แสงไฟสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าคมคายของเขาในยามค่ำคืน เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนพื้นผิวโต๊ะอย่างแผ่วเบา เป็นจังหวะที่บ่งบอกว่าในหัวของเขากำลังคิดอะไรบางอย่างตลอดเวลา
มือขวาคนสนิทเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย โค้งหัวให้ผู้นำของตระกูล Black lion คนปัจจุบัน ตระกูลมาเฟียเก่าแก่ที่มีอำนาจกว้างขวาง ครอบครองอสังหาริมทรัพย์หลายที่ทั้งในกรุงเทพฯ และตามจังหวัดหลัก ๆ มีบริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าอย่าง BL Logistics ที่ให้บริการขนส่งสินค้าทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล รวมถึงบริการจัดการคลังสินค้า ทั้งยังมีการค้าอาวุธเถื่อนผิดกฎหมายส่งให้กลุ่มพันธมิตรในเครือนับไม่ถ้วน ภายใต้การบริหารของ เลออน แบล็ก นักธุรกิจที่คนในวงการต่างให้ความนับถือ
"คุณหนูคาราเมลฝากให้เซเรนขายกระเป๋าให้ครับ" เลออนไม่ได้ตอบอะไรในทันที แต่ริมฝีปากของเขากลับกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"นายจะให้มันขายเลยไหมครับ"
"ขาย" คำพูดสั้น ๆ ที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการคิดเลยสักนิด อย่างน้อยเธอก็ยังรู้จักเอาตัวรอด และเขาก็ไม่ได้ใจดีพอที่จะช่วยเด็กดื้อซื้อเก็บไว้แทน
"ครับ" ลีซอรีบแตะหูฟังบอกเซเรน ทันทีที่เรื่องคุณหนูเอาแต่ใจจบลง เขาก็รีบยื่นแฟ้มเอกสารที่เจ้านายมอบหมายให้ทำทันที
"บัญชีย้อนหลังสามปีที่ผ่านมาของบริษัทวรเศรษฐ์กรุ๊ปครับนาย" เลออนรับแฟ้มมาดูอย่างไม่รีบร้อน นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยู่ในเงื่อนไขที่เขาตกลงไว้กับวิศรุตพ่อของคาราเมล การที่เขาต้องเข้ามาดูแลบริษัทก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการทั้งหมด
"นายพักก่อนไหมครับ ผมช่วยทำ" ลีซอถามอย่างเป็นห่วง เขารู้ดีว่าเจ้านายของเขากำลังมีหลายเรื่องที่ต้องสะสาง และแค่งานของ BL ก็ล้นมือจนไม่มีเวลาพัก
"ไม่เป็นไร มึงไปพักได้แล้ว" เลออนตอบกลับโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา
"ครับนาย" ลีซอไม่เซ้าซี้อีก คำสั่งเจ้านายครั้งเดียวถือว่าเด็ดขาด
ทว่า...
"เดี๋ยวลีซอ" คนกำลังหันหลังจะเดินออกไปชะงักและหันกลับมาอีกครั้ง เขาเห็นเจ้านายทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เมื่อดูผลประกอบการย้อนหลังที่ไม่สามารถปล่อยไว้นานกว่านี้
"พรุ่งนี้เรียกผู้ถือหุ้นวรเศรษฐ์กรุ๊ปมาให้ครบ กูจะเข้าไป"
"แล้วเรื่องเซ็นสัญญาพาร์ตเนอร์ใหม่ที่ BL ล่ะครับ" ลีซอถามอย่างกังวล เพราะการประชุมกับพาร์ตเนอร์บริษัทตนนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่พลาดไม่ได้เหมือนกัน
"แจ้งเลื่อนไปก่อน ตอนนี้วรเศษฐ์กรุ๊ปสำคัญกว่า"
"ครับนาย" เลออนยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วเรียวยังคงเคาะลงซ้ำ ๆ บางอย่างที่ผิดปกติเกี่ยวกับอ**บริษัททำเขาคิดหนักพอสมควร
เช้าวันต่อมา ณ ห้องประชุมของบริษัทการผลิตยักษ์ใหญ่ พร้อมไปด้วยผู้ถือหุ้นของวรเศรษฐ์กรุ๊ป บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ต่างไม่พอใจกับการที่บริษัทไม่มีประธานคนใหม่เสียที ทั้งยังได้เลออนที่เป็นคนนอกเข้ามาบริหารในฐานะรักษาการก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกไม่ไว้วางใจ
"อย่างที่ทุกคนเข้าใจผมจะเข้ามาบริหารที่นี่ชั่วคราวจนกว่าประธานคนใหม่จะพร้อม" เลออนกวาดตามองทุกคนในห้อง
"แล้วเมื่อไหร่จะพร้อมล่ะ" ทำให้ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งทักท้วงอย่างไม่พอใจทันที
"บริษัทมีแค่รักษาการมันไม่ดีหรอกนะ ถ้า...ไม่พร้อมก็ควรปล่อยเก้าอี้บริหารเป็นของคนอื่นไม่ดีกว่าเหรอ?" คำพูดนั้นสร้างความปั่นป่วนในห้องประชุม ผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เริ่มส่งเสียงสนับสนุนอย่างเห็นด้วย แต่เลออนยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างช้า ๆ ไม่แม้แต่จะอ่อนไหวใด ๆ
"ท่านประธานตัวจริงจะพร้อมอีกไม่นานนี้แน่นอน ขอให้ทุกคนสบายใจได้" เลออนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น เขาไม่เคยพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และใช่...เร็ว ๆ นี้คาราเมลจะต้องบริหารบริษัทนี้ได้
"ไม่ต้องห่วง...ระหว่างนี้ผมจะจับตาดูบริษัทนี้อย่างไม่คลาดสายตาแน่นอน" นาทีนี้คนได้ยินก็คงต้องร้อน ๆ หนาว ๆ บ้าง โดยเฉพาะไอ้คนที่มันไม่หวังดีกับที่นี่ กับบริษัท ครอบครัว หรือแม้แต่ตัวของคาราเมลที่จะเข้ามาเป็นประธานคนต่อไป
เลออนเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไม่รีบร้อน ทิ้งให้ผู้ถือหุ้นทุกคนนั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่อึมครึม ทุกคนรู้ดีว่าการที่มาเฟีย Black Lion เข้ามาดูแลบริษัทในฐานะรักษาการนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา และมันยังเป็นการเตือนให้พวกเขารู้ว่าถ้าใครคิดจะเล่นนอกเกม...ก็จะต้องเจอกับอำนาจที่แท้จริง
...
...
"ฉันคืน" คาราเมลรีบยื่นเงินหนึ่งปึกให้ถิงถิงทันทีที่เจอหน้า หลังจากที่เธออาลัยอาวรณ์กว่าจะขายกระเป๋าใบโปรดไปได้ ต้องใช้เซเรนไปขายให้เพราะทำใจทรยศต่อลูกรักตัวเองไม่ได้
หญิงสาวรีบนำเงินส่วนที่ได้มาคืนเพื่อน และแบ่งอีกส่วนไว้ใช้สอยในชีวิตประจำวันพอประทังชีวิตไปได้อีกเดือน
"บอกแล้วไงว่าถิงเลี้ยง" ถิงถิงยิ้มให้ ดันเงินคืนปฏิเสธที่จะรับจากเธอ
"ฉันบอกว่าจะเลี้ยงฉันก็ต้องเลี้ยง" คาราเมลเองก็ไม่ยอม แม้การยืมครั้งนั้นถิงถิงจะไม่พูดถึงให้เธอต้องอับอาย แต่เธอก็ยังไม่สบายใจที่จะให้เพื่อนออกเงินให้อยู่ดี
"งั้นวันนี้ให้ถิงเลี้ยงเมลคืนนะ" สุดท้ายถิงถิงก็ต้องรับเพื่อความสบายใจ เธอไม่รู้ว่าสำหรับคาราเมลจะคิดอย่างไร แต่สำหรับเธอแค่เรื่องเงินไม่ได้สำคัญเท่ากับมิตรภาพ
"ก็ได้" สองสาวรีบเก็บของทันที ได้เวลาพักเที่ยงก็ได้เวลาที่จะออกไปทานข้าว
แต่แล้ว...
"คุณคาราเมลครับ" มือขวามาเฟียทำคนเก็บของต้องชะงัก ครึ่งเช้าวันนี้ท่านประธานไม่ได้เข้า แต่ทำไมมือขวาของเขากลับมาโผล่อยู่ที่นี่
"เดี๋ยวมานะถิง" ร่างบางรีบหันไปบอกถิงถิงทันที ก่อนจะเดินแยกออกมาคุยกับลีซอที่รู้หน้าที่เรียกชื่อของเธอมากกว่าเรียกคุณหนูตอนอยู่ข้างนอก เพราะเธอยังไม่อยากให้เลขาอีกคนรู้ถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเธอกับท่านประธาน ซึ่งพวกเขาเองก็เข้าใจดี
"มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
"นายให้ไปทานข้าวด้วยครับ" คำตอบที่แสนสุภาพทำเธอหน้านิ่ว
"ฉัน?" และแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง อะไรเข้าสิงห์ให้เขาชวนไปทานข้าวด้วย
"ฉันปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหม?"
"ครับ" แบบนี้ไม่เรียกว่าชวน เรียกว่าบังคับเพราะเขาไม่ได้ให้ทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น
"ถิงถิงวันนี้ฉันมีนัดด่วนน่ะ เลี้ยงวันอื่นแล้วกันนะ" คาราเมลถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะรีบปฏิเสธเพื่อนที่ยืนรอ
"ได้ ๆ เมลไปตามนัดเถอะ" แม้จะเกิดความสงสัยแต่ถิงถิงก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เธอเดินออกไปก่อนเป็นคนแรกตามด้วยคาราเมลและลีซอที่เดินนำไปที่รถ
รถยนต์คันหรูของเลออนจอดรออยู่หน้าบริษัท โดยหญิงสาวที่จะต้องขึ้นกลับหันไปหันมามองลาดลาวไว้ก่อน ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอไปกับท่านประธานบริษัทให้เป็นเรื่องใหญ่ และจนมั่นใจแล้วว่าปลอดภัยหญิงสาวก็รีบกระโดดขึ้นรถในทันที
"อะไรของคุณ อยู่ ๆ ก็ให้ไปทานข้าวด้วย" คาราเมลที่นั่งข้าง ๆ รีบถามให้หายคาใจ
"ลีซอออกรถ" แต่แทนที่จะตอบ เขากลับหันไปคุยลีซอทั้งยังไม่มองและทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนอีกด้วย
"ไม่พูดอีก" คาราเมลกรอกตาเบื่อหน่าย งึมงำคนเดียวจากนั้นก็เบือนหน้าหนีอีกทางเช่นเดียวกับเขา
กระทั่งเวลาต่อมา...ทั้งสองมาถึงร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งไม่ไกลจากบริษัทมาก เลออนเลือกโต๊ะที่นั่งติดกระจก สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอก และเลือกสั่งอาหารเรียบร้อยในขณะที่…
"ไม่กิน?" เขาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอยังคงนั่งนิ่ง ๆ สายตาจดจ้องที่เขาไม่หยุดตั้งแต่มาถึง
"ฉันต้องหารไหม ฉันไม่มีเงินนะ" ถ้าเป็นแต่ก่อนก็คงไม่ต้องคิดอะไรมาก สามารถสั่งทุกอย่างที่ขวางหน้าได้สบาย แต่วันนี้มันไม่ใช่ ขืนเธอทำอะไรตามอำเภอใจอีก แน่นอนต้องเสียลูกรักไปอีกใบแน่
"ถ้ายังถามมากฉันจะให้เธอจ่าย"
"เอาสปาเกตตี้าโบนาร่าซอสทรัฟเฟิล แล้วก็เสต็กเนื้อทีโบน สลัดผักด้วยนะคะ" คาราเมลไม่รอให้เว้นช่วง หญิงสาวออกปากสั่งอาหารที่อยู่ในหัวแต่แรก และรอเวลาที่มั่นใจก็พร้อมสั่งในทันที
อาหารที่คาราเมลสั่งเริ่มมาเสิร์ฟบนโต๊ะทีละอย่างสองอย่าง เธอลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หิวก็หิวแต่ก็ยังไม่ไว้ใจคนตรงหน้าเพราะกลัวเขาจะแกล้งเธออีก
"คุณพูดแล้วนะว่าคุณจะจ่าย"
"ฉันพูดคำไหนคำนั้น" เจ้าของดวงตาสีคาราเมลยิ้มแฉ่ง สบายใจแล้ววันนี้เงินในกระเป๋าอยู่ครบเหมือนเดิม
"ทานหมด?" เลออนไม่ได้ทานแต่กลับจ้องหน้าเธออย่างนั้น หญิงสาวตัวเล็กนิดเดียว หุ่นก็บาง อาหารสองสามอย่างยัดเข้าไปได้อย่างไรกัน
"ไม่รู้" นั่นเพราะความเคยชินและไม่เคยคิดอะไร ทานหมดไม่หมดจะสนใจทำไม ในเมื่อมีเงินจ่ายจะสั่งแค่ไหนก็ได้ไม่ใช่หรือ
"ถ้าเธอทานไม่หมด ฉันจะจับยัดปากเธอในแบบของฉัน" คำพูดนั้นมาพร้อมสายตาที่เข้มดุของเลออน คนอารมณ์ดีกับอาหารในตอนแรกเปลี่ยนสีหน้าในทันที
"กินหมด มีหวังฉันตัวแตกตายพอดี" เธอรีบบอกเขา ตอนสั่งก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องกินให้หมด
"ก่อนจะสั่งทำไมไม่คิด" ความอยากอาหารของคาราเมลลดลงฮวบ มีครั้งไหนบ้างที่เขาจะใจดีเหมือนที่หลายคนเคยพูดไว้
"มีตอนไหนบ้างที่คุณไม่ดุฉัน" คาราเมลถามกลับอย่างหงุดหงิด ถ้าย้อนกลับไปนับระหว่างเขากับเธอ ไม่มีครั้งไหนที่เธอจะไม่โดนเขาดุเลย
"ตอนที่เธอไม่ดื้อ"
"ฉันดื้อตรงไหน?" ร่างบางเอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจ
"มีเวลาสักสามวันไหม ฉันจะเล่าให้ฟัง"
"ไม่อยากฟัง" คาราเมลส่ายหน้าทันที เธอมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ดื้อขนาดนั้น เขาน่ะคิดไปเองมากกว่า
"แล้วคิดยังไงพาฉันมาเลี้ยงข้าว"
"สงสาร" เลออนจิ้มเนื้อเสต็กที่สั่งเข้าปาก ตอบปัด ๆ ตามประสาคนไม่คิดอะไร
"ฉันรู้นะว่าคุณรู้ว่าฉันขายกระเป๋าไปแล้ว" คาราเมลหรี่ตาบอกเขาอย่างรู้ทัน จะมาบอกว่าสงสารเพราะกลัวเธอไม่มีเงินทานข้าวใครจะเชื่อ น่าจะเรียกเธอมาเพราะอยากสมน้ำหน้า อันนี้น่าเชื่อมากกว่า
"แสนรู้ขึ้นแล้ว" เลออนกระตุกยิ้ม เหมือนจะเป็นคำชม แต่ก็ไม่!
"ฉันไม่ใช่หมานะ!" คนตัวเล็กเสียงดังและทำตาโต เรียกรอยยิ้มผุดยากของเลออนเผลอออกมาโดยไม่รู้ตัว
"ร่างก็มีร่างเดียว จะมีกระเป๋าหลายใบไปทำไม"
"คุณไม่ใช่ผู้หญิงคุณไม่รู้หรอก กว่าฉันจะตัดใจขายได้มันไม่ง่ายเลยนะ เพราะคุณคนเดียว" คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เพราะนั่นคือของที่เธอรักมากที่สุด หากไม่อับจนหนทางไม่มีทางที่เธอจะแตะต้อง ทว่าตอนนี้ต้องเอามาขายเพียงเพราะเขาจำกัดเงินของเธอ
"เพราะเธอใช้เงินไม่เป็นเอง"
"แล้วใครมาจำกัดเงินฉันล่ะ" คาราเมลเถียงกลับอย่างเหลืออด
"..." ทำเอาเลออนเงียบและเบือนหน้าหนี เขาเบื่อที่จะเถียงกับเด็กดื้อที่ไม่ยอมแพ้เต็มทน ก็เพราะเป็นซะแบบนี้แล้วจะให้เขาทนปล่อยไปโดยไม่ดุเธอไปได้อย่างไร
"ฉันก็เบื่อที่จะเถียงกับคุณเหมือนกันนั้นแหละ เชอะ" คาราเมลเองก็สะบัดหน้าหนีเช่นกัน ไม่ใช่เขาคนเดียวที่จะเบื่อเธอ เธอเองก็เบื่อกับจอมบงการแบบเขาเช่นเดียวกันนั้นแหละ