บทที่ 14
"หม่ามี๊ไม่ร้องนะ ผมรักหม่ามี๊" อ้อมแขนทั้งสองข้างในวันนี้ได้โอบกอดลูกชายและปกป้องเขาได้เพียงเท่านี้ เธอเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องหลินหลินเธอไม่เคยดูแลเอาใจใส่และเธอยังทำให้ลูกของเธอลำบากจนถูกพ่อที่แท้จริงไล่ออกจากบ้าน
ผู้หญิงตัวเล็กอุ้มลูกวัยสองขวบเดินมาตามฟุตบาทพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินกับความเจ็บปวดเขาเลือกที่จะเชื่อคนอื่นเลือกเห็นสิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่ถูก เขาตัดเธอกับลูกออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะผู้หญิงที่เขาเคยรักกันมาก่อน
"ปี๊น!" รถยนต์สีขาวขับมาจอดเทียบข้างฟุตบาทในขณะที่หลินหลินอุ้มลูกเดินตามข้างทาง เธอหยุดชะงัก เจ้าของรถสีขาวนั่นคือพี่หมอคิม
"หลินหลินเกิดอะไรขึ้น" หมอคิมวิ่งอ้อมจากรถของตัวเองมาหาหลินหลินและจับมือมองมาที่เด็กผู้ชายตัวเล็กในอ้อมกอดของหลินหลิน
"ฮื่อๆ พี่หมอเขาใจร้ายกับหลินไม่พอเขายังใจร้ายกับลูกด้วย" หมอคิมยื่นมือทั้งสองข้างอุ้มน้องณธีลูกชายของหลินหลิน
"ไม่เป็นไรนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพี่จะอยู่เคียงข้างหลินกับลูกของเธอเอง ไปอยู่ที่บ้านของพี่ก่อนนะ"
"ไม่ร้อง" ใบหน้าหล่อด้วยความเป็นเด็กน้อยหน้าตาคล้ายกับพ่อของเขาขนาดนี้ ทำไมผู้เป็นพ่อถึงไม่เอะใจบ้าง เป็นเพราะความแค้นในอดีตที่เขานั้นพูดถึงหรือว่าเพราะผู้หญิงคนใหม่ของเขาตกบันไดและคิดว่าเธอเป็นคนทำและเอกสารหลอกลวงนั้นมันมาจากไหน
"หลินหลินได้ยินในสิ่งที่ลูกพูดไหม" หมอคิมหันมองหลินหลินอยู่สองครั้ง ซึ่งดูเธอเหม่อมีเพียงแต่น้ำตาที่ไหลออกมาแม้แต่ลูกชายที่เงยหน้าพูดด้วย เธอยังไม่รู้ตัวจนกระทั่งหมอคิมจับมือของหลินหลินและเขย่าเธอจึงสะดุ้งรู้สึกตัว
"ห่ะๆ ฮึ๊ก อะไรเหรอค่ะ" มือน้อยๆ รีบยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาบนแก้มขาวของผู้เป็นแม่ เขาลุกขึ้นยืนบนตักของหลินหลิน
"ไม่ร้องนะ" อ้อมกอดของลูกนั้นอบอุ่นที่สุดในตอนนี้ แล้วเด็กผู้ชายตัวเล็กโอบกอดคอของเธอพยายามบอกกับผู้เป็นแม่ไม่ให้ร้องไห้
"เธอเป็นแม่เธอควรเข้มแข็งมากกว่าลูกนะหลินหลิน จะให้ลูกอยู่ยังไงถ้าเธออ่อนแอ" ผู้เป็นแม่โอบกอดลูกชายด้วยสองมือ เธอได้เพียงแต่คิดว่าชีวิตต่อจากนี้จะทำยังไงและจะไม่มีวันยอมให้คนอื่นเอาของของเธอไปไม่ว่าจะเป็นเงินบ้านรถบริษัทแม้แต่สามีเธอก็ไม่มีวันยอมให้กับนิตาหรอก
เมื่อมาถึงบ้านของหมอคิมซึ่งไม่ใช่บ้านหลังใหญ่มาก ถ้าเปรียบกับบ้านของหลินหลินก็เหมือนบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งที่อยู่เทียบข้างกัน
"อยู่ที่นี่ได้ใช่ไหม พี่ขอคุยกับครอบครัวก่อนแล้วพี่จะพาเธอเข้าไปอยู่ที่บ้านหลังใหญ่กับพี่และคุณพ่อคุณแม่" หมอคิมมองหน้าของหลินหลินเขายังมีครอบครัวที่ต้องขออนุญาตไม่สามารถพาเธอเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่ได้ด้วย
"ไม่เป็นไรเลยค่ะ อยู่ที่บ้านหลังนี้ก็ได้ชีวิตของหลินมันน่าสมเพชมากเลยใช่ไหม จากที่มีทุกอย่างตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่เงินสักบาท ฮึ๊ก แต่หลินจะทำทุกอย่างให้ของของหลินนั้นกลับคืนมา"
หมอคิมส่ายหน้าไปมารีบจับมือของหลินหลิน
"หลินไม่ต้องต่อสู้อะไรทั้งนั้นและไม่ต้องไปทวงของพวกนั้นด้วย พี่มีให้หลินนะถึงแม้ว่ามันจะไม่มากเท่ากับที่หลินเสียไปแต่พี่สัญญาว่าพี่จะ..."
หลินหลินส่ายหน้าไปมาให้กับหมอคิมเธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้นั้นรู้สึกดีกับเธอแต่ในหัวใจของเธอนั้นไม่สามารถปันใจให้กับใครได้นอกจากสามี
"หลินขออาศัยอยู่กับพี่หมอคิมเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้นและหลินก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเขาคือสามีของหลินเราแค่เข้าใจผิดกัน" หมอคิมถอนหายใจผู้หญิงคนนี้ยังคงดื้อเหมือนเดิม
"เอาล่ะ เราจะไม่เถียงกันต่อหน้าเด็ก หิวไหมครับไปทำอะไรกินกับคุณลุงในครัวกันดีกว่า" อย่างน้อยที่พ่อของเขาใจร้ายก็ยังมีหมอคิมที่เป็นลุงใจดีพาลูกชายของเธอเข้าไปในครัวทำกับข้าวหัวเราะสนุกกัน
หลินหลินเธอส่งข้อความบอกกับหมอคิมให้ดูลูกชายตัวเองและขอออกไปทำธุระ
ในช่วงตอนเย็นหลินหลินตรงมาที่บริษัทของพ่อ เธอแต่พอมาถึงทั้งรปภ.ที่ดูแลความปลอดภัยไม่ยอมให้เธอเข้าไปข้างใน
"นายไม่รู้เหรอว่าฉันเป็นใคร ฉันเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทนี้" รปภ.ทั้งสองคนนั้นมองหน้ากันสายตาเลิ่กลั่กโดยที่รปภ.ทั้งสองคนนั้นเพิ่งเข้ามาใหม่และยังไม่เคยเห็นหน้าหลินหลิน
"คุณผู้หญิงสวัสดีค่ะ นี่คือคุณผู้หญิงภรรยาของคุณธารามบอสของเราอย่าเสียมารยาทช่วยทำความเคารพด้วย" มีพนักงานผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาทำไมเธอถึงรู้จักเธอและยังบอกให้รปภ.ขอโทษเธออีก
"สวัสดีค่ะ คุณผู้หญิงดิฉันเคยเป็นเลขาฝึกงานในตอนที่คุณท่านยังอยู่และตอนนี้ดิฉันก็ได้มาเป็นเลขาที่นี่แต่เป็นเลขารอง" หลินหลินพยักหน้าให้กับเลขารองเดินและเข้ามาในบริษัท
"คุณหลินหลินจะไปไหนคะ ดิฉันจะได้อำนวยความสะดวกให้"
"ไปห้องทำงานของคุณธาราม" หลินหลินเข้าไปในห้องทำงานของธารามเธอนั่งดูหน้าจอคอมพิวเตอร์
"เธอช่วยตามคุณชูชาติให้ฉันที" เลขารองพยักหน้าให้กับหลินหลินเมื่อเธอเดินพ้นออกมาจึงโทรหาะารามก่อนที่จะไปตามคุณชูชาติอย่างที่หลินหลินต้องการ
เวลาผ่านไปไม่นานคุณชูชาติบุคคลที่หลินหลินต้องการนั้นมาถึงห้องทำงาน
"ไม่ได้เจอกันนานเลย คุณหลินสวัสดีครับ" หลินหลินยกมือไหว้สวัสดีตอบกลับชูชาติและเชิญให้นั่งที่โซฟา
"บริษัทนี้เป็นของคุณธารามทั้งหุ้นส่วนที่เคยเป็นของคุณพ่อฉันใช่ไหม" ชูชาติพยักหน้าให้กับหลินหลินเป็นไปอย่างที่หลินหลินพูด เธอไม่เหลืออะไรเลยจริงๆ พ่อของเธอยกให้เขาเพราะว่าไว้ใจและวางใจว่าผู้ชายคนนี้จะดูแลลูกสาวและหลานได้อย่างดี
"ฉันจะทำยังไงที่จะให้บริษัทของฉันกลับมาเป็นชื่อฉัน" หลินหลินเธอจ้องมองหน้าของชูชติและเอ่ยถามว่ามีวิธีไหนที่จะทำให้เธอนั้นได้บริษัทคืน
"คือว่า" ชูชาติน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ ไม่สามารถพูดตอบกลับหลินหลินได้และในขณะเดียวกันประตูห้องทำงานถูกเปิดพรวดเข้ามา อดีตสามีแสนดีเดินตรงเข้ามาด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจ
"เป็นไปไม่ได้หรอกเพราะทุกอย่างมันเป็นของฉัน ผู้หญิงโง่ๆ แบบเธออย่าคิดแม้แต่จะได้คืนเลยหาเงินหมื่นใช้เองให้ได้ก่อนเถอะ" ในสายตาของเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอแล้วจริงๆ หลินหลินไม่ใช่แค่คำพูดที่เขาดูถูกแต่ยังเป็นการกระทำที่จับแขนของเธอกระชากออกมาจากห้องทำงาน เรือนร่างบางถูกเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น
"คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ฉันเป็นภรรยาของคุณนะ" เธอเงยหน้ามองสามีตัวเองบอกกับเขาว่าเธอคือภรรยาของเขา แต่ผู้เป็นสามีนั้นกลับส่ายหน้าไปมา
"อย่าเอาคำนี้มาใช้ เธอไม่คู่ควร"
ธารามนั่งยองๆ ลงโดยที่เขาไม่สัมผัสหรือแตะต้องตัวหลินหลินเลยสักนิด
"ถ้าฉันไม่คู่ควรอีนิตามันคู่ควรอย่างนั้นเหรอ คุณจะเลวเกินไปหรือเปล่าในสิ่งที่คุณทำกับฉันที่เป็นภรรยาของคุณ คุณทำกับลูกที่เป็นสายเลือดของคุณได้ยังไง ฮึ๊ก ฉันถามว่าอีนิตามันดีตรง!"
หลินหลินตะหวาดเสียงใส่สามีตัวเองจนเขาลุกขึ้นยืน
"ดีกว่าทุกตรงเพราะนิตาเป็นคนดี ส่วนเธอนั้นมัน...หึ ฉันไม่อยากพูดมันทุเรส รปภ.เอาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบริษัทและอย่าให้เข้ามาได้อีก" รปภ.ทั้งสองคนรีบวิ่งมาจับหลินหลินและดึงออกมาโดยที่เธอพยายามยื้อเรียกสามีตัวเองแต่ก็ไม่ได้ผลเรือนร่างบางถูกผลักออกมาจากบริษัทเหมือนกับเศษขยะที่เขากวาดทิ้ง
"ฮื่อๆ ธารามคุณมันเลว"
เตรียมหรือยังทิชชู่อะทุกคนความเลวของผัวคนเปรตเริ่มแล้วนะ กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มาค่ะมาตำ *****คค่า ก่อนหมดโปร อิอิ ไม่อยากค้างไม่อยากหน่วงต้องจิ้ม *****คก่อนหมดโปรโมชั่นเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วัน ได้ไป52ตแนคุ้มๆ