ปิ่นปักรีบปฏิเสธเขา ในจังหวะเดียวกันที่มีเสียงโทรศัพท์ภายในของโรงพยาบาล ดังเข้ามาขัดจังหวะไว้ได้พอดี
Rrr! Rrr! Rrr!
จอมทัพจึงหยุดการรุกรานหญิงสาวเอาไว้แค่นั้น ก่อนจะผละร่างหนาออกมาให้อีกฝ่ายได้ใส่เสื้อผ้า ที่ดูเหมือนกับว่าเจ้าตัวจะลนลาน เพราะต้องการรีบรับโทรศัพท์ ที่คิดว่าน่าจะมีเคสฉุกเฉิน
“ปิ่น...แกอย่าลน..หันหลังมาสิฉันจะติดตะขอให้...”
จอมทัพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเชิงสั่งนั่นแหละ เพราะหากปล่อยให้หญิงสาวทำเอง คงต้องใช้เวลานานและอาจจะรับโทรศัพท์ที่กำลังดังอย่างต่อเนื่องนั่นไม่ทัน
หมอสาวตวัดสายตาหันมาตั้งท่าจะแหวใส่ แต่ก็รีบทำใจหันหลังให้อีกคนทำอย่างที่เจ้าตัวเขาต้องการ
หลังจากที่วางโทรศัพท์ ปิ่นปักจึงหยิบชุดกาวน์ที่แขวนไว้มาใส่ทับชุดไปรเวท ก่อนหันองศาไปหาอีกคน และเห็นสายตาของเขาที่กำลังมองหญิงสาวอยู่ก่อนแล้วเช่นเดียวกัน
“พยาบาลที่ห้องฉุกเฉินโทรมาน่ะ มีเคสคนโดนตะขาบกัดมา แล้วน่าจะแพ้มาก ฉันต้องออกไปดูคนไข้ ว่าแต่แก....”
“..ฉันจะนอนรอแกอยู่ที่นี่แหละ..แกไปเถอะ..ฉันง่วง!”
จอมทัพรีบแทรกขึ้นมา เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ...
ไม่ไล่เขากลับ ก็อาจจะอ้างว่ามีธุระอะไรสักอย่างนั่นหละ เพราะคนตัวเล็กกว่ารู้ดีว่าหากให้จอมทัพตามเธอกลับห้อง แน่นอนว่าทั้งสองคนต้องมีอะไรกัน นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มรีบตัดบท ก่อนจะเอนตัวลงนอนขดบนโซฟาตัวยาว ด้วยสีหน้าที่หญิงสาวเดาทางได้ถูกหมดทุกอย่าง กระทั่งรอยยิ้มร้าย ที่เจ้าตัวจงใจส่งมาให้อย่างรู้ทันกันนั่นอีก
ที่ห้อง
กริ๊ก!
“อ๊ะ!!”
เสียงกดล็อกประตูห้อง ดังมาพร้อมกับที่ปิ่นปักถูกกอดรัดด้วยวงแขนแกร่ง ก่อนจะดันร่างบางจนแผ่นหลังชิดกำแพง จากฝีมือของร่างหนาที่เดินตามหลังกันมาติด ๆ แล้วอีกคนก็ไวพอที่จะยกแขนของตัวเองกันไว้ เพื่อไม่ให้ร่างกายของทั้งสองคนปะทะกันตรง ๆ
ปิ่นปักถลึงตาใส่ ก่อนจะมีเสียงโวยวายตามมาทีหลัง
“ไอ้จอม!..แกจะทำอะไร!?
“ทำที่ค้างไว้ต่อให้แกไง”
“ไอ้บ้า!..อื้ออ~~~”
ริมฝีปากหยักฉกวูบลงมา โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรต่อจากนั้นทันที
จอมทัพจูบปิ่นปักอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน จากนั้นจึงผละออกมาสบตากับเจ้าของร่างบางนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคู่คมไม่ฉายแววขี้เล่นเหมือนที่เคยเป็น...
“เราไม่ได้เจอกันเป็นอาทิตย์แล้วนะปิ่น แล้วพรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานต่อจนกว่าจะปิดคดี อีกไม่รู้กี่วันกว่าที่ฉันจะได้กลับมาหาแก.”
จอมทัพอธิบายให้หญิงสาวฟังด้วยน้ำเสียงติดจะหอบนิด ๆ ซึ่งผิดกับอีกคนที่เงยองศาขึ้นฟังคนตรงหน้าโดยที่ไม่ได้แทรกอะไรออกมาแต่ทว่าหอบหนักกว่า เพราะถูกจูบเอา ๆ จากคนตรงหน้าอย่างหนักหน่วง จนริมฝีปากของเธอน่าจะบวมเจ่อไปแล้วละมั้ง...
มือหนายกขึ้นมาวางนาบบนแก้มใส ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือไล้ริมฝีปากของหญิงสาวอย่างบางเบาก่อนจะพูดคำว่า...
“คิดถึง..”
นั่นออกมา...มันทำให้อีกฝ่ายใจอ่อนยวบ..ราวกับถูกขี้ผึ้งลนไฟเมื่อได้ยินประโยค ที่ไม่มีแม้แต่ประธานนำหน้า แต่คือคำกิริยาที่เธอก็รู้ดีว่ามันหมายความว่ายังไง
“แค่ฉันอยากจะเห็นหน้าแกก่อนไป...แล้วก็อื้ม~~”
เป็นปิ่นปักเองที่เป็นคนรั้งต้นคอของจอมทัพ ลงมารับกับริมฝีปากของตัวเอง...เป็นฝ่ายจูบเขาก่อนอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยทำ...