ตอนที่ 15. หลังม่านกำมะหยี่
"นิก... ชื่อของเด็กนั่นคือ นิก" ฝนเล่าต่อ นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มเมื่อนึกถึงหุ่นล่ำๆ สไตล์วัยรุ่นของนายแบบหนุ่ม "อายุเพิ่งจะยี่สิบเจ็ด กล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวย ผิวขาวจัดแบบคนดูแลตัวเองดีมาก “ตอนเขาเล่นฟิตเนทใหม่ๆ เคยมาให้ฉันนวด วันนั้นเขามาลองชุดสูท คอลเลกชันใหม่ของร้านที่เป็นสีขาวล้วน พอฉันรูดม่านกำมะหยี่สีแดงปิดลง ห้องลองเสื้อแคบๆ นั่นก็เหลือแค่เราสองคน"
ภาพในความทรงจำของฝนเริ่มทำงาน... เธอในชุดเดรสทำงานรัดรูปกำลังถือสายวัดสีเหลือง ยืนประจันหน้ากับเด็กหนุ่มที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมและกางเกงสแล็คสีขาวเนื้อผ้าเข้ารูป
‘พี่ฝนครับ... ผมว่าเป้ากางเกงมันรั้งๆ ไปหน่อยนะครับ ผมเพิ่งรู้ว่าพี่ทำร้านพรีเว็ดดิ้งด้วย’ นิกพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางขยับสะโพกไปมา
ฝนก้มลงมองตาม และภาพที่เห็นก็ทำเอาเธอแทบลืมหายใจ กางเกงสแล็คสีขาวที่รัดตึงเผยให้เห็นร่องรอยของความใหญ่โตที่นูนเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน ชัดจนรู้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้สวมชั้นในมาด้วยซ้ำ!
‘เอ่อ... งั้นเดี๋ยวพี่วัดช่วงเป้าให้ใหม่นะ จะได้ให้ช่างแก้ไซซ์ให้’ ฝนพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น เธอย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้านิก มือที่ถือสายวัดค่อยๆ ทาบลงไปที่หน้าขาด้านในเพื่อวัดความยาว พร้อมกับกลืนน้ำลาย
แต่จังหวะที่หลังมือของเธอเฉียดผ่านเป้ากางเกงที่นูนตึง นิกกลับจงใจขยับสะโพกสวนเข้าหา จนส่วนนั้นเสียดสีกับฝ่ามือของเธออย่างจัง ฝนชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มด้วยความตกใจ แต่นิกกลับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาซุกซนของเขามองต่ำลงมาที่ร่องอกของเธอที่โผล่พ้นคอเสื้อเดรสเวลาที่เธอก้มตัว
‘พี่ฝนมือสั่นจังเลยนะครับ... หนาวเหรอ’ ไม่พูดเปล่า นิกสอดมือเข้ามาใต้ท้ายทอยของฝน ออกแรงรั้งเบาๆ ให้ใบหน้าของเธอขยับเข้าไปใกล้กับเป้ากางเกงของเขามากยิ่งขึ้น ไอความร้อนจากตัวเขาแผ่ทะลุเนื้อผ้าสีขาวออกมาจนฝนสัมผัสได้
‘นิก... อย่าเล่นแบบนี้ ข้างนอกลูกค้าเต็มร้านเลยนะ พนักงานพี่ก็อยู่ตรงเคาน์เตอร์’ ฝนกระซิบเสียงดุ แต่กลับไม่ได้ปัดมือเขาออก
‘มันคุ้นมือน่ะครับ...’ นิกรูดซิปกางเกงสแล็คสีขาวลงอย่างรวดเร็ว แก่นกายความเป็นชายที่กำลังตื่นตัวเต็มที่ดุนดันออกมาทักทายโลกภายนอกทันที ฝนเบิกตากว้าง กลิ่นกายหอมสะอาดแบบวัยรุ่นชายผสมกับความดิบเถื่อนทำให้สติของเธอเตลิด เด็กหนุ่มไม่รอช้า เขากดท้ายทอยเธอลงมาหา บังคับให้ริมฝีปากสีเชอร์รี่ของเธอครอบครองความใหญ่โตของเขา ฝนลุกพรวดขึ้นมองเขาเขม็ง
‘นี่...’ ฝนครางประท้วง แต่สัญชาตญาณความเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ กลับสั่งให้เธอไม่โกรธเขา
“ผมคิดถึงมือพี่มากเลย ไม่เคยลืมเลยน่ะพี่ พอเห็นพี่มันก็พร้อมเลย พี่ช่วยผมอีกครั้งได้มั้ย ครั้งสุดท้ายก่อนผมมีครอบครัว ผมอยากเก็บความทรงจำกับมือแรกของผมและคนแรกของผม” นิกอ้อนวอนด้วยสายตา เธอมองความยาวแล้วแอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง
“ไม่ใช่ตอนนี้ และไม่ฟรีด้วยเห็นแก่ลูกค้าเก่า พี่ต้องไปเตรียมน้ำมัน กลับมาตอนทุ่มนึงหลังร้านปิดละกัน” ฝนบอกแล้วเดินออกไป นิกเก็บของกลับเข้ากางเกงแทบไม่ทัน เมื่อเห็นเธอจะเปิดม่าน นิครีบหมุนตัวหลบ
จนเวลาหนึ่งทุ่มตรง ไฟหน้าร้านปิดหมดแล้ว ประตูเหล็กม้วนปิดลงมาหมด เหลือแค่ประตูกระจกบานเล็ก
‘พี่ฝน... ลูกค้าพี่มาขอรับชุดที่แก้ค่ะ รออยู่ตรงเคาน์เตอร์นะคะพี่!’ เสียงพนักงานตะโกนบอกจากด้านนอกร้าน เธอกำลังกลับบ้านหลังเลิกงาน ทำเอาฝนสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามมีสมาธิแล้วเดินออกไป นิกยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“จะลองชุดก่อนมั้ยคะ” ฝนถามเป็นพิธีแล้วเดินไปล็อกประตูกระจก ขณะที่นิกเดินเข้าไปในห้องลองเสื้อ
ฝนเปิดเข้าไปในห้องลองเสื้อ นิครั้งตัวเธอเข้ามายืนชิดเขา แล้วดันร่างของฝนให้แผ่นหลังแนบติดกับกระจกใสของห้องลองเสื้อ ที่มีเพียงผ้าม่านกำมะหยี่หนาๆ กั้นบังสายตาคนนับสิบที่เดินพล่านอยู่ด้านนอกร้าน!
‘นิก! บ้าไปแล้ว! คนผ่านไปผ่านมาเยอะแยะ ฉันเตรียมอุกรณ์ไว้ในห้องทำงาน’ ฝนกระซิบเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก ฝนเว้นรินเหล้าแก้คอแห้งก่อนเหล้าต่อ “ฉันน่ะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจออะไร หลายปีก่อนตอนเขาเริ่มเล่นเวทเทรนนิ่งเขามานวดแผนโบราณที่ร้านฉันบ่อย แต่ไม่รู้ไปเอาข่าวมาจากไหนจึงขอเจาะจงให้ฉันนวดแบบพิเศษ หลังจากนวดแบบพิเศษไปสองครั้งในหนึ่งเดือน อีกเดือนเขามาขอให้ฉันสอนการมีอะไรกับผู้หญิง แล้วขอให้ฉันเอาความบริสุทธิ์เขาไปด้วย เขาไม่อยากไม่รู้อะไรเลยตอนมีอะไรกับแฟน น่าจะเป็นคนที่แต่งด้วยนี่แหละ ให้ตั้งสองหมื่น ผิวขาวยาวใหญ่ขนาดนี้ฉันเลยรับงาน หวานเจี๊ยบ” ฝนกระดกเหล้าอีกครั้ง แล้วมองดูเพื่อนๆ นั่งกลืนน้ำลาย ก่อนจะเล่าต่อ
‘ผมไม่ไหวแล้วพี่ฝน รอจนของผมมันปวดไปหมดแล้วเนี่ย...’ เด็กหนุ่มแสยะยิ้ม เลิกกระโปรงเดรสของต่ายขึ้นไปกองที่เอว ก่อนจะรั้งแพนตี้ลูกไม้สีดำของเธอให้ร่นลงไปเกี่ยวไว้ที่ต้นขาข้างหนึ่ง เขาจับเรียวขาของต่ายยกขึ้นพาดเกี่ยวเอวของเขาไว้ แล้วจัดการสอดแทรกความร้อนผ่าวเข้าไปในช่องทางที่กำลังตอดรัดด้วยความตื่นเต้นขั้นสุดรวดเดียวจนมิดด้าม!
‘อ๊า!!’ ฝนหวีดร้องเสียงหลง แต่ก็ถูกมือหนาของนิกตะปบปิดปากไว้ได้ทันท่วงที
‘ชู่วว... เบาๆ สิครับ เดี๋ยวเสียงดังออกไปนะ’ นิกกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกอัดกระแทกเข้ามาอย่างหนักหน่วงและรัวเร็วพร้อมกับจูบเธอ ถึงเธอรู้ว่าวันนี้ต้องโดนแน่ๆ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นห้องนี้ เธออุตส่าห์จัดเตรียมห้อง และให้ลูกน้องกลับกันก่อน
ความรู้สึกมันทั้งเสียวสะท้านและหวาดเสียวจนแทบขาดใจ แผ่นหลังของต่ายแนบอยู่กับกระจกเย็นเฉียบ ทุกครั้งที่นิกกระแทกเข้ามา กระจกก็สั่นกึกๆ จนต่ายกลัวว่าผ้าม่านมันจะเลิกเปิดออก เสียงคนข้างนอกเดินไปมาและเสียงรถยังดังชัดเจน นิกปลดเดรสท่อนบนลงแล้วใช้มืออ้อมไปปลดบราด้านหลังอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่าต่ายถอนจูบออกมานิคก็ก้มดูดหน้าอกเธอแล้วโดยเธอไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ที่ท่อนบนไหลไปกองอยู่ที่เอว แค่ผ้าม่านกั้นแต่ภายในห้องนี้ เธอกำลังถูกเด็กหนุ่มรุ่นน้องกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่ง!
‘อื้อ... อื้อ... นิก... เสียว...’ ฝนทำได้แค่ครางอู้อี้อยู่ในลำคอ จิกเล็บลงบนแผ่นหลังของเด็กหนุ่มเพื่อระบายความรุ่มร้อน ช่องทางของเธอตอดรัดเขาแน่นยิบๆ เพราะความตื่นเต้นที่กลัวคนจะมาเห็น มันเร้าอารมณ์ยิ่งกว่าการทำบนเตียงนุ่มๆ เป็นร้อยเท่า
นิกเร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ เขากระแทกเน้นๆ ย้ำๆ ตรงจุดกระสันจนฝนตาเหลือก ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ปลดปล่อยความสุขสมออกมาอย่างเงียบเชียบที่สุดในชีวิต น้ำใสๆ ไหลเยิ้มเปรอะเปื้อนหน้าขา นิกกดสะโพกแล้วเธอหันหลัง ดันแก่นชายเข้าปจนสุดแล้วแช่ค้างไว้ ของเธอมันยังตอดตุ๊บๆ อยู่ ความเสียวแล่นไปทั่วตัว
“อื๊อ…” นิคปล่อยร่างเธอกระตุกสักพักก็ขยับเอวต่อ เขาให้เธอเอี้ยวตัวมาแล้วจูบเธอ ฝนหันมาจับหัวเขาแล้วจูบตอบตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติของร่างกายแล้วมือนิคยังอ้อมไปกุมหน้าอกเธอ ตอนนี้นิคเร่งจังหวะเร็วขึ้นต่ายเอามือยันกระจกไว้เตรียมรับแรงกระแทก ตับ ๆ ๆ เสียงเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“ซี้ด… พี่ฝน”
นิกปล่อยธารอุ่นร้อนฉีดพ่นเข้าไปในร่างกายของเธอจนหมดแม็ก
ฝนหอบหายใจรวยรินร่างกระตุกอีกครั้ง เธอหันกลับมาซบหน้าลงกับไหล่กว้างของนิก ขาทั้งสองข้างสั่นจนแทบยืนไม่อยู่
‘เสร็จแล้วครับพี่ฝน... เป้ากางเกงตัวนี้ พอดีเป๊ะเลย’ นิกกระซิบหยอกเย้า ก่อนจะผละออกไปจัดการรูดซิปกางเกงสแล็คสีขาวที่ตอนนี้มีคราบน้ำรักเปื้อนเป็นรอยจางๆ ซ่อนอยู่ด้านใน
ส่วนฝนก็ต้องรีบดึงแพนตี้ขึ้น สางผมให้เข้าที่ ปรับสีหน้าและลมหายใจให้เป็นปกติที่สุด ก่อนจะแหวกม่านกำมะหยี่เดินออกไป
“เธอเอาเปรียบพี่ นี่ไม่ใช่แบบที่คุยไว้”
“ผมขอโทษพี่ ผมไม่ไหวจริงๆ มันจะเป็นครั้งแรกที่นี่และครั้งสุดท้ายของพี่กับผม” นิคเดินตามออกมา พร้อมกดโทรศัพท์โอนเงิน
“ผมใฝ่ฝันถึงพี่มานาน ให้ความทรงจำนี้เป็นของขวัญผมนะพี่” นิคออดอ้อน จริงๆ แล้วฝนก็ไม่ได้โกรธอะไรมาก
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกนอกร้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
"กรี๊ดดดด! อีฝน! แกมันบ้าไปแล้ว!" หญิงกรีดร้องออกมาเป็นคนแรกหลังจากฝนเล่าจบพลางปาองุ่นใส่เพื่อน "แค่ผ้าม่านกั้นบเนี่ยนะ! ร้านนั้นคนเดินผ่านเยอะแยะ แกกล้ามาก!"
"ก็เด็กมันยั่วอ่ะ! แล้วความตื่นเต้นตอนที่เห็นคนเดินไปมาอยู่ข้างนอก แต่ข้างในเรากำลังโดนกระแทกยับๆ มันเป็นอะไรที่โคตรฟินเลยพวกแก เอ็กซ์ตรีมสุดๆ" ฝนหัวเราะร่วน ยกเบียร์ขึ้นจิบอย่างภาคภูมิใจในวีรกรรมของตัวเอง พร้อมส่งแก้วเหล้าที่หมดให้มะขิ่น
"ยอมใจเลยจ้ะคุณฝน จวงว่าแซนด์วิชของจวงเสียวแล้ว เจอห้องลองเสื้อของคุณฝนเข้าไป จวงนี่กราบเลย จวงจำได้มองจากประตูเข้าไปก็เห็นห้องลองเสื้อเลย ถ้าคนที่ผ่านไปมาเห็นสักคนแล้วหยุดดู ไทยมุงตามมาแน่" จวงยกมือไหว้ปลกๆ เรียกเสียงฮาจากทั้งวง
"เห็นมั้ยล่ะ ฉันบอกแล้วว่าธีม Outdoor มันกระชุ่มกระชวยหัวใจ ฉันก็กลัวมือเขาไปปัดโดนผ้าม่านเปิดเหมือนกัน" ฝนยิ้มกริ่ม ก่อนจะหันไปทางเป้าหมายต่อไป "เอาล่ะ คิวต่อไป... ยัยหญิง! ธีม 'สวมบทบาทและอุปกรณ์' ของแก... มามะ คุณนายเจ้าของบริษัทส่งออก มาดูกันสิว่าแกซ่อนของเล่นอะไรไว้ในตู้เซฟบ้าง!"
จบตอน.