ตอนที่ 17. ความลับบนเรือยอชต์
ณีหัวเราะหึๆ ในลำคอ ยกแก้วเหล้าที่เหลือติดก้นแก้วขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสง่างามตามฉบับคุณหนูไฮโซ นัยน์ตาเฉี่ยวคมกวาดมองเพื่อนๆ ในวงที่กำลังนั่งล้อมหน้าล้อมหลังรอฟังเรื่องของเธออย่างใจจดใจจ่อ
"แอบแซ่บคนใกล้ตัว... ธีมนี้มันเหมือนเกิดมาเพื่อฉันเลยล่ะ" ณีเริ่มเกริ่น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ "พวกแกก็รู้ว่าวงการธุรกิจไฮโซน่ะ ทุกคนใส่หน้ากากเข้าหากันทั้งนั้น แต่ภายใต้หน้ากากพวกนั้น... ศีลธรรมมันก็แค่คำพูดสวยหรู เรื่องของฉันที่เล่าไปเมื่อวาน เรื่องมื่อสี่เดือนที่แล้วที่มีอะไรกับศิน...จากนั้นเขาก็โทรบ้าง ส่งข้อความบ้าง ขอเจอตลอด ซึ่งฉันก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่ฉันไม่รับสาย ไม่อ่านข้อความ จนกระทั่งรำคาญขั้นสุด จนบล็อกเบอร์ไปเลย
“โห ใจเด็ดว่ะ แกอดใจได้ยังไง” ฝนถาม
“วันนั้นฉันเมามาก พลาดครั้งเดียวก็พอแล้ว ฉันกับพี่เคนก็ยังเหมือนเดิม แม้ไม่เหมือนวัยรุ่น แต่ก็ไม่ขาดเคยขัดสนอะไรขนาดนั้น แต่อีกเดือนต่อมา พี่เคนดีใจมากดีลงานใหญ่ได้ แถมลูกค้าซัพพอร์ตโคตรดี แกได้งานรีโนเวทห้องอาหารในโรงแรมห้าดาวที่ภูเก็ต แล้วลูกค้าซัพพอร์ตที่พักกับตั๋วเครื่องบินวันบินไปดูสถานที่ให้ทั้งครอบครัว พร้อมชวนกินอาหารบนเรือยอชต์ฉลองดีลงานได้ พี่เคนชวนฉันไปด้วย”
ณีส่งให้ขิ่นชงอีกแก้ว พร้อมยื่นมือขอเบียร์มากินก่อนเล่าต่อ
"บนเรือยอชต์! ไฮโซไปอี๊กกก!" ต่ายแทรกขึ้นมา แววตาเป็นประกาย
"ฟังก่อนสิยะ..." ณีปรามยิ้มๆ "ทริปนั้นมีแค่ฉัน พี่เคน (สามีของณี) แล้วก็ลูกค้าคนสำคัญของเขา...ท้ายซิใคร” ณีหยุดถามเพื่อนๆ
“ฉันว่าตั้งแต่โรงแรมห้าดาวที่ภูเก็ตละ วศิณ ช่ะ?” หญิงถามอย่างรู้ทัน
“ห๊า!!” คนอื่นที่ไม่รู้หันไปมองณีทันที
“นั่นแหละเขาล่ะ แม่งทำทุกทางจริงๆ ฉันรู้ตั้งแต่ชื่อร้านก่ะโรงแรมละ ยังไม่ต้องบินไปเลย ฉันอิดออดไม่อยากไป แต่พี่เคนขอร้อง เพราะเขาเพิ่งเป็นเพื่อนกัน ทางนั้นก็อยากพาครอบครัวมาพบวันที่ไปดูสถานที่ พวกมึงดูเหลี่ยมของมันดิ” ณีพูดพร้อมกระดกเบียร์ “อ่ะฉันก็ไป” เธอเล่าต่อ “ฉันก็คิดซะว่าไปเที่ยว ยังไงก็รู้ทัน พยายามหลีกเลี่ยงก็พอ ก็ไปเจอครอบครัวทางนั้นตามกำหนดการทุกอย่างผ่านไปไม่มีอะไร จนวันที่ไปขึ้นเรือยอชต์นั่นแหละ ฉันก็ลืมไปสนิทว่าพี่เคนชอบเมาเรือ เพราะเหตุนี้เลยไม่ได้ขึ้นเรือมาหลายปีจนลืมไปแล้ว มึ้ง…มันรู้” ณีลากเสียงยาว
“มันรู้ว่าพี่เคนเมาเรือ?” ฝนถามทันที ทุกคนก็รอฟังคำตอบ
“ใช่ หลังจากพวกนั้นดูสถานที่คุยเรื่องงานกันเสร็จก็นัดฉันช่วงบ่ายพาไปลงเรือเที่ยว พาไปเที่ยวที่สวยๆ แหละ ขับเรือวนไปชัวโมงกว่า พอเย็นก็แวะจอดกินดื่มกัน เมาเรือบวกเมาวิสกี้ พี่เคนก็เริ่มแย่ ต้องหนีลงไปนอนสลบไสลอยู่ในเคบินมาสเตอร์ด้านล่างตั้งแต่หัวค่ำ ศิณก็ลงไปเอายาให้กิน" ณีเล่าต่อ ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัว "ทิ้งให้ฉันนั่งจิบไวน์รับลมอยู่ที่โซฟาเลานจ์ท้ายเรือ... กับศิณ แค่สองคน"
บรรยากาศค่ำนั้นกลางทะเลอันดามันช่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงคลื่นกระทบกราบเรือและเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ณีในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแชมเปญแนบเนื้อ ยืนพิงราวระเบียงมองดูดาว จู่ๆ เสื้อสูทตัวใหญ่ก็ถูกคลุมลงบนลาดไหล่บางของเธอจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่คุ้นเคย
‘ลมแรงนะณี... เดี๋ยวก็หวัดกินหรอก คุณเคนมันยิ่งหวงอยู่’ เสียงทุ้มต่ำของนพกระซิบอยู่ใกล้ชิดใบหูจนณีสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ณีแค่นยิ้ม หันกลับไปเผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมงานของสามี
ระยะห่างระหว่างเราสองคนเหลือน้อยจนน่าตกใจ ศิณไม่ได้ถอยหนี เขากลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก สายตาคมกริบแบบผู้ชายเจ้าชู้กวาดมองเรือนร่างของณีที่สะท้อนแสงจันทร์สลัวๆ ผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา แววตาของเขาไม่ได้มองเธอแบบ ‘เมียเพื่อนร่วมงาน’ หรือ ‘ภรรยาของเพื่อน’ เลยสักนิด มันคือสายตาของนักล่าที่จ้องมองเหยื่อมาเนิ่นนาน
‘ถ้าณีเป็นเมียผม... ผมจะไม่มีวันปล่อยให้ณีคลาดสายตาเลยรู้มั้ย’ คำพูดตรงไปตรงมาของณีทำเอาณีชาวาบไปทั้งตัว หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก
‘ศิณเมาเหรอ พูดอะไรรู้ตัวหรือเปล่า... พี่เคนนอนอยู่ข้างล่างนี่เองนะ’ ณีพยายามดึงสติ ยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้
‘ไม่ได้เมา... และก็รู้ตัวดีว่าต้องการอะไร ตั้งแต่วันนั้นผมก็รอมาตลอด’ ศิณจับมือของณีที่ดันอกเขาอยู่ สอดประสานนิ้วเข้าด้วยกันแล้วยกขึ้นมาจรดริมฝีปากจูบลงบนหลังมือเบาๆ ‘ผมมองณีมาตลอด มองมาตั้งแต่ก่อนที่เคนมันจะขอณีแต่งงานซะอีก... ณีไม่รู้จริงๆ เหรอว่าทุกครั้งที่เราบังเอิญสบตากัน... มันมีความหมายอะไรซ่อนอยู่’
‘เรื่องเราตอนเด็กๆ มันจบไปนานแล้ว’
ความจริงคือณีรู้... เธอรับรู้ถึงสายตาร้อนแรงของศิณมาตลอด และลึกๆ ในใจที่เต็มไปด้วยความขบถ เธอก็แอบหวั่นไหวกับความอันตรายของผู้ชายคนนี้ เพียงแต่กรอบของสังคมและคำว่า ‘เพื่อนสนิทสามีและแฟนเก่าสมัยเด็ก’ มันค้ำคออยู่
แต่คืนนี้... กลางทะเลที่ไม่มีใครเห็น ไม่มีนักข่าว ไม่มีกรอบสังคม มีเพียงแค่สัญชาตญาณดิบล้วนๆ
ศิณไม่ปล่อยให้ณีได้คิดหาคำปฏิเสธ เขาโน้มใบหน้าลงมาประกบริมฝีปากบดขยี้กลีบปากสีพีชของเธอทันที รสจูบของนพต่างจากเคนอย่างสิ้นเชิง มันดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความกระหายที่ถูกอัดอั้นมานานนับเดือน ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนความหวานและกลิ่นแชมเปญชั้นเลิศจากลิ้นของเธอ ณีพยายามเบือนหน้าหนีในตอนแรก แต่ความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าก็ทำให้เธอเผลอไผล ยกสองแขนขึ้นคล้องคอเขาอย่างลืมตัว
"บ้าไปแล้วเพื่อน…ผัวยังนอนอยู่ข้างล่างเนี่ยนะ! แกใจกล้ามากอีณี!" ต่ายยกมือทาบอก ทุกคนในวงก็ทำท่าเห็นด้วย
"ก็บอกแล้วไงว่าแวดวงฉันมันศีลธรรมเสื่อมทราม..." ณีหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเล่าต่อถึงวินาทีที่ความเร่าร้อนปะทุจนถึงขีดสุด “ฉันก็พูดเหมือนต่ายนั่นแหละ ว่าพี่เคนยังนอนอยู่ข้างล่าง กัปตันก็ยังอยู่ข้างบน รู้มั้ยศิณว่าไง มันบอกยาแก้เมาเรือจะทำให้ง่วงนอน แล้วเคนก็ชอบเมาเรือมันเลยเอายานอนหลับอ่อนๆ ให้กินตอนดื่มวิสกี้ด้วยกัน สรุปก็คือพี่เคนโดนยานอนหลับเรียบร้อยไปแล้ว ส่วนกัปตันก็คนของมัน” ณีเว้นช่วง
“โห…ศิณแม่งจอมแผนการจริงๆ” หญิงยอมใจกับแผนการของศิณ
“ไม่รอด” ฝนมองหน้าต่ายยกแก้วชนกันอย่างเห็นด้วย
“ฮ่าฮ่าฮ่า ที่สำคัญพอรู้ว่าทางโล่ง แทนที่ฉันจะโกรธ ดันเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาซะงั้น”
ณีหัวเราะร่วน ทำเอาเพื่อนร่วมวงหัวเราะตาม
“จากนั้นมันก็บุกฉันหนักเลย ทั้งจูบทั้งจับ ทั้งเค้น ทั้งคลีง นัวไปหมด ห้องที่อยู่กันก็อยู่ตรงกลางระหว่างชั้นบนที่เป็นที่กัปตันเรือ กับข้างล่างที่เป็นห้องนอนสองห้อง ส่วนห้องนี้มีบาร์เล็กๆ มีทีวีเครื่องเสียง โต๊ะและโซฟาแบบครึ่งวงกลม ฉันถูกดันถอยไปที่โซฟานั่นแหละ ฉันดื่มแชมเปญ เขาดื่มวิสกี้ คุ้นมั้ยล่ะ รสชาติคุ้นเคยมันหวนมา ฉันก็เคลิ้มเลย แต่จู่ๆ เขาก็หยุด บอกขอขึ้นไปบอกกัปตันให้จอดยาวแป๊บนึง เดี๋ยวลงมา ตอนนั้นฉันคิดว่าจะหนีลงไปห้องพี่เคนแล้วล็อกห้องซะ พี่รู้นิสัยศิณ ยิ่งกำลังปั้ดขนาดนี้มันพังประตูแน่ๆ ฉันเลยไปกินแชมเปญรอ เพราะไงก็คงไม่รอด” สิ้นคำนั้นเพื่นๆ หัวเราะกันทั้งวง แม้จะเล่าเท่าที่พอเล่าได้ แต่ภาพในหัวมันแตกต่างไปจากที่เล่าไม่น้อยเลยทีเดียว ก่อนศิณจะขึ้นไปบอกกัปตันนิ้วของเขาก็ทำงานจนเธอแฉะไปแล้ว ทั้งลิ้นตรงอกทั้งนิ้วตรงนั้น เธอก็ไม่สามารถขัดเขาได้แล้วณีรู้ดี ศิณเดินกลับมาแล้วลงไปเช็กที่ห้องพี่เคน
“หลับสนิท” พูดเสร็จศิณก็เข้ามาจูบณีทันที