ตอนที่1.1 พยาบาลสาวกับคนไข้vip.
“เออ...เป็นไอเดียวที่ดี แก่ๆ กันหมดแล้ว คุยเรื่องตอนสาวๆ ให้กระชุ่มกระชวยหน่อย”
หญิงเห็นด้วยกับความคิดของณี
“จะว่าไป เมื่อก่อนพวกเราก็คุยกันทุกเรื่อง แต่เรื่องพวกนี้ยังไม่เคยเล่าเลย” ต่ายเสริมอีกคน จวงกับขิ่นย่างหมูกระทะมาเสิร์ฟให้ได้ยินพวกเจ้านายคุยกันเรื่องใต้สะดือก็เริ่มสนใจ
“มาๆ ก่อนอื่นหมดกระป๋องกันก่อน จวงกับขิ่นถ้าอยากร่วมด้วยก็เตรียมเรื่องเด็ดไว้ด้วยนะ หมดกระป๋องทุกคน จวงกับขิ่นด้วย” ณีชูกระป๋องเบียร์ขึ้นมา
“ไม่สนุกกันตอนนี้ ไม่รู้อีกกี่ปีจะได้มาแบบนี้อีก” หญิงพูดกับทุกคนแล้วคว่ำกระป๋องเบียร์โชว์ว่าหมดแล้ว
“เรื่องนั้นน่ะเข้าใจ แล้วทำไมต้องเป็นชั้นก่อนล่ะยะ?” ต่ายถมอย่างสงสัย
“เพราะเธอเรียบร้อยสุด แต่ดันแต่งผัวเป็นคนแรกในกลุ่มเลยนี่หว่า ฮ่าฮ่าฮ่า”
ฝนหัวเราะสะใจ พาทุกคนหัวเราะตาม ต่ายหยิบแก้วไวน์ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งมากระดกจนหมด แล้วถอนหายใจหนึ่ง ก่อนจะเริ่ม
ต่ายวางแก้วไวน์เปล่าลงบนโต๊ะ เธอมองหน้าเพื่อนๆ ที่กำลังจ้องมาอย่างรอคอยสลับกับเตาหมูกระทะที่ควันกำลังลอยกรุ่น กลิ่นหอมของเนื้อย่างเกรียมๆ คลอไปกับเสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ จวงกับขิ่นที่เพิ่งคีบหมูสามชั้นเข้าปากถึงกับหยุดเคี้ยวเพื่อรอฟังเจ้านายเล่า
"โอเคๆ ยอมแพ้แล้ว" ต่ายยกมือขึ้นสองข้างเป็นเชิงยอมจำนน ใบหน้าขาวเนียนของพยาบาลสาวซับสีเลือดรุนแรงขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เพิ่งกระดกเข้าไป หรือเพราะความทรงจำเร่าร้อนที่กำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมากันแน่
เธอนึกย้อนกลับไปสมัยที่เพิ่งเรียนจบพยาบาลใหม่ๆ ตอนนั้นเธอยังเป็นแค่เด็กสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่ไฟแรงและทุ่มเทให้กับงานจนแทบไม่มีเวลาคิดเรื่องความรัก ใครจะไปคิดว่าเวรดึกในวอร์ดวีไอพีที่แสนจะน่าเบื่อคืนนั้น จะเปลี่ยนชีวิตผู้หญิงที่อยู่ในกรอบอย่างเธอไปตลอดกาล
"พวกแกจำตอนที่ชั้นเพิ่งบรรจุเป็นพยาบาลใหม่ๆ ได้ป่าววะ" ต่ายเริ่มเกริ่น น้ำเสียงเบาลงเล็กน้อยคล้ายคนกำลังตกอยู่ในภวังค์
"ตอนนั้นชั้นต้องขึ้นเวรดึกติดกันหลายคืน เหนื่อยก็เหนื่อย แถมยังต้องมารับมือกับคนไข้ห้องวีไอพีที่เอาแต่ใจสุดๆ ... ซึ่งก็คือพี่เอก ผัวชั้นคนปัจจุบันนี่แหละ"
"หูยยยย พยาบาลสาวกับคนไข้หนุ่มวีไอพี พล็อตซีรีส์ชัดๆ!" หญิงตบเข่าฉาด รีบเทเบียร์เติมใส่แก้วให้ต่ายอย่างรู้หน้าที่
"แล้วไงต่อ ๆ จัดมาให้ละเอียดเลยนะยัยต่าย ห้ามข้ามช็อตเด็ดขาด!"
ต่ายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกวาบหวามในอดีตตีตื้นขึ้นมาจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว เธอหลับตาลง ภาพแผ่นหลังกว้างและกลิ่นผู้ชายที่ผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลยังคงชัดเจนในความทรงจำ
"ย้อนกลับไปตอนนั้น..."
ต่ายเริ่มเล่า ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัว
"พวกแกรู้ใช่ไหมว่าครอบครัวฉันกับพี่เอกรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่พวกเราเป็นหมอที่โรงพยาบาลเดียวกัน ผู้ใหญ่ก็เลยอยากจับคลุมถุงชนให้หมั้นกันตั้งแต่พี่เอกเพิ่งเรียนจบกลับมาจากเมืองนอก แต่ตอนนั้นเราสองคนหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมหมั้น เลยยื่นข้อเสนอผู้ใหญ่ไปว่าขอลองคบกันดูก่อน ค่อยเป็นค่อยไปแบบคนทั่วไป"
"ตอนนั้นพี่เอกเปิดบริษัทของตัวเอง บ้างานแล้วก็บ้าออกกำลังกายมาก จนวันหนึ่ง... อีตาพี่เอก ไปวิ่งที่สวนสาธารณะแล้วโดนมอเตอร์ไซค์มักง่ายชนจนขาหัก ต้องแอดมิทเข้าห้องพักฟื้นวีไอพีที่โรงพยาบาล ซึ่งแจ็คพอตแตกตรงที่เป็นวอร์ดที่ฉันเพิ่งได้บรรจุเข้าเวรพอดี"
ต่ายจิบไวน์อึกเล็ก ๆ กลั้วคอ ก่อนเล่าต่อ "นั่นแหละจุดเริ่มต้นความวุ่นวาย พอมาเป็นคนไข้ในวอร์ดฉัน พี่แกก็ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาทันที ชอบกดกริ่งเรียกพยาบาลพร่ำเพรื่อ พอฉันเข้าไปก็ชอบพูดจายั่วโมโห แกล้งสั่งนู่นสั่งนี่จนฉันหัวหมุนแทบไม่ได้พัก"
"แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ ถึงไปสปาร์คกันได้" หญิงถามแทรกอย่างอยากรู้อยากเห็น
"มีคืนหนึ่ง..." ต่ายยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น
"ฉันหมดความอดทนเพราะพี่แกกดกริ่งเรียกตอนตีสอง ดันบอกว่าหมอนมันไม่นุ่ม นอนไม่หลับ ฉันปรี๊ดแตกเลยด่ากราด ปะทะคารมกันชุดใหญ่ในห้องพักฟื้น ฉันโกรธมาก กำลังจะหันหลังสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้อง... แต่จู่ๆ พี่เอกก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น"
พยาบาลสาวแอบเลียริมฝีปากตัวเอง เพราะรู้สึกว่าจู่ๆ ก็ปากแห้ง ดวงตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงสัมผัสวันนั้น
"พี่แกออกแรงดึงจนฉันเสียหลักล้มไปกองอยู่บนเตียงคนไข้ทับลงไปครึ่งตัว... สายตาที่เคยกวนประสาทเปลี่ยนเป็นจริงจัง พี่เอกจับมือฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ลูบหลังมือเบาๆ แล้วพูดขอโทษเสียงนุ่ม...เขาบอกแค่อยากเห็นหน้าฉันบ่อย ๆ บรรยากาศตอนนั้นมันเงียบมาก เงียบจนได้ยินแค่เสียงแอร์กับเสียงเครื่องวัดชีพจร"
"แล้วไงต่อ ๆ แกยอมใจอ่อนเลยดิ" ฝนเร่งเร้า
"ตอนที่ฉันกำลังเผลอสบตา พี่เอกก็ใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยฉันแล้วรั้งหน้าเข้าไปจูบ..." ต่ายเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าขึ้นเล็กน้อย "มันเป็นจูบแรกของเรา... ไม่ได้รุนแรงรุกล้ำ แต่โคตรนุ่มนวลและเอาแต่ใจสุดๆ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องที่ฉันเคยเกลียด พอมาผสมกับกลิ่นตัวผู้ชายบนเตียงคนไข้คืนนั้น... มันทำเอาฉันใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิด ตัวอ่อนปวกเปียกไปหมดเลยล่ะ"