ตอนที่9. ระลึกถึงความหลัง
‘ฉัน... อื้อ... เข้ามาเถอะศิน ขอร้อง...’ ณีสลัดภาพในหัวแล้วเล่าต่อ
“ฉันพ่ายแพ้ให้กับความรุ่มร้อน ทิ้งศักดิ์ศรีคุณหนูไฮโซคู่กัดไปจนหมดสิ้น เสียงเว้าวอนที่หลุดออกจากปากตัวเองช่างน่าสมเพช แต่วินาทีนี้ความต้องการมันอยู่เหนือเหตุผลทุกอย่าง”
ศินกระตุกยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก แววตาแห่งชัยชนะฉายชัดในความมืด เขาจับสะโพกฉันยึดไว้แน่น ก่อนจะดันแก่นกายใหญ่โตที่ร้อนจัดและแข็งขึง สอดแทรกเข้ามาในช่องทางที่คับแคบและเปียกชุ่มของฉันรวดเดียวจนสุดความยาว ณีคิดถึงเสียงของศิน
‘อ๊า!! / ซี้ดดด... แม่ง... โคตรแน่น’
“เราสองคนหลุดเสียงครางออกมาพร้อมกัน ความคับแน่นที่เสียดสีและแทรกซึมเข้ามาทำให้ฉันจิกเล็บลงบนลาดไหล่กว้างของเขาจนได้เลือด ร่างกายของฉันตอดรัดตัวตนของเขาแน่นจนศินต้องซู้ดปากด้วยความเสียวซ่าน เขาหยุดนิ่งไปอึดใจหนึ่งเพื่อให้ฉันปรับตัวรับขนาดที่ใหญ่โตของเขา ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออกช้าๆ และเน้นย้ำความลึกซึ้งในทุกจังหวะ”
‘อื้อ... ศิน... ลึก... มันลึกไป...’ ฉันเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจ แผ่นหลังเสียดสีกับบานประตูไม้ตามแรงกระแทกกระทั้นที่เริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
‘ชอบไหมล่ะณี... เวลาโดนผมกระแทกแบบนี้ ชอบกว่าตอนนั่งเถียงกันในห้องประชุมหรือเปล่า’ ศินโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูด้วยถ้อยคำหยาบโลนที่ขัดกับชุดทักซิโด้สุดเนี้ยบของเขา เขาจงใจกระแทกจุดกระสันของฉันซ้ำๆ จนฉันต้องผวาเฮือก
“เพื่อเพิ่มความถนัด ศินช้อนข้อพับขาข้างหนึ่งของฉันขึ้นมาพาดไว้บนเอวสอบของเขา ทำให้ช่องทางรักเปิดกว้างรับการสอดใส่ได้ลึกและถนัดถนี่มากยิ่งขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นแข่งกับเสียงแอร์คัตเตอร์ในห้องวีไอพี จังหวะรักของศัตรูคู่อาฆาตเต็มไปด้วยความดิบเถื่อน รุนแรง และกระหายที่จะเอาชนะกันและกัน ไม่มีใครยอมใครแม้กระทั่งเรื่องบนเตียง” ณียิ้มเมื่อเห็นทุกคนสตั๊น แต่ในหัวภาพยังไม่หมดไป
‘อ๊า... อ๊า... ศิน... ฉัน... ไม่ไหวแล้ว... จะเสร็จ...’ ฉันครวญครางไม่ได้ศัพท์ ร่างกายกระตุกเกร็งไปทุกสัดส่วน ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปรวมกันที่จุดกึ่งกลางลำตัว
‘พร้อมกันนะณี... ซี้ดดด... เก่งมากคนสวย...’
ศินเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่งในช่วงโค้งสุดท้าย เขาสาวแก่นกายเข้าออกรัวเร็วและหนักหน่วงจนฉันหัวคลอน ก่อนที่ฉันจะกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำหวานออกมาชโลมอาบท่อนเนื้อของเขาจนเปียกชุ่ม ศินเองก็คำรามลั่นในลำคอ
ณีเล่าต่อ “เขากดสะโพกอัดกระแทกเข้ามาลึกสุดใจเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนจะรีบถอนแก่นกายออกมา ปลดปล่อยสายธารสีขาวขุ่นรดลงบนต้นขาด้านในและชุดเดรสสีแดงของฉันจนเลอะเทอะไปหมด
เราสองคนยืนหอบหายใจรวยรินพิงบานประตู ร่างกายชื้นไปด้วยเหงื่อแม้แอร์จะเย็นเฉียบ ศินรูดซิปกางเกงให้เข้าที่ จัดคอเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้ดูเนี้ยบเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
‘แล้วเจอกันที่สนามประมูลคราวหน้านะ คุณหนูณี... หวังว่าจะสู้ยิบตาเหมือนเรื่องบนเตียง คุณยังเหมือนตอนวัยรุ่นเลย’
พูดจบเขาก็ปลดล็อกประตูแล้วเดินล้วงกระเป๋าออกไปจากห้อง ทิ้งให้ฉันยืนขาสั่นและใจเต้นแรงอยู่คนเดียว” ณีวางแก้วไวน์แล้วยื่นมือขอเบียร์กับจวง
"แล้วไงต่อแม่คุณ! อย่าบอกนะว่าแกก็เดินเชิดๆ ออกมาเลย?"
ต่ายตาโต ร้องถามขึ้นมาทันทีที่ณีเล่าจบ
ณีหยิบกระดาษทิชชูมาซับมุมปาก เช็ดคราบไวน์ออกหน้าตาเฉย
"ก็ใช่น่ะสิ ฉันก็แค่รอให้เขาไปก่อน แล้วแวะเข้าห้องน้ำวีไอพี จัดการเช็ดคราบพวกนั้นออกให้หมด เติมลิปสติกสีแดงให้เป๊ะเหมือนเดิม แล้วก็เดินเชิดหน้ากลับเข้างานไปประมูลสร้อยเพชรแข่งกับมันต่อ... เรื่องเซ็กส์ก็ส่วนเซ็กส์ ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจสิยะ ระดับนี้แล้วไม่มีมานั่งเขินหรอก"
"ยอมใจความแรดของแกเลยจริงๆ ไฮโซนี่มันแซ่บกันแบบนี้นี่เอง" หญิงหัวเราะร่วน ยกแก้วเบียร์ขึ้นชนกับณี "เอ้า ดื่มให้กับความเร่าร้อนในห้องวีไอพี!"
ณีหันไปมองจวง
“หนูรู้ค่ะคุณนาย เรื่องของเจ้านายหนูจะยุ่งทำพรือ” จวงทำท่ารูดซิบปาก
วงสนทนาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์ ก่อนที่ต่ายจะหันหน้าไปทางฝั่งสาวใช้ที่นั่งฟังตาปริบๆ
"เอาล่ะ หมดแก๊งคุณหนูไฮโซแล้ว ทีนี้มาถึงคิวฝั่งแม่บ้านกันบ้าง..." ต่ายชี้ปลายช้อนไปทางสาวชาวกะเหรี่ยงหน้าตาจิ้มลิ้ม
"เริ่มจากมะขิ่นก่อนเลย นั่งเงียบเชียวนะเรา หน้าตาซื่อๆ แบบนี้ มีเรื่องอะไรแซ่บๆ ซ่อนไว้บ้างล่ะ ว่ามาเลยอย่าให้เสียชื่อวง"
มะขิ่นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ ก็ตกเป็นเป้าสายตา เธอก้มหน้าลง บีบมือตัวเองที่วางอยู่บนตักแน่น แววตาที่เคยใสซื่อเต็มไปด้วยความสับสน หวาดกลัว และความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอเมื่ออดีตอันดำมืดถูกขุดคุ้ย
"ขะ... ขิ่นม่ายมีเรื่องแซ่บๆ หรอกจ้ะคุณๆ ... มีแต่เรื่อง... บาปกรรม"
น้ำเสียงของมะขิ่นสั่นเครือ แววตาหลุบต่ำมองพื้น
"เรื่องของ... คุณผู้พัน... ผัวของคุณหญิงที่เคยมีพระคุณ ช่วยชีวิตขิ่นเอาไว้จ้ะ..."
คำเกริ่นนำที่เต็มไปด้วยความดราม่าและความตึงเครียดของมะขิ่น ทำเอาเสียงหัวเราะในวงสังสรรค์ชะงักกึก ทุกคนหันมามองสาวใช้ชาวกะเหรี่ยงเป็นตาเดียว บรรยากาศที่เคยสนุกสนานหยอกล้อเปลี่ยนเป็นความอยากรู้อยากเห็นที่จริงจังขึ้นมาทันที
“ยกให้หมดกระป๋องก่อนค่อยเล่า” ฝนเบรกเพราะเห็นมะขิ่นเกร็ง ๆ