“ท่านคงยังไม่เคยพบเขา นี่คือพานจื่อหยวนน้องรองของข้า จื่อหยวนนี่คือท่านขุนนางที่พี่มีวาสนาได้พบเมื่อหลายปีก่อน” “ข้าน้อยพานจื่อหยวนขอคารวะท่านขุนนางขอรับ” เด็กชายค้อมกายคารวะให้ชายหนุ่มตรงหน้า ทว่าท่าทางของเขามิได้เหมือนเด็กขอทานไร้การศึกษาแม้สักนิด ช่างน่าสงสัยนัก “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าให้เรียกข้าว่าพี่เสวียนจื่อ” ชายหนุ่มพยักหน้าให้เด็กชาย พลางหันไปเอ่ยกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล “ตอนนั้นก็ตอนนั้น ตอนนี้ข้าเองก็เติบใหญ่มิอาจเอ่ยเรียกผู้อื่นอย่างสนิทสนมได้ตามใจ เกิดฮูหยินของท่านอยู่ที่นี่ด้วยลางทีนางอาจพุ่งเข้ามาแหกอกข้าเพราะไม่พอใจ ข้ายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ” เมื่อชายหนุ่มได้ยินคำพูดเข้าใจผิดของหญิงสาวตรงหน้า ก็รีบเอ่ยแก้ต่างให้ตนทันที “เจ้านี่! พูดเรื่องเหลวไหลอันใด ข้ายังมิเคยแต่งงาน แม้แต่คู่หมายก็ไม่มี” “จริงหรือ เป็นไปได้อย่างไร ท่านออกจะรูปงามปานนี้ เป็นถึงขุนนางที่คอยรับใช้ฮ

