หนี่ม่านม่านผู้ที่พึ่งมาถึง ทันทีที่เห็นน้องสามีออกฤทธิ์ออกเดช นางจึงรีบไปผสมโรง
“น้องสามีข้ามาช่วยเจ้าแล้ว”
เมื่อได้ยินหลี่เจียนเจียนเอ่ยวาจาจะฉีกปากของสตรีตรงหน้า หนี่ม่านม่านก็พุ่งเข้าใส่สองพี่น้องทันที อันจื่อชีผู้ที่ยืนขวางพี่สาวทำให้บัดนี้ถูกสตรีทั้งสองทุบตีอย่างไร้ปรานี เพราะตั้งแต่เด็กถูกสอนมาว่าห้ามทำร้ายสตรี จึงทำได้เพียงปัดป้องเท่านั้น
“ข้าจะตีเจ้าให้ตาย พี่สะใภ้รองท่านจับเจ้าเด็กนี่เอาไว้ข้าจะจัดการกับพี่สาวของมัน”
หลี่เจียนเจียนพุ่งเข้าหาอันฮุ่ยหลิงอย่างไม่คิดชีวิต หญิงสาวนึกไม่ถึงเลยว่าสตรีตรงหน้าจะป่าเถื่อนได้ถึงเพียงนี้ ทว่าบัดนี้นางทำได้เพียงก้าวถอยหลังและคอยหลบเลี่ยงเพื่อมิให้ตนถูกทำร้าย
แต่แรงแค้นของหลี่เจียนเจียนทำให้นางทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดเพื่อจับตัวหญิงสาวตรงหน้า เมื่อด้านหลังเป็นทางลาดที่ถ้าตกลงไปต้องได้รับบาดเจ็บแน่ บัดนี้อันฮุ่ยหลิงหมดหนทางที่จะถอยหนีได้อีก
หลี่เจียนเจียนเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างย่ามใจ
“ข้าจะหักขาหักแขนของเจ้าสักสองสามท่อนเพื่อเป็นการสั่งสอน”
หญิงสาวเอ่ยวาจาข่มขู่ด้วยสีหน้าอำมหิต อันจื่อชีดวงตาแดงก่ำเมื่อเห็นพี่สาวถูกผู้อื่นรังแก ทว่ากลับไม่สามารถช่วยเหลือนางได้
“พี่ใหญ่!!”
หลี่เจียนเจียนพุ่งเข้าใส่ร่างของอันฮุ่ยหลิงหวังให้นางถูกผลักลงไปในทางลาดให้ได้รับบาดเจ็บ ทว่าตนเองกลับสะดุดเข้ากับบางสิ่งทำให้นางเองก็เสียหลักไม่ต่างกัน
สองร่างกำลังพุ่งลงไปยังเบื้องล่างที่เป็นดินดอนขรุขระ แต่อันฮุ่ยหลิงถูกดึงเอาไว้ทำให้มีเพียงหลี่เจียนเจียนตกลงไปด้านล่างเพียงคนเดียว
“กรี๊ด!!พี่สะใภ้รองช่วยข้าด้วย”
“เจียนเอ๋อ!!”
ร่างของหลี่เจียนเจียนกลิ้งหลุนๆ ลงไปอย่างไม่เป็นท่า
หนี่ม่านม่านที่เห็นน้องสามีเสียท่า นางจึงสะบัดมือจากอันจื่อชีพุ่งเข้าใส่อันฮุ่ยหลิงหวังให้นางตกลงไปด้านล่างตามน้องสามีของตน ทว่าหลี่อันหนิงผู้ที่ไม่มีใครสนใจเตะตัดขานางทำให้หนี่ม่านม่านพุ่งตามหลี่เจียนเจียนไปอีกคน
“ฟู่!! นึกว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว ท่านไม่เป็นอะไรนะพี่สาว บาดเจ็บหรือไม่”
สองพี่น้องตระกูลอันที่พึ่งคลายจากอาการตกตะลึงเพราะเสียงเอ่ยทักทายของเด็กสาวหน้าตางดงามตรงหน้า แต่กลับเก่งกาจจนสามารถจัดการสตรีทั้งสองได้อย่างง่ายดาย
“ขะ..ขอบคุณ แล้ว..เจ้าเป็นใครหรือ”
“ข้าคือคนที่อาศัยอยู่ที่เรือนหลังนี้ และเป็นคนที่สองคนนั้นไม่ชอบหน้า”
อันฮุ่ยหลิงเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าเสียงสั่น นางยังรู้สึกว่าหัวใจของตนยังเต้นกระหน่ำไม่ยอมสงบ ถ้าหากเป็นตนเองที่ตกลงไปแทนที่จะเป็นคนพวกนั้น ไม่อยากจะนึกภาพเลย
หญิงสาวลูบไปที่หน้าท้องของตนแผ่วเบาอย่างหวงแหน ในใจยังนึกขอบคุณเด็กสาวผู้นี้อีกหลายครั้ง
“จะไม่เป็นไรหรือ ดูท่าทางพวกนางคงจะเจ็บหนักน่าดู”
คนทั้งสามชะโงกหน้าลงไปมองสองสตรีบ้านหลี่ที่กำลังร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด สภาพของพวกนางเวลานี้ไม่ต่างจากขอทานที่ชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นร่างกายเต็มไปด้วยเศษดินเศษหญ้า หลี่อันหนิงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“แล้วอย่างไร พวกนางทำอันใดข้าได้หรือ”
อันฮุ่ยหลิงไม่คิดว่าเด็กสาวที่อายุไม่น่าจะเกินสิบสี่สิบห้าตรงหน้า จะมีท่าทีไม่แยแสต่อสิ่งที่ตนกระทำ หากเป็นในยามปกติต้องแสดงสีหน้าวิตกกังวลอย่างที่ตนเป็นอยู่มิใช่หรือ
หลี่อันหนิงได้ยินเสียงความคิดหญิงสาวตรงหน้าที่กังขาต่อการแสดงออกของตน นางได้แต่คิดในใจว่าภาพผู้คนถูกสังหารมากมายในสนามรบนางก็เคยเห็นมาแล้ว เพียงแค่นี้นับว่าเป็นอันใด
“น้องสาว ข้าขอถามชื่อของเจ้าได้หรือไม่”
“ข้าชื่อ...อ๊ะ!!ท่านย่าท่านมาแล้ว”
หลี่อันหนิงยังไม่ทันได้ตอบ แม่เฒ่าจวงและจวงอี้ซิงรวมถึงชาวบ้านอีกหลายคนที่อยู่ในเรือนหัวหน้าหมู่บ้านวิ่งตรงมาที่พวกนางอย่างเร่งร้อน
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่”
“ท่านย่าพี่สาวและพี่ชายถูกคนลอบทำร้ายเจ้าค่ะ พวกมันอยู่ข้างล่างนั่น ข้าคิดว่าอาจเป็นพวกเดียวกันที่เคยทำร้ายพี่ไช่ไช่คราวก่อน”
หลี่อันหนิงโกหกตาใส ท่าทางตื่นตูมของนางต่างจากท่าทีสงบนิ่งก่อนหน้านี้ลิบลับ ทำเอาสองพี่น้องมองหน้ากันด้วยความงุนงง
“เหล่าชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านมู่โถวของเรา รีบไปจับตัวพวกมันเร็วเข้า อย่าได้ปล่อยให้คนร้ายหนีไปได้ จับพวกมันส่งทางการซะ”
หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยอย่างเดือดดาล ที่คนเหล่านั้นทำลายวันดีดีของบุตรสาวและว่าที่ลูกเขยของตน
หลี่อันหนิงรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังมองมายังตนจึงได้หันกลับไปมอง เป็นจวงอี้ซิงและหลี่ซางเป่านั่นเองที่กำลังจ้องนางตาเขม็ง ราวกับกำลังตำหนิทางสายตาว่าเจ้าก่อเรื่องอีกแล้วใช่หรือไม่
เด็กสาวแลบลิ้นให้คนทั้งสองอย่างทะเล้น หลี่อันหนิงมองกลับไปด้วยดวงตาใสซื่อ
“ข้าทำอันใดข้ามิได้ทำอันใดเลย”
แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่เชื่อ
“พวกเจ้าสองคนเป็นใครหรือ”
แม่เฒ่าจวงหันมาถามสองพี่น้องตระกูลอันที่หลี่อันหนิงบอกว่าถูกทำร้าย อันฮุ่ยหลิงเมื่อถูกถามนางจึงยอบกายอย่างอ่อนช้อยให้หญิงชรา
“ข้าขอคารวะเจ้าค่ะ เราสองคนมาจากหมู่บ้านตระกูลหลิว มาที่นี่เพื่อต้องการซื้อมันเทศจากท่านย่าจวง แต่ได้ยินว่าท่านกำลังยุ่งอยู่ เราจึงคิดมารอที่หน้าเรือนของท่าน จากนั้นก็เกิดเรื่องขึ้น”
“แล้วอันหนิงเกี่ยวอันใดด้วย”
แม่เฒ่าจวงถามพวกเขาด้วยสีหน้าคลางแคลง
“เป่าเอ๋อบอกข้าว่าที่เรือนเรามีคนร้าย ข้าจึงได้รีบกลับมาดู จึงทันได้เห็นคนเหล่านั้นทำร้ายพี่สาวและพี่ชาย”
“ท่านย่าพวกเขาคิดเข้ามาขโมยของบ้านเราหรือไม่ ท่านก็รู้ว่าช่วงนี้ฝนไม่ตก บางที...”
การที่นางเอ่ยชักนำเช่นนั้นออกมา ทำให้เหล่าชาวบ้านมู่โถวคิดเป็นจริงเป็นจัง เพราะอีกไม่นานก็เข้าสู่ฤดูเหมันต์อีกครั้ง ทว่าปีนี้กลับมิได้เสบียงอาหารเพิ่มแม้สักนิด
“บัดซบ ช่างกล้าหาญยิ่งนัก ถึงกลับกล้าบุกปล้นกลางวันแสกๆ จับพวกมันส่งทางการเร็วเข้า”
ชาวบ้านหลายคนต่างชี้ไม่ชี้มือไปยังร่างอ่อนเปลี้ยที่กำลังส่งเสียอืออาฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะอาการบาดเจ็บ
หลังจากหลี่เจียนเจียนและหนี่ม่านม่านถูกพาตัวส่งทางการ ชาวบ้านหมู่บ้านมู่โถวต่างก็แยกย้ายกันไป
“ในเมื่อคนร้ายก็ถูกจับได้แล้ว ข้าเองก็ต้องขอบคุณพวกเจ้า ถ้าไม่ได้เจ้าสองคนพี่น้องบ้านเราอาจถูกปล้นไม่เหลือสิ่งใดแล้ว เช่นนั้นข้าขอเชิญพวกเจ้าเข้าไปดื่มชาด้านในเรือนเถิด”
อันฮุ่ยหลิงเหล่มองไปยังหลี่อันหนิง นางไม่รู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
ตัวนางเองรู้แก่ใจดีว่าสองคนนั้นมาหาเรื่องตน แต่เหตุใดบัดนี้ถึงได้กลายเป็นโจรปล้นบ้านไปได้ ไม่คิดว่าคำพูดเพียงไม่กี่คำของเด็กสาวตรงหน้า จะสามารถทำให้ชาวบ้านคล้อยตามได้อย่างง่ายดาย
“เราสองคนมิได้ทำสิ่งใดเลยเจ้าค่ะ ไม่อาจรับคำชมจากท่านได้”
อันฮุ่ยหลิงรู้สึกละอายใจยิ่งนัก ความจริงเรื่องทั้งหมดสาเหตุมาจากตนเอง หลี่อันหนิงที่ได้ยินความคิดของนางก็รีบเข้าไปจับมือหญิงสาวพาเดินเข้าเรือน
“พี่สาวท่านไม่ต้องเกรงใจ ที่ท่านมาที่นี่จุดประสงค์ก็เพราะมันเทศมิใช่หรือ น้องน้อยที่อยู่ในท้องของท่านเองก็ต้องการสารอาหารนะ”
ทุกคนต่างตกใจกับคำพูดของเด็กสาว
“เจ้ากำลังท้องอยู่หรือ เหตุใดเอาตนเองไปเสี่ยงเช่นนั้น ถ้าเกิดอันใดขึ้นกับเจ้าและลูก ข้าจะมีหน้าไปพบกับครอบครัวของเจ้าได้อย่างไร”
“ข้า....”
อัยฮุ่ยหลิงพูดไม่ออกเพราะฝีปากของนางสู้เด็กคนนี้มิได้เลย
แม่เฒ่าจวงที่ได้รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังตั้งครรภ์ นางเองก็รีบเข้ามาจับมือของอันฮุ่ยหลิงเอาไว้เช่นกัน หญิงชรามองไปยังหญิงสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าซาบซึ้ง
“มาเถอะ เจ้าต้องการมันเทศเท่าใดสามารถเอาไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องเกรงใจข้า อาซิงพาพ่อหนุ่มผู้นั้นไปยังห้องเก็บมันเทศของเราเร็วเข้า”
แม่เฒ่าจวงผู้ใจใหญ่สั่งหลานชายคนดียกตะกร้าใส่มันเทศขึ้นเกวียนตระกูลอันถึงสิบตะกร้า นางเองก็เป็นคนตรงไปตรงมาไม่ต่างจากอันฮุ่ยหลิง เมื่อมีคนที่ดีกับตนนางก็จะดีตอบกลับหลายเท่า
ทว่าอันฮุ่ยหลิงกลับรู้สึกละอายในใจ
ผ่านไปสักพักเมื่อพี่น้องบ้านอันต้องกลับไปยังหมู่บ้านตระกูลหลิว หลี่อันหนิงจึงอาสาเดินมาส่งนางที่หน้าเรือน
“มันเทศเหล่านี้ข้ารับเอาไว้ได้จริงหรือ ข้าเพียงต้องการเล็กน้อยเท่านั้นเพราะแพ้ท้องจึงอยากทาน”
หญิงสาวชี้ไปยังตะกร้ามันเทศที่วางแน่นขนัดอยู่บนเกวียน
“ท่านรับเอาไว้เถิดเจ้าค่ะ อย่างไรท่านก็มีส่วนช่วยให้ข้าจัดการคนที่ข้าไม่ชอบหน้า อีกอย่างลูกในท้องของท่านยังต้องการการบำรุง เพื่อให้เขาเกิดมาได้อย่างปลอดภัยท่านเองก็ต้องทานให้มากๆ นะ”
หลี่อันหนิงจับมือของอันฮุ่ยหลิง จากนั้นจึงเอ่ยกับนางด้วยสีหน้าจริงจัง
“พี่สาวสองสามปีต่อจากนี้แคว้นต้าเหลียงจะไร้สายฝน พวกท่านต้องรีบเตรียมตัวเอาไวตั้งแต่ตอนนี้ ที่ข้าเตือนเพราะเห็นว่าท่านเป็นคนดี ท่านสามารถบอกเรื่องนี้กับคนในหมู่บ้านของท่านได้ คนที่เชื่อก็ดีไปส่วนคนที่ไม่เชื่อท่านก็ไม่จำเป็นต้องบังคับ เอาตนเองให้รอดก็พอ”
อันฮุ่ยหลิงรู้สึกตกใจกับคำพูดของเด็กสาวตรงหน้า แม้ฤดูเพาะปลูกครั้งนี้จะผ่านไปโดยไร้สายฝน แต่ไม่ได้หมายความว่าปีหน้าฝนจะไม่ตกนี่นา แม้หญิงสาวจะรู้สึกกังขาในใจ ทว่านางมองไม่เห็นแววมุ่งร้ายในดวงตาของเด็กน้อยเลย หรือว่าจะเป็นเรื่องจริง
“ขอบใจนะอันหนิง ข้าเชื่อเจ้า”
หญิงสาวแตะที่แก้มของหลี่อันหนิงแผ่วเบา ก่อนบอกลานางเพื่อกลับไปยังหมู่บ้านของตน