บทที่ 06 มิตรภาพใหม่

1841 Words
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอย่างน่ารำคาญ ทำให้คาราเมลต้องลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกที่ทั้งเหนื่อยล้าและมึนงงจากปาร์ตี้เมื่อคืนที่จบลงอย่างไม่เป็นท่า เธอใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งรีบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อไปถึงที่ทำงานก็ยังพบว่าสายไปกว่าสองชั่วโมงอยู่ดี "เมล...ทำไมมาสายขนาดนี้ล่ะ" เสียงของถิงถิงดังขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่รีบร้อน "ฉันตื่นสายน่ะ แต่นี่ก็รีบสุด ๆ แล้วนะ" คาราเมลตอบไปตามความจริง เมื่อคืนเล่นระบายความเครียดจากการทำงานวันแรกมากไป จนลืมไปว่าวันนี้ยังคงต้องมาทำงานต่อ แถมนมนวลที่มักจะคอยปลุกทุกเช้ากลับไม่อยู่แต่เช้าอีกต่างหาก สภาพก็เลยเป็นอย่างที่เห็น "ท่านประธานให้เมลเข้าพบทันที ท่านน่าจะโกรธมากด้วย เมลเตรียมเหตุผลดี ๆ นะ" ถิงถิงเตือนด้วยความหวังดี สีหน้าเขาตอนออกคำสั่งดูไม่ดีอย่างเห็นได้ชัดเจน "อื้ม...ขอบใจนะถิงถิง" คาราเมลตอบพร้อมกับเดินตรงไปที่ห้องทำงานของเลออนทันที หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ว่าเพราะความกลัว หรือเพราะความไม่พอใจที่เธอต้องมาอยู่ใต้คำสั่งของใครก็ไม่รู้อีกวันหนึ่ง ก๊อก ๆ "เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำของเลออนดังออกมาให้ได้ยิน คาราเมลจึงเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับท่าทีที่ลอยหน้าลอยตา "ท่านประธานมีอะไรคะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่รู้สึกผิด เลออนไม่ได้ตอบอะไรในทันที เขานั่งนิ่ง ๆ บนเก้าอี้ทำงานตัวโปรด ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองเธอด้วยความว่างเปล่า แต่ในความว่างเปล่านั้นกลับเต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันเธออย่างน่ากลัว "กี่โมงแล้ว" เสียงเขาถามขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่ก็ดังพอที่จะทำให้เธอรู้สึกถึงความไม่พอใจ "สิบโมงค่ะ" คาราเมลตอบอย่างไม่ยี่หระ เธอพยายามแสดงออกว่าไม่กลัวเขาแต่ในใจกลับเริ่มสั่นคลอน "ทำงานสองวันก็สายทั้งสองวัน" "แล้วใครมันช่างคิดกฎให้เริ่มงานเช้าขนาดนี้ล่ะ" เธอพึมพำกับตัวเอง ขนาดวันธรรมดาร่างกายค่อนข้างคลีนยังตื่นเกือบเที่ยง แล้วนับประสาอะไรกับวันที่เมาค้าง "คาราเมล..." เลออนทำเสียงดุขึ้นมา เป็นไปตามที่คาดไม่มีผิด เธอไม่เคยสำนึกในความผิดจริง ๆ "ค่า...ขอโทษค่า" หญิงสาวตอบกลับอย่างไม่เต็มใจ เพื่อให้มันจบ ๆ จึงพูดออกไปอย่างนั้น "ฉันไม่เคยห้ามที่เธอจะออกไปผ่อนคลายหลังเลิกงาน แต่ช่วยมีความผิดชอบหน่อย" "พี่เซเรนบอกนายเหรอ?" คาราเมลถามอย่างหัวเสีย จะเป็นไปใครได้ถ้าไม่ใช่ลูกน้องที่คาบข่าวไปบอกเขา "เรียกดี ๆ" เลออนกดเสียงเข้ม ไม่พอใจในสรรพนามที่ใช้เรียกห้วน ๆ "ท่านประธานไม่ควรละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของฉันนะ" ทำเอาเธอถึงกับกรอกตาแล้วรีบเปลี่ยนสรรพนามเรียกคนบ้าอำนาจทันที "ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นผู้ปกครองเธอ" "แต่ฉันโตแล้ว! จะไปทำอะไร ที่ไหนทำอะไรมันสิทธิของฉัน!" เธอแผดใส่เขาเสียงดัง วิศรุตที่เป็นพ่อยังไม่ได้บงการเท่าผู้ปกครองจำเป็นแบบเขาเลย "คนที่ขาดความรับผิดชอบยังสามารถบอกว่าตัวเองโตแล้วได้เหรอ?" คำพูดของเลออนฟาดลงกลางอกเธออีกครั้ง ถ้าเป็นเรื่องนี้ที่เป็นความจริงก็เถียงไม่ได้ "ขี้บ่นมากกว่าป๋าอีก" แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นร่างบางก็ยังแอบหลบตาแล้วปากดีใส่เขาได้เหมือนเดิม แต่ทันทีที่เธอหันกลับมาเผชิญหน้า เห็นสายตาเข้มดุที่จ้องมองมาเงียบ ๆ ก็ทำให้เธอต้องรีบเงียบปากลง มีหวังพูดต่อได้โดนคนตรงหน้าฆ่าตายแน่นอน "..." "ฉันขอตัวไปทำงานนะ" คนกลัวรีบหมุนตัวหมายจะหนีความผิดออกจากห้อง "ฉันจะให้บริษัทหักเงินเดือนเธอ" ทว่าเสียงเลออนที่พูดไล่หลังก็ทำเธอชะงัก จากนั้นจึงรีบหันกลับมาด้วยท่าทีตกใจ "ไม่ได้นะ!" "ฉันเคยพูดว่ายังไง?" ใช่...พนักงานทั่วไปขาดลามาสายต้องถูกหักเงินตามกฎของบริษัท แต่สำหรับเธอที่ยังปรับตัวไม่ได้ มันก็พอจะอ่อนข้อให้สักหน่อยไม่ใช่หรือ… "ขอโอกาสอีกรอบไม่ได้เหรอ?" เสียงของคาราเมลอ่อนลงทันทีที่พูดถึงเงินทอง เพราะแค่นี้มันก็ไม่เหลืออะไรให้เธอแล้ว "โอกาสมีให้แค่ครั้งเดียว ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่หักเงินเดือนวันแรกที่เธอมาสายไปด้วย" "ชิ" คาราเมลกรอกตาเบื่อหน่าย จะเสียงแข็งเสียงอ่อนเขาก็ไม่ยอมเธอเลย "หรืออยากโดนลดวงเงินบัตรด้วย?" ความดื้อที่ไม่ลดละทำเอาเลออนถึงกับถอนหายใจ อยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ที่คนดื้อจวนตัวจะเป็นยังไง จะหยุดซ่าหรือต่อต้านเขาได้หรือยัง "อย่านะ! แค่นี้ก็แทบไม่เหลือแล้ว" จนคนหมดหนทางสะดุ้ง ถ้าทำแบบนั้นเธอต้องตายแน่นอน "งั้นก็ทำตัวให้ดี ออกไปทำงานได้แล้ว" ร่างสวยถูกโบกมือไล่ออกจากห้องอย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ทำอะไรเขาไม่ได้เลย คนใต้บังคับบัญชาแบบเธอจึงต้องยอมออกจากห้องแต่โดยดี "โอเคไหมเมล" ท่าทีคอตกของเลขาท่านประธานอีกคนทำถิงถิงรีบออกปากถามอย่างเป็นห่วง "สบายมาก ถิงสอนงานเราเถอะ พร้อมละ" คาราเมลจึงทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วรีบศึกษางานต่อเพื่อไม่ให้ท่านประธานผู้โหดเหี้ยมมีเรื่องให้ต้องดุและต่อว่าอะไรเธออีก ... ... "ช่วงบ่ายพวกคุณสองคนเข้าประชุมกับผมด้วย" เสียงเปิดประตูออกของท่านประธานใหญ่ทำผู้หญิงหน้าห้องทั้งสองลุกขึ้นยืน และเมื่อออกคำสั่งเสร็จเขาก็รีบเดินออกไปทิ้งคาราเมลให้มองตามแบบงง ๆ "ประชุม?" "ประชุมทีมน่ะ รวมผู้อำนวยการของทุกแผนก พวกเราจะประชุมกันทุก ๆ วันพฤหัส" ถิงถิงรีบไขข้อสงสัยนั้น "อ๋อ...เราต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง" "เตรียมตัวจดตามให้ทันก็พอ ส่วนใหญ่ก็จะคุยถึงปัญหาที่เจอในทีม แชร์กันเพื่อหาทางออก ไม่ได้มีอะไรมากหรอก เราพักไปทานข้าวกันก่อนเถอะ ว่าแต่เมลจะออกไปทานที่ห้างอีกเหรอ?" เมื่อวานเธอก็แยกกันไปห้างที่เชื่อมติดกับบริษัท ขณะที่เลขาอย่างเธอเพียงแค่หาอะไรทานง่าย ๆ กับร้านข้างทางที่มักกินประจำ "น่าจะอย่างนั้นนะ ถิงไปกับฉันไหม" ถิงถิงส่ายหัวหวือ "มันแพงอะ อีกอย่างรสชาติก็สู้ร้านอาหารข้างทางไม่ได้ด้วย" มนุษย์เงินเดือนแบบเธอไม่กล้าไปเหยียบที่แบบนั้นแน่นอน "เธอเจอร้านที่ไม่ดีน่ะสิ ไปกับฉัน ฉันมีร้านเด็ด ๆ เยอะนะ รับรองอร่อยชัวร์" "ไม่ดีกว่า กลางเดือนแบบนี้ไม่กล้ากินบนห้างหรอก" นาน ๆ ทีก็พอได้ แต่ถ้าจะไปทุกวันคงไม่ไหว ยิ่งกลางเดือนกระเป๋าสตางค์มันก็ยิ่งโล่ง "ไปเถอะ ฉันเลี้ยง" "เมลไปเถอะ ถิงเกรงใจ" ถิงถิงยังคงส่ายหัว "ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ ถือว่าตอบแทนที่ถิงสอนงานไง" "ไม่เอา เราเต็มใจสอน ไม่ได้คิดถึงการตอบแทนหรอก" "ไปเถอะหนา" สุดท้ายเธอก็ต้องเดินตามคนรบเร้าไปจนได้ สองสาวเดินผ่านทางเชื่อมระหว่างห้างกับบริษัทไม่ไกล โดยเซเรนถูกสั่งให้ตามอยู่ห่าง ๆ เพื่อไม่ให้ถิงถิงสงสัยอะไรมาก และไม่นานนักก็มาถึงร้านอาหารที่เธอเป็นคนแนะนำ "เมลร้านหรูมากเลยนะ ราคาก็แพงมาก" ถิงถิงกวาดตามองอย่างทำอะไรไม่ถูก จ้องเมนูอาหารก็ป้องปากบอกเธอเบา ๆ ไม่ให้พนักงานที่ยืนรอรับออเดอร์ได้ยิน "สั่ง ๆ ไปเถอะหนา" แพงสำหรับเธอไม่ใช่ปัญหาของคุณหนูคาราเมล แพงกว่านี้เธอก็ทานมาแล้ว และแค่จานไม่กี่พันแค่นี้สบายมาก "เมลมองอะไร?" ระหว่างนั่งทานถิงถิงก็เงยหน้ามองคนที่เอาแต่มองเธอไม่เลิก "เปล่า แค่ไม่ค่อยเจอคนแบบถิงน่ะ" ก่อนหน้านี้รอบตัวเธอไม่เคยมีใครปฏิเสธเรื่องเงินของเธอเลยสักนิด ทุกครั้งที่เธอเต็มใจเลี้ยง เพื่อน ๆ ก็รีบกอบโกยโอกาสและประจบประแจงทันที ซึ่งคนที่ปฏิเสธและไม่ต้องการผลประโยชน์ของเธอแบบถิงถิงเธอยังไม่เคยเจอ "แบบเรา ยังไงเหรอ?" "เปล่าหรอก รีบกินเถอะ เดี๋ยวกลับไปประชุมไม่ทัน" อาหารมื้อหรูผ่านไปโดยใช้เวลาอยู่หลายนาที คาราเมลและถิงถิงที่กำลังจะลุกขึ้นต้องชะงักเมื่อพนักงานที่เดินกลับมาแทนที่จะส่งบัตรชำระเรียบร้อย แต่กลับพูดอย่างอื่นเกินความคาดหมายมาแทน "ขอโทษครับคุณลูกค้า บัตรรูดไม่ผ่านครับ" "เป็นไปได้ยังไง" ร่างบางขมวดคิ้วยุ่ง "ระบบขึ้นว่าวงเงินเต็มครับ" "ยัยมีนา!" ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ว่าเพื่อนตัวดีที่ชวนปาร์ตี้ดันใช้บัตรของเธอรูดจนเต็มวงเงิน "สักครู่นะคะ" หญิงสาวต่อสายหาเธอในทันที เงินในบัญชีก็ไม่มี เงินสดอย่าไปพูดถึง หากเพื่อนตัวดีไม่ยอมรับก็อาจจะแค่ขอยืมเงิน อย่างน้อยก็ตอบแทนที่เธอเคยเลี้ยงปาร์ตี้ให้เกือบทุกวันก็ได้ ตู๊ดดดด "ยัยบ้า! ไม่รับสาย" ปลายสายตัดไปถึงสามครั้ง คาราเมลเริ่มหัวเสียกับคนที่จะขอความช่วยเหลือทุกครั้งก็หายหัวไปทุกที "นี่ค่ะ" ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นผู้หญิงที่ชวนมาเลี้ยงแท้ ๆ กลับจ่ายแทน "ถิงถิง" "ขอบคุณครับ" พนักงานก้มหน้ารับเงินสดเดินออกไปในทันที "ถือว่าเลี้ยงต้อนรับเมลเข้างานไง" คนที่บอกว่าไม่มีเงินยิ้มแฉ่งเหมือนเดิม ไม่มีความรู้สึกโกรธเธอขึ้นมาในขณะที่อีกคนเสียหน้าที่ต้องทำให้เพื่อนต้องมาจ่ายแทน "พรุ่งนี้เราจะรีบคืนถิงนะ" คาราเมลรีบออกปากบอก "ไม่ต้องหรอกหนา ถิงคิดไว้แล้วยังไงก็จะเลี้ยงต้อนรับเมล แค่ไม่คิดว่ามันจะแพงไปหน่อย แฮะ!" ทว่าถิงถิงที่ไม่คิดอะไรมากก็หยอกเล่นตามประสา ไม่อยากให้เธอรู้สึกเฟลไปด้วย ถึงกระเป๋าสตางค์จะแห้งแต่ก็คุ้มค่าเมื่อแลกกับมิตรภาพใหม่ที่ได้รับมา "ขอโทษนะถิง ฉันคืนถิงแน่นอน" "เอาหนา...ไม่ต้องคิดมาก ไปทำงานกัน"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD