เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอย่างน่ารำคาญ ทำให้คาราเมลต้องลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกที่ทั้งเหนื่อยล้าและมึนงงจากปาร์ตี้เมื่อคืนที่จบลงอย่างไม่เป็นท่า เธอใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งรีบที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่เมื่อไปถึงที่ทำงานก็ยังพบว่าสายไปกว่าสองชั่วโมงอยู่ดี
"เมล...ทำไมมาสายขนาดนี้ล่ะ" เสียงของถิงถิงดังขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่รีบร้อน
"ฉันตื่นสายน่ะ แต่นี่ก็รีบสุด ๆ แล้วนะ" คาราเมลตอบไปตามความจริง เมื่อคืนเล่นระบายความเครียดจากการทำงานวันแรกมากไป จนลืมไปว่าวันนี้ยังคงต้องมาทำงานต่อ แถมนมนวลที่มักจะคอยปลุกทุกเช้ากลับไม่อยู่แต่เช้าอีกต่างหาก
สภาพก็เลยเป็นอย่างที่เห็น
"ท่านประธานให้เมลเข้าพบทันที ท่านน่าจะโกรธมากด้วย เมลเตรียมเหตุผลดี ๆ นะ" ถิงถิงเตือนด้วยความหวังดี สีหน้าเขาตอนออกคำสั่งดูไม่ดีอย่างเห็นได้ชัดเจน
"อื้ม...ขอบใจนะถิงถิง" คาราเมลตอบพร้อมกับเดินตรงไปที่ห้องทำงานของเลออนทันที หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ว่าเพราะความกลัว หรือเพราะความไม่พอใจที่เธอต้องมาอยู่ใต้คำสั่งของใครก็ไม่รู้อีกวันหนึ่ง
ก๊อก ๆ
"เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำของเลออนดังออกมาให้ได้ยิน คาราเมลจึงเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับท่าทีที่ลอยหน้าลอยตา
"ท่านประธานมีอะไรคะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่รู้สึกผิด
เลออนไม่ได้ตอบอะไรในทันที เขานั่งนิ่ง ๆ บนเก้าอี้ทำงานตัวโปรด ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองเธอด้วยความว่างเปล่า แต่ในความว่างเปล่านั้นกลับเต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันเธออย่างน่ากลัว
"กี่โมงแล้ว" เสียงเขาถามขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่ก็ดังพอที่จะทำให้เธอรู้สึกถึงความไม่พอใจ
"สิบโมงค่ะ" คาราเมลตอบอย่างไม่ยี่หระ เธอพยายามแสดงออกว่าไม่กลัวเขาแต่ในใจกลับเริ่มสั่นคลอน
"ทำงานสองวันก็สายทั้งสองวัน"
"แล้วใครมันช่างคิดกฎให้เริ่มงานเช้าขนาดนี้ล่ะ" เธอพึมพำกับตัวเอง ขนาดวันธรรมดาร่างกายค่อนข้างคลีนยังตื่นเกือบเที่ยง แล้วนับประสาอะไรกับวันที่เมาค้าง
"คาราเมล..." เลออนทำเสียงดุขึ้นมา เป็นไปตามที่คาดไม่มีผิด เธอไม่เคยสำนึกในความผิดจริง ๆ
"ค่า...ขอโทษค่า" หญิงสาวตอบกลับอย่างไม่เต็มใจ เพื่อให้มันจบ ๆ จึงพูดออกไปอย่างนั้น
"ฉันไม่เคยห้ามที่เธอจะออกไปผ่อนคลายหลังเลิกงาน แต่ช่วยมีความผิดชอบหน่อย"
"พี่เซเรนบอกนายเหรอ?" คาราเมลถามอย่างหัวเสีย จะเป็นไปใครได้ถ้าไม่ใช่ลูกน้องที่คาบข่าวไปบอกเขา
"เรียกดี ๆ" เลออนกดเสียงเข้ม ไม่พอใจในสรรพนามที่ใช้เรียกห้วน ๆ
"ท่านประธานไม่ควรละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของฉันนะ" ทำเอาเธอถึงกับกรอกตาแล้วรีบเปลี่ยนสรรพนามเรียกคนบ้าอำนาจทันที
"ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นผู้ปกครองเธอ"
"แต่ฉันโตแล้ว! จะไปทำอะไร ที่ไหนทำอะไรมันสิทธิของฉัน!" เธอแผดใส่เขาเสียงดัง วิศรุตที่เป็นพ่อยังไม่ได้บงการเท่าผู้ปกครองจำเป็นแบบเขาเลย
"คนที่ขาดความรับผิดชอบยังสามารถบอกว่าตัวเองโตแล้วได้เหรอ?" คำพูดของเลออนฟาดลงกลางอกเธออีกครั้ง ถ้าเป็นเรื่องนี้ที่เป็นความจริงก็เถียงไม่ได้
"ขี้บ่นมากกว่าป๋าอีก" แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นร่างบางก็ยังแอบหลบตาแล้วปากดีใส่เขาได้เหมือนเดิม
แต่ทันทีที่เธอหันกลับมาเผชิญหน้า เห็นสายตาเข้มดุที่จ้องมองมาเงียบ ๆ ก็ทำให้เธอต้องรีบเงียบปากลง
มีหวังพูดต่อได้โดนคนตรงหน้าฆ่าตายแน่นอน
"..."
"ฉันขอตัวไปทำงานนะ" คนกลัวรีบหมุนตัวหมายจะหนีความผิดออกจากห้อง
"ฉันจะให้บริษัทหักเงินเดือนเธอ" ทว่าเสียงเลออนที่พูดไล่หลังก็ทำเธอชะงัก จากนั้นจึงรีบหันกลับมาด้วยท่าทีตกใจ
"ไม่ได้นะ!"
"ฉันเคยพูดว่ายังไง?" ใช่...พนักงานทั่วไปขาดลามาสายต้องถูกหักเงินตามกฎของบริษัท แต่สำหรับเธอที่ยังปรับตัวไม่ได้ มันก็พอจะอ่อนข้อให้สักหน่อยไม่ใช่หรือ…
"ขอโอกาสอีกรอบไม่ได้เหรอ?" เสียงของคาราเมลอ่อนลงทันทีที่พูดถึงเงินทอง เพราะแค่นี้มันก็ไม่เหลืออะไรให้เธอแล้ว
"โอกาสมีให้แค่ครั้งเดียว ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่หักเงินเดือนวันแรกที่เธอมาสายไปด้วย"
"ชิ" คาราเมลกรอกตาเบื่อหน่าย จะเสียงแข็งเสียงอ่อนเขาก็ไม่ยอมเธอเลย
"หรืออยากโดนลดวงเงินบัตรด้วย?" ความดื้อที่ไม่ลดละทำเอาเลออนถึงกับถอนหายใจ
อยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ที่คนดื้อจวนตัวจะเป็นยังไง จะหยุดซ่าหรือต่อต้านเขาได้หรือยัง
"อย่านะ! แค่นี้ก็แทบไม่เหลือแล้ว" จนคนหมดหนทางสะดุ้ง ถ้าทำแบบนั้นเธอต้องตายแน่นอน
"งั้นก็ทำตัวให้ดี ออกไปทำงานได้แล้ว" ร่างสวยถูกโบกมือไล่ออกจากห้องอย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ทำอะไรเขาไม่ได้เลย คนใต้บังคับบัญชาแบบเธอจึงต้องยอมออกจากห้องแต่โดยดี
"โอเคไหมเมล" ท่าทีคอตกของเลขาท่านประธานอีกคนทำถิงถิงรีบออกปากถามอย่างเป็นห่วง
"สบายมาก ถิงสอนงานเราเถอะ พร้อมละ" คาราเมลจึงทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วรีบศึกษางานต่อเพื่อไม่ให้ท่านประธานผู้โหดเหี้ยมมีเรื่องให้ต้องดุและต่อว่าอะไรเธออีก
...
...
"ช่วงบ่ายพวกคุณสองคนเข้าประชุมกับผมด้วย" เสียงเปิดประตูออกของท่านประธานใหญ่ทำผู้หญิงหน้าห้องทั้งสองลุกขึ้นยืน และเมื่อออกคำสั่งเสร็จเขาก็รีบเดินออกไปทิ้งคาราเมลให้มองตามแบบงง ๆ
"ประชุม?"
"ประชุมทีมน่ะ รวมผู้อำนวยการของทุกแผนก พวกเราจะประชุมกันทุก ๆ วันพฤหัส" ถิงถิงรีบไขข้อสงสัยนั้น
"อ๋อ...เราต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง"
"เตรียมตัวจดตามให้ทันก็พอ ส่วนใหญ่ก็จะคุยถึงปัญหาที่เจอในทีม แชร์กันเพื่อหาทางออก ไม่ได้มีอะไรมากหรอก เราพักไปทานข้าวกันก่อนเถอะ ว่าแต่เมลจะออกไปทานที่ห้างอีกเหรอ?" เมื่อวานเธอก็แยกกันไปห้างที่เชื่อมติดกับบริษัท ขณะที่เลขาอย่างเธอเพียงแค่หาอะไรทานง่าย ๆ กับร้านข้างทางที่มักกินประจำ
"น่าจะอย่างนั้นนะ ถิงไปกับฉันไหม" ถิงถิงส่ายหัวหวือ
"มันแพงอะ อีกอย่างรสชาติก็สู้ร้านอาหารข้างทางไม่ได้ด้วย" มนุษย์เงินเดือนแบบเธอไม่กล้าไปเหยียบที่แบบนั้นแน่นอน
"เธอเจอร้านที่ไม่ดีน่ะสิ ไปกับฉัน ฉันมีร้านเด็ด ๆ เยอะนะ รับรองอร่อยชัวร์"
"ไม่ดีกว่า กลางเดือนแบบนี้ไม่กล้ากินบนห้างหรอก" นาน ๆ ทีก็พอได้ แต่ถ้าจะไปทุกวันคงไม่ไหว ยิ่งกลางเดือนกระเป๋าสตางค์มันก็ยิ่งโล่ง
"ไปเถอะ ฉันเลี้ยง"
"เมลไปเถอะ ถิงเกรงใจ" ถิงถิงยังคงส่ายหัว
"ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ ถือว่าตอบแทนที่ถิงสอนงานไง"
"ไม่เอา เราเต็มใจสอน ไม่ได้คิดถึงการตอบแทนหรอก"
"ไปเถอะหนา" สุดท้ายเธอก็ต้องเดินตามคนรบเร้าไปจนได้ สองสาวเดินผ่านทางเชื่อมระหว่างห้างกับบริษัทไม่ไกล โดยเซเรนถูกสั่งให้ตามอยู่ห่าง ๆ เพื่อไม่ให้ถิงถิงสงสัยอะไรมาก และไม่นานนักก็มาถึงร้านอาหารที่เธอเป็นคนแนะนำ
"เมลร้านหรูมากเลยนะ ราคาก็แพงมาก" ถิงถิงกวาดตามองอย่างทำอะไรไม่ถูก จ้องเมนูอาหารก็ป้องปากบอกเธอเบา ๆ ไม่ให้พนักงานที่ยืนรอรับออเดอร์ได้ยิน
"สั่ง ๆ ไปเถอะหนา" แพงสำหรับเธอไม่ใช่ปัญหาของคุณหนูคาราเมล แพงกว่านี้เธอก็ทานมาแล้ว และแค่จานไม่กี่พันแค่นี้สบายมาก
"เมลมองอะไร?" ระหว่างนั่งทานถิงถิงก็เงยหน้ามองคนที่เอาแต่มองเธอไม่เลิก
"เปล่า แค่ไม่ค่อยเจอคนแบบถิงน่ะ" ก่อนหน้านี้รอบตัวเธอไม่เคยมีใครปฏิเสธเรื่องเงินของเธอเลยสักนิด ทุกครั้งที่เธอเต็มใจเลี้ยง เพื่อน ๆ ก็รีบกอบโกยโอกาสและประจบประแจงทันที ซึ่งคนที่ปฏิเสธและไม่ต้องการผลประโยชน์ของเธอแบบถิงถิงเธอยังไม่เคยเจอ
"แบบเรา ยังไงเหรอ?"
"เปล่าหรอก รีบกินเถอะ เดี๋ยวกลับไปประชุมไม่ทัน" อาหารมื้อหรูผ่านไปโดยใช้เวลาอยู่หลายนาที คาราเมลและถิงถิงที่กำลังจะลุกขึ้นต้องชะงักเมื่อพนักงานที่เดินกลับมาแทนที่จะส่งบัตรชำระเรียบร้อย แต่กลับพูดอย่างอื่นเกินความคาดหมายมาแทน
"ขอโทษครับคุณลูกค้า บัตรรูดไม่ผ่านครับ"
"เป็นไปได้ยังไง" ร่างบางขมวดคิ้วยุ่ง
"ระบบขึ้นว่าวงเงินเต็มครับ"
"ยัยมีนา!" ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ว่าเพื่อนตัวดีที่ชวนปาร์ตี้ดันใช้บัตรของเธอรูดจนเต็มวงเงิน
"สักครู่นะคะ" หญิงสาวต่อสายหาเธอในทันที เงินในบัญชีก็ไม่มี เงินสดอย่าไปพูดถึง หากเพื่อนตัวดีไม่ยอมรับก็อาจจะแค่ขอยืมเงิน อย่างน้อยก็ตอบแทนที่เธอเคยเลี้ยงปาร์ตี้ให้เกือบทุกวันก็ได้
ตู๊ดดดด
"ยัยบ้า! ไม่รับสาย" ปลายสายตัดไปถึงสามครั้ง คาราเมลเริ่มหัวเสียกับคนที่จะขอความช่วยเหลือทุกครั้งก็หายหัวไปทุกที
"นี่ค่ะ" ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นผู้หญิงที่ชวนมาเลี้ยงแท้ ๆ กลับจ่ายแทน
"ถิงถิง"
"ขอบคุณครับ" พนักงานก้มหน้ารับเงินสดเดินออกไปในทันที
"ถือว่าเลี้ยงต้อนรับเมลเข้างานไง" คนที่บอกว่าไม่มีเงินยิ้มแฉ่งเหมือนเดิม ไม่มีความรู้สึกโกรธเธอขึ้นมาในขณะที่อีกคนเสียหน้าที่ต้องทำให้เพื่อนต้องมาจ่ายแทน
"พรุ่งนี้เราจะรีบคืนถิงนะ" คาราเมลรีบออกปากบอก
"ไม่ต้องหรอกหนา ถิงคิดไว้แล้วยังไงก็จะเลี้ยงต้อนรับเมล แค่ไม่คิดว่ามันจะแพงไปหน่อย แฮะ!" ทว่าถิงถิงที่ไม่คิดอะไรมากก็หยอกเล่นตามประสา ไม่อยากให้เธอรู้สึกเฟลไปด้วย ถึงกระเป๋าสตางค์จะแห้งแต่ก็คุ้มค่าเมื่อแลกกับมิตรภาพใหม่ที่ได้รับมา
"ขอโทษนะถิง ฉันคืนถิงแน่นอน"
"เอาหนา...ไม่ต้องคิดมาก ไปทำงานกัน"