ตอน ความลับของหลานหื่น
กลิ่นแกงส้มชะอมกุ้งและไข่เจียวหมูสับหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วห้องรับประทานอาหาร บรรยากาศมื้อค่ำวันนั้นดูอบอุ่นและปกติจนน่าประหลาดใจ
พี่ก้องกลับมาถึงบ้านเร็วกว่าปกติในรอบหลายสัปดาห์ เขาอาบน้ำปะแป้งหอมฉุย สวมชุดลำลองนั่งหัวโต๊ะ โดยมีทอมนั่งอยู่ฝั่งขวาและฉันนั่งอยู่ฝั่งซ้าย คอยตักข้าวเติมน้ำให้สองหนุ่มต่างวัย
"เป็นไงบ้างทอม ใกล้สอบแล้วนี่เรา มั่นใจไหม?" พี่ก้องเอ่ยถามพลางตักไข่เจียวคำโตเข้าปาก
"ก็พอได้ครับอา อาศัยอ่านทวนบ่อยๆ ช่วงนี้อาแตงกวาก็ใจดี ทำของว่างให้ทานตลอด สมองเลยแล่นครับ"
ทอมตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ นอบน้อม ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก สายตาของเขามองพี่ก้องด้วยความเคารพอย่างจริงใจ ก่อนจะเลื่อนมาสบตาฉันเพียงชั่ววินาทีแล้วกลับไปสนใจจานข้าว
ฉันลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก... เหตุการณ์นวดเมื่อบ่ายทำให้ฉันคิดฟุ้งซ่านไปไกล แต่ดูท่าทีของทอมตอนนี้สิ เขาคือเด็กหนุ่มนิสัยดีที่รักเรียนและเคารพผู้ใหญ่ ไม่มีแววตาของผู้ชายที่มองฉันด้วยความกระหายอยากเหมือนตอนบ่ายเลยสักนิด
'สงสัยเราจะคิดมากไปเอง' ฉันบอกตัวเองในใจ พลางตักแกงส้มให้สามี 'ทอมคงเห็นเราเลี้ยงลูกเหนื่อยจนหลังขดหลังแข็งจริงๆ เด็กมันมีน้ำใจ เรานี่แหละที่เป็นผู้ใหญ่ใจสกปรก คิดอกุศลกับหลานตัวเอง'
ความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในอก ฉันจึงพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด คอยดูแลเทคแคร์ทั้งสามีและหลานชาย มื้อค่ำผ่านไปพร้อมเสียงหัวเราะและบทสนทนาเรื่องวิศวกรรมที่พี่ก้องสอนทอม คืนนั้นฉันเข้านอนพร้อมพี่ก้องด้วยความรู้สึกที่เบาใจขึ้น และหลับไปพร้อมกับความเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
...ทว่า ความสงบสุขของใจหัวใจดิฉันมันช่างสั้นนัก...
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสีทองสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเกล็ด พี่ก้องรีบออกไปทำงานแต่เช้ามืดเพราะมีเทปูนล็อตใหญ่ ทิ้งให้ฉันรับหน้าที่แม่บ้านเต็มตัวเหมือนเคย หลังจากป้อนนมและกล่อมน้องแฮรี่จนหลับปุ๋ยไปในช่วงสาย ฉันก็หอบตะกร้าผ้าใบใหญ่เพื่อจะเอาเสื้อผ้าใช้แล้วลงไปซักที่เครื่องซักผ้าชั้นล่าง
ขณะที่กำลังเดินผ่านโถงทางเดินชั้นสอง ประตูห้องน้ำรวมก็เปิดผัวะออกมา
"อุ้ย!" ฉันอุทานเบาๆ แล้วชะงักฝีเท้า
ทอมเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ทำเอาลมหายใจของฉันสะดุดกึก ร่างกายสูงใหญ่กว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรของเขาชุ่มโชกไปด้วยหยดน้ำเกาะพราว ผมรองทรงเปียกลู่ปรกหน้าผาก ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นหัวไหล่ลาดกว้างและกล้ามเนื้อแขนที่ขึ้นรูปสวยงาม ไม่ใช่กล้ามปูแบบนักกล้าม แต่เป็นกล้ามเนื้อลีนๆแน่นๆ แบบเด็กหนุ่มนักกีฬา ผิวขาวจัดของเขาแดงระเรื่อจากการอาบน้ำอุ่น
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาฉันที่สุดจนไม่อาจละสายตาได้ คือหน้าท้องแบนราบที่มีลอนกล้ามเนื้อซิกแพคเรียงตัวสวยงามนูนเด่นชัดเจน ไล่ระดับลงไปหายไปใต้ผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียวที่พันหมิ่นเหม่รอบเอวสอบ ขอบผ้าเช็ดตัวนั้นรั้งต่ำจนเห็นกระดูกเชิงกรานที่เซ็กซี่อย่างร้ายกาจ
ทอมชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นฉัน ก่อนจะยิ้มเขินๆ ยกมือเกาท้ายทอย
"ขอโทษครับอาแตงกวา ผมนึกว่าอาอยู่ข้างล่าง"
"หมะ ไม่เป็นไรจ้ะ อาจะเอาผ้าไปซัก ทอมแต่งตัวเถอะ" ฉันรีบก้มหน้าหลบสายตา แต่ภาพเรือนร่างกำยำที่สูงสง่ากว่าพี่ก้องมากโขนั้นกลับติดตาตรึงใจ พี่ก้องสามีฉันแม้จะหุ่นดีแต่ก็เริ่มลงพุงตามวัยและงานสังสรรค์ แต่ทอม... ทอมคือความสมบูรณ์แบบของวัยหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง
ฉันรีบเดินเลี่ยงลงมาชั้นล่าง หัวใจเต้นโครมครามด้วยจังหวะที่ผิดปกติอีกครั้ง ความมั่นใจเมื่อคืนที่ว่า "คิดไปเอง" เริ่มสั่นคลอนด้วยแรงดึงดูดทางกายภาพที่รุนแรงเหลือเกิน
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงบ่าย แดดข้างนอกแรงจัดจนฉันต้องปิดม่านชั้นล่าง แฮรี่หลับยาวอีกรอบหลังจากกินนมมื้อเที่ยง ฉันเห็นว่าตะกร้าผ้าของทอมและผ้าปูที่นอนบางส่วนยังกองอยู่หน้าห้องเขา จึงตัดสินใจเดินขึ้นไปชั้นสองอีกครั้งเพื่อจะเก็บลงมาซักให้หมดจะได้เสร็จงาน
บ้านทั้งหลังเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวด้านนอก ฉันเดินหอบตะกร้าเปล่าขึ้นบันไดมาจนถึงโถงชั้นสอง ทางเดินทอดยาวผ่านห้องนอนใหญ่ของฉันกับพี่ก้อง ไปยังห้องนอนเล็กริมสุดทางเดินซึ่งเป็นห้องของทอม
ห้องนั้นไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีเพียงพัดลมตั้งพื้น ทอมจึงมักจะเปิดหน้าต่างและแง้มประตูห้องไว้เล็กน้อยเสมอเพื่อให้ลมโกรกถ่ายเทอากาศ ปกติฉันจะตะโกนเรียกหน้าห้องหรือเคาะประตูก่อน แต่วันนี้... ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตนไหนเข้าสิง หรืออาจจะเป็นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในใจที่สั่งการ ฉันเดินย่องฝีเท้าเบากริบไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานนั้นที่แง้มอยู่นิดๆ
เสียงลมหายใจหอบกระเส่าหนักหน่วงดังลอดออกมาจากช่องประตู...
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคนนอนละเมอ และไม่ใช่เสียงคนออกกำลังกาย แต่มันเป็นเสียงครางต่ำในลำคอที่เจือไปด้วยความทรมานและความสุขสม ขาของฉันแข็งทื่อดั่งถูกสาป แทนที่จะเดินหนี ฉันกลับค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ และใช้สายตาแอบมองผ่านช่องว่างของบานประตูเข้าไป
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาฉัน อ้าปากค้าง ตัวชาหนึบตั้งแต่หัวจรดเท้า!
บนเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่ง ทอมนอนหงายเปลือยเปล่าล่อนจ้อน แสงแดดรำไรจากหน้าต่างส่องกระทบเรือนร่างขาวผ่องที่บัดนี้แดงก่ำไปด้วยเลือดฝาดแห่งอารมณ์ราคะ ร่างกายกำยำของเขากำลังบิดเกร็ง เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผากและแผงอก
มือข้างขวาของเขากำลังกำรอบแท่งเอ็นของตัวเองและรูดรั้งขึ้นลงด้วยจังหวะที่ดุดันและรุนแรง!
ส่วบ! ๆ ๆ ๆ
ฉันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองสิ่งที่อยู่ในมือของหลานชาย ฉันแต่งงานกับพี่ก้องมาหลายปี คุ้นเคยกับขนาดมาตรฐานชายไทยไซส์ 52 ของสามีเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทอมมี... มันเหนือจินตนาการไปมาก
ท่อนเนื้อลำเขื่องที่ชูชันผงาดง้ำอยู่ในมือของเด็กหนุ่มนั้น ทั้งยาวและใหญ่โตมโหฬาร ขนาดของมันน่าจะไม่ต่ำกว่า 56 หรืออาจจะมากกว่านั้น! มันดูแข็งแกร่ง เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนที่ปูนนูนขึ้นมาพันรอบลำท่อนเนื้อสีชมพูเข้ม ส่วนหัวบานฉ่ำแดงก่ำบานเบอะออกมาอย่างน่าเกรงขาม น้ำใสๆ แห่งความกระสันซึมเยิ้มออกมาเคลือบส่วนปลายจนวาววับล้อแสงแดด
"อื้มมม... อา... ซี้ดดด..."
ทอมครางเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกด้วยความเสียวซ่าน เขาแอ่นสะโพกสอบรับจังหวะมือของตัวเองที่รูดรั้งหนังหุ้มปลายขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ความยาวและความใหญ่ของมันทำให้มือใหญ่ๆ ของทอมกำแทบไม่รอบ
ฉันยืนตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความร้อนวูบวาบ แล่นแปล๊บ จากท้องน้อยลงไปรวมกันที่จุดกึ่งกลางกายสาวอย่างรุนแรง ภาพความยิ่งใหญ่และพลังหนุ่มที่พุ่งพล่านตรงหน้ามันกระแทกตาและกระแทกใจฉันอย่างจัง สามีฉันไม่เคยมีมุมที่ดุดันและทรงพลังขนาดนี้มาก่อน
ทอมนอนตะแคงหน้านิดๆ สายตาจับจ้องไปที่โทรศัพท์มือถือที่วางพิงอยู่กับหมอน เขาจ้องมองหน้าจอนั้นราวกับจะกลืนกิน มือซ้ายขยุ้มผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ในขณะที่มือขวายังคงสาวรูดแท่งเอ็นยักษ์นั้นถี่ยิบ จนฉันได้ยินเสียงเนื้อกระทบมือดัง แจ๊บ... แจ๊บ... เป็นจังหวะหยาบโลน
ฉันทนมองต่อไปไม่ไหว... ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะความสยิวมันตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ฉันรีบถอยหลังออกมาอย่างเงียบเชียบที่สุด หัวใจเต้นรัวแรงเหมือนกลองเพล ขาสั่นพั่บๆ จนแทบก้าวไม่ออก
ฉันพาตัวเองเข้ามาในห้องนอนใหญ่ ปิดประตูล็อกกลอน แล้วทรุดตัวลงนั่งที่ปลายเตียง มือไม้สั่นเทายกขึ้นลูบหน้าอกที่กระเพื่อมไหวรุนแรง ภาพแท่งเอ็นลำยักษ์ของหลานชายยังติดตาตรึงใจ
ความคิดสกปรกแล่นเข้ามาในหัว...
ถ้าของสิ่งนั้นเข้ามาอยู่ในตัวฉัน มันจะรู้สึกยังไงนะ?
มันจะแน่น... จะจุก... หรือจะเสียวซ่านแค่ไหน?
"อื้อ..."
ฉันเผลอครางออกมาเบาๆ เมื่อฝ่ามือของตัวเองเลื่อนต่ำลงไปสัมผัสที่หว่างขาภายใต้กระโปรงชุดอยู่บ้าน มันร้อนผ่าวและเปียกชื้นจนแฉะชุ่ม น้ำหล่อลื่นแห่งความกระสันไหลซึมออกมาจนกางเกงชั้นในเปียกเป็นวงกว้าง ฉันต้องนั่งสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา
'ไม่ได้นะแตงกวา... นั่นหลาน... นั่นหลานชายสามีนะ!'
ฉันเตือนตัวเองซ้ำๆ จนกระทั่งเสียงเต้นของหัวใจเริ่มช้าลง ฉันขังตัวเองอยู่ในห้องนอนสามีนานมาก พอเริ่มหิวก็รีบจัดการตัวเอง ล้างหน้าล้างตา แล้วคว้าตะกร้าผ้าที่วางทิ้งไว้หน้าห้องเดินลงมาชั้นล่าง แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเดินผ่านห้องรับแขก ฉันก็ต้องชะงักอีกครั้ง...
ทอมนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาว เขาสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบฟิสิกส์อย่างขะมักเขม้น ท่าทางของเขาดูสงบนิ่ง เป็นเด็กดี เหมือนกับว่าเหตุการณ์บนเตียงเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา แต่ฉันสังเกตเห็นว่าผมของเขายังชื้นเหงื่อ และใบหน้ายังคงมีความแดงระเรื่อจางๆ หลงเหลืออยู่
"อ้าว อาแตงกวา ลงมาแล้วเหรอครับ ผมจะออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย น้าเอาเส้นอะไรครับ" ทอมเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ เขาถามพร้อมรอยยิ้มนั้นสดใสไร้เดียงสาจนฉันเริ่มสับสน
"มะ ไม่เป็นไรจ้ะ อายังไม่หิวเท่าไร ทอมรีบกินแล้วอ่านหนังสือเถอะ"
ฉันตอบตะกุกตะกัก พยายามไม่มองไปที่เป้ากางเกงของเขา
ทอมพยักหน้าแล้วหันไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะกระจกขึ้นมาดูข้อความ จังหวะนั้นเอง... แสงหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาทำให้ฉันเห็นภาพบนหน้าจอนั้นอย่างชัดเจนเต็มสองตา
ฉันแทบสะดุดขาตัวเองล้ม หน้าชาดิกเหมือนโดนตบด้วยมือผู้ชาย!
ภาพหน้าจอมือถือ Wallpaper ของทอม... ไม่ใช่รูปดารา ไม่ใช่รูปเกม ไม่ใช่รูปวิวทิวทัศน์
แต่มันคือรูป "ฉัน"
เป็นรูปที่ฉันกำลังอุ้มแฮรี่ ยิ้มกว้างให้กล้องในชุดเดรสคอกว้างที่เห็นเนินอกอวบอิ่มรำไร รูปนี้ฉันเคยโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่เขาเซฟมาตั้งเป็นภาพหน้าจอ
ใช่ใข่ไหม? ฉันนึกถามตัวเองในใจ
วินาทีนี้ จิ๊กซอว์ทุกชิ้นต่อกันครบสมบูรณ์
เสียงครางกระเส่าในห้องนอน
สายตาที่จ้องมองโทรศัพท์อย่างหิวกระหายขณะที่มือกำลังรูดรั้งแท่งเอ็นยักษ์นั้น...
เขาไม่ได้ดูคลิปโป๊... เขาไม่ได้ดูรูปนางแบบ...
แต่เขาดูรูปดิฉัน!
หลานชายแสนดีคนนี้... กำลังใช้รูปของอาสะใภ้เป็นเครื่องช่วยในการสำเร็จความใคร่!
เขาจินตนาการถึงฉันในขณะที่ปลดปล่อยน้ำกามแห่งราคะออกมา!
ฉันรีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวหนีไปทางหลังบ้านทันที ขนลุกซู่ชันไปทั้งตัว ความรู้สึกมันตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ทั้งตกใจ ทั้งหวาดกลัว... แต่ที่น่าละอายที่สุดคือ... ส่วนลึกในใจของฉันกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างรุนแรง