้ช่างซับซ้อนและน่ากลัวเกินไปแล้ว
หลี่ซางเป่าผู้ที่เป็นหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ ส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น แม้ว่านางจะไม่ได้ยินเสียงความคิดดั่งเช่นหลี่อันหนิง ทว่าความรู้สึกอ่อนไหวของนางกลับสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน เมื่อเจ้าตัวน้อยทั้งสองส่งเสียงร้องหลังจากที่เห็นมารดาถูกสังหาร
“ไม่เป็นไร พวกเราจะปลอดภัยเมื่ออยู่ที่นี่”
หลี่อันหนิงกอดน้องสาวและลูกเสือดำสองตัวเอาไว้ในอ้อมแขน มือของนางลูบไล้พวกเขาแผ่วเบาเพื่อเป็นการปลอบโยน
ภายในใจของนางเกิดความว้าวุ่นอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อได้ยินเสียงของเจ้าตัวน้อยที่ร้องเรียกหามารดาในหัว ยังมีเสียงของชายผู้นั้นที่ยังคงดังก้องติดตรึงอยู่ภายในใจของนาง
หญิงสาวโยกกายไปมาพลางร้องเพลงกล่อมเด็กที่มารดาเคยร้องให้ตนฟังเพื่อปลอบประโลมพวกเขา รวมถึงตัวของนางที่ยามนี้รู้สึกหวาดกลัวจนจับหัวใจ
เช้าตรู่วันต่อมา
หลี่อันหนิงปล่อยให้น้องสาวและเจ้าก้อนขนทั้งสองนอนต่อไป ส่วนตนเองออกมาเดินสำรวจด้านนอกถ้ำ พบว่าที่ตรงนั้นไร้สิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากรอยเท้าและร่องรอยของเลือด
เด็กสาวมองไปยังต้นไม้ที่ตนเห็นชายผู้นั้นถูกเสียบปักติดเอาไว้นางก้มลงสัมผัสเลือดเหล่านั้น บัดดลภาพเหตุการณ์มากมายตลอดชีวิตนับร้อยปีของเจ้าเสือดำตัวเมียก็ปรากฏขึ้นภายในหัว
เพราะต้องแบกรับข้อมูลมากเกินไป เลือดกำเดาของเด็กสาวจึงไหลทะลักออกมา
“นี่มันคือสิ่งใดกันแน่”
หลี่อันหนิงผู้ยังไม่รู้ว่าความสามารถของตนคือการได้ยินเสียงความคิดของผู้อื่นและเมื่อนางสัมผัสเลือดของคนผู้นั้นก็จะสามารถมองเห็นประสบการณ์ทั้งชีวิตของเขา
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกินความเข้าใจของสามัญสำนึกของนาง
หลังจากที่คลายจากอาการตกใจ นางจึงเดินไปยังต้นไม้ที่ชายผู้นั้นเคยถูกตรึงร่างเอาไว้ด้วยดาบ
เลือดแห้งกรังของเขายังคงเปรอะเปื้อนไปทั้งลำต้น หลี่อันหนิงสัมผัสมันแผ่วเบาและในครานั้นเองนางก็ได้สัมผัสทุกอย่างที่ชายผู้นั้นประสบมาทั้งชีวิต
เด็กน้อยหอบหายใจถี่รัว เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนใบหน้าซีดเผือดของนาง เลือดกำเดาที่หยุดไหลก่อนหน้านี้กลับทะลักออกมาอีกครั้ง ภาพที่เห็นในหัวช่างน่าหวาดหวั่นเหลือเกิน
ชายผู้นี้เป็นทหาร ชีวิตของเขาครึ่งชีวิตอยู่บนหลังม้าในสนามรบ นางเห็นเขาสังหารศัตรูฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่หวั่นเกรง ใช้ทั้งชีวิตเพื่ออุทิศให้แก่ประชาชนชาวต้าเหลียง
ทว่าจุดจบสุดท้ายของชีวิตกลับเป็นในภูเขาอันโดดเดี่ยวแห่งนี้ มิใช่ในสนามรบอันทรงเกียรติอย่างเช่นทหารผู้อื่น
“ท่าน...ข้าน้อยขอขอบคุณที่ท่านแม่ทัพทำเพื่อพวกเราประชาชนชาวต้าเหลียง ถ้าหากวันหน้ามีโอกาส ข้าจะแก้แค้นและคืนความเป็นธรรมให้แก่ท่านอย่างแน่นอน”
หลี่อันหนิงคุกเข่าคำนับสามครั้งต่อหน้าเลือดของชายวัยกลางคนที่ถูกสังหารอย่างอยุติธรรม ก่อนจะทรุดกายลงอย่างหมดแรงเพราะเสียเลือดมากเกินไป
หลี่ซางเป่าที่พึ่งตื่นขึ้น เมื่อไม่เห็นพี่สาวนางจึงรีบวิ่งออกมาด้านนอกเพื่อตามหา ทันทีที่เห็นหลี่อันหนิงล้มตะแคงนางก็รีบเข้าไปประคองทันที
“พี่โง่ ท่านเป็นอันใดไปอีกแล้วเล่า”
หลี่อันหนิงที่ได้สติกลับมารีบเช็ดเลือดกำเดาของตน จากนั้นจึงรีบลุกขึ้นราวกับมิได้เกิดสิ่งใดขึ้น
“พะ..พี่ไม่เป็นอะไร น้องหิวหรือไม่เราคงต้องหาอะไรให้เจ้าตัวน้อยทั้งสองทานด้วยแล้วล่ะ”
หลี่อันหนิงพยายามพูดกลบเกลื่อนคำถามของน้องสาว พลันเสียงเดินจากด้านหลังทำให้สองพี่น้องรีบหันกลับไปมอง
“อยู่ที่นี่เองหรือ ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ เมื่อวานข้าออกตามหาพวกเจ้าพี่น้องบนเขาจนกระทั่งดึกดื่นถึงได้กลับลงไป แล้วที่นี่มันเกิดอันใดขึ้นถึงได้มีรอยเลือดมากมายเช่นนี้”
จวงอี้ซิงผู้ที่ได้รับการไหว้วานจากแม่เฒ่าจวงให้ขึ้นมาตามหาสองพี่น้องหลี่ ชายหนุ่มมองร่องรอยของเลือดที่พื้นดินด้วยสีหน้าตกตะลึง
หลี่อันหนิงไม่รู้ควรเอ่ยเรื่องใดก่อนดี แต่คิดว่าไม่ควรพูดเรื่องที่ได้เห็นเมื่อคืนออกไปจะดีกว่า เพราะนอกจากนายพรานที่นางเห็นดูเหมือนจะมีพวกคนแต่งตัวราวกับขุนนางจากราชสำนักปะปนอยู่ด้วย
อันตรายเกินไปหากต้องดึงคนธรรมดาเข้ามาพัวพัน
“ข้าและน้องสาวนอนบนต้นไม้ห่างจากที่นี่ไกลพอสมควร ท่านหาไม่เจอก็ไม่แปลก ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ ข้าเองก็ไม่รู้”
หลี่ซางเป่ากระตุกดึงแขนเสื้อพี่สาวเบาๆ
“ท่านโกหกพี่อี้ซิงทำไม”
หลี่อันหนิงส่ายหน้า ก่อนดึงมือน้องสาวตามจวงอี้ซิงลงเขาไป เมื่อมีโอกาสได้อยู่ตามลำพังเด็กสาวจึงได้บอกเหตุผลของตนแก่นาง
“ที่พี่ต้องโกหกพี่อี้ซิงเพราะลูกเสือสองตัวที่อยู่ในถ้ำ เราจะให้ใครรู้เรื่องของพวกมันไม่ได้เด็ดขาด น้องอยากให้มีคนจับพวกมันไปขายหรือ”
ซางเป่าน้อยส่ายหน้า
หลังจากที่ได้เห็นแม่ของมันถูกสังหาร นางก็รู้ว่าแล้วว่าเจ้าก้อนขนทั้งสองกลายเป็นกำพร้าไม่ต่างจากพวกตน ดังนั้นจากนี้ไปนางจะดูแลพวกมันเอง
“เช่นนั้นเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับระหว่างเราดีหรือไม่”
“ได้ความลับของเรา”
หลี่ซางเป่ายืนนิ้วก้อยให้พี่สาว เพื่อสัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไป