คนไข้กับเคสที่ไม่ธรรมดา 1

918 Words
“....ปิ่น” “หือ~~~...” “ปิ่น!..” “อือ~~~” “ถ้าแกยังไม่ตื่นนะ...ฉันจะลักหลับแกตรงนี้เลย...อ่า..ซี๊ดด..เจ็บฉิบ!” เสียงเข้มห้าวทุ้มหู ฟังดูคุ้นเคยพูดขึ้นอีกครั้ง จนทำให้ร่างบางในชุดกาวน์ที่กำลังนั่งหลับฟุบอยู่กับโต๊ะ ในห้องทำงานสำหรับหมอเวรในโรงพยาบาล ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมามองหน้าเจ้าของเสียง “ปิ่น...แกช่วยตื่นขึ้นมาทำแผลให้ฉันทีดิวะ...หลับซะนึกว่าซ้อมตาย!” ใบหน้าหล่อเหลาแต่ยียวนที่มาพร้อมกับคำพูดเชิงกวนกับปิ่นปักทุกครั้งที่ได้เจอกัน แล้วแต่ละครั้งของมันก็ต้องพาร่างใหญ่ ๆ มาให้เธอช่วยทำแผลให้ทุกทีรวมไปถึงครั้งนี้ด้วย ไอ้เพื่อนเฮงซวย! “แกไปโดนอะไรมาอีกละ..” ปิ่นปักถามด้วยน้ำเสียงติดจะงัวเงีย พลางมองตามมือหนาที่กดทับบาดแผลนอกร่มผ้า บนต้นแขนของตัวเองเอาไว้ “ถูกยิงแค่เฉียด ๆ..แต่ไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก.” นอกจากเลือดที่ทะลักออกมาจนชุ่มผ้าขนหนู ที่โปะบาดแผลเอาไว้นั่นยังไม่พอ มันยังไหลผ่านตามร่องนิ้วของคนร่างหนา แล้วยังมาปากแข็งบอกกับเธอว่า ไม่เจ็บเท่าไหร่นั่นอีกด้วย ปิ่นปักเดินไปหยิบกระเป๋าร่วมยาในตู้ และเปิดเอาของที่อยู่ในนั้นออกมากองรวมกันไว้บนโต๊ะ จากนั้นจึงจับมือหนาของจอมทัพออกมาจากบาดแผล แล้วจึงค่อย ๆ แก้ผ้าที่พันแขนไว้หลวม ๆ นั่นออกให้ ก่อนจะโวยวายเมื่อได้เห็นแผลของมันเข้าเต็มสองตา “เฮ้ยไอ้จอม! ..แค่เฉียด ๆ อะไรของแกวะ เลือดถึงได้ออกมากขนาดนี้ ” “มันคงถูกเส้นเลือดใหญ่เข้าละมั้ง แกเป็นหมอก็น่าจะรู้ไม่ใช่?..ถามเพื่อ..? “กวนตีน!..” หญิงสาวว่า ก่อนจะลงน้ำหนักมือที่กำลังใช้สำลีชุบแอลกอฮอร์ เช็ดรอบบาดแผลของมันให้หนัก อย่างรู้สึกหมั่นไส้ “โอ๊ย! ซี๊ด..ไอ้บ้าปิ่น..ฉันเจ็บนะเว้ยเฮ้ย..” “ไหนว่าไม่เจ็บไง...ใจเสาะนี่หว่า” “.....” “แล้วทำไมแกถึงไม่ไปหาพยาบาล ที่ห้องฉุกเฉินก่อนวะฮะ” ปิ่นปักพูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นว่า อีกคนเงียบเสียงของตัวเองลงไป นั่นอาจเป็นเพราะเขากำลังข่มความเจ็บเอาไว้ เพื่อไม่ให้อีกคนหนึ่งรู้ รึเปล่า? “อยากเห็นหน้าหมอก่อนไม่ได้รึไงวะ?” “......” ประโยคบอกเล่ากึ่งคำถาม ทำให้หมอสาวต้องเป็นฝ่ายเงียบเสียงของตัวเองลงแทน “นี่ฉันไปหาแกที่ห้องมาแล้วนะ แต่เห็นห้องล็อคก็เลยคิดว่าแกน่าจะอยู่ที่นี่ พอดีโทรศัพท์ของฉันดันแบตหมด ก็เลยไม่ได้โทรหาแกก่อน” “อยากเห็นหน้าฉันเพื่อต้องการจะสั่งลางั้นสิ?” เธอแซะกลับ ก่อนจะเลื่อนนัยน์ตาคู่สวย ขึ้นไปมองสบตากับเขาก่อนนิดหน่อย แล้วจึงค่อยลดระดับสายตาลงมาที่เดิม นั่นทำให้อีกฝ่ายต้องเสสายตาไปมองข้างฝาแทน “มันไม่ถึงตายหรอกน่า.แผลแค่นี้เอง..” เขาชักสายตากลับมาตอบคนตรงหน้า ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจไปทั่วบริเวณรอบ ๆ ห้อง อย่างคนช่างสังเกตุ พลางหลุบตาลงมองคนตรงหน้าอีกที “ปิ่น..” “ฮึ...ว่า..” ปิ่นปักขานรับ โดยที่ไม่ได้มองหน้าเจ้าของเสียง เพียงเพราะมือของหญิงสาว กำลังง่วนอยู่กับการทำแผลให้เขานั่นแหละ “ในห้องพักหมอนี่ ไม่มีกล้องใช่มั๊ย?” “เออ...” ปิ่นปักตอบ ในขณะเดียวกันก็ตวัดสายตา ขึ้นมามองหน้าจอมทัพทันที ที่ได้ยินประโยคคำถามนี้จากเจ้าตัว “ได้มั๊ยวะ!?” !!! ได้อะไรวะ? ก็อย่างที่รู้ ๆ กับความหมายในประโยคคำถามของอีกคน... เพราะทั้งคู่รู้จักกันมานานตั้งแต่จำความได้ และเรียนด้วยกันตั้งแต่อนุบาลยันมัธยมปลาย มาแยกย้ายไปกันคนละทาง ในระหว่างที่ทั้งสองต้องเข้ามหา’ลัย ปิ่นปักสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ได้ตามที่ตัวเองคาดหวัง สมดั่งใจของผู้ให้กำเนิด เพราะท่านเป็นแพทย์เช่นเดียวกันทั้งสองคน ส่วนจอมทัพได้เข้าโรงเรียนนายร้อยทันที หลังจากที่เขาจบมัธยมปลาย เนื่องจากบิดาซึ่งเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ถูกผู้ร้ายยิงตาย ในขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ คุณงามความดีนี้ จึงตกทอดมาสู่ลูกชายคนโต ถึงแม้จอมทัพ จะได้รับการฝึกเป็นนายร้อยตำรวจทางลัด แต่ความสามารถของเขา ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านักเรียนนายร้อยที่ถูกฝึกมาหนักกว่าเลย เพราะเจ้าตัวตั้งใจอยากจะเป็นตำรวจ เหมือนกับพ่อมาตั้งแต่วัยเยาว์ เขาฟิตร่างกาย ฝึกวิ่ง ฝึกว่ายน้ำ ฝึกการต่อสู้ ร่วมไปถึงฝึกการใช้อาวุธและเข้าสนามยิงปืนกับพ่อมาตั้งแต่เด็ก เรื่องบู๊ล้างผลาญถึงต้องยกให้มันนั่นแหละ จอมทัพตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง ทุกคนรู้ว่าเขามักจะต่อสู้กับคนร้ายอย่างไม่กลัวตาย แล้วก็หอบเอาร่างกายชนิดที่ว่า มาหาปิ่นปักแต่ละครั้ง ทั้งตัวมีแต่แผลมาให้เธอทำได้ทุกที ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน ทั้งคำพูดและการกระทำทั้งหมด ที่แสดงออกต่อกันนั่น มันเรียกว่าอย่างอื่นไม่ได้ แต่ทว่า... การกระทำบางอย่างที่ทำร่วมกันมันสวนทาง จนไม่สามารถทำให้พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเท่าไหร่ไง...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD