บทที่ 09 ขอโทษ

1782 Words
บนรถยนต์คันหรูที่กำลังมุ่งหน้าไปยังบริษัทการขนส่งยักษ์ใหญ่บรรยากาศรอบ ๆ เงียบสงบเหมือนทุกที แต่แล้วอยู่ ๆ ก็มีเสียงเล็ก ๆ ที่ทำให้ความเงียบนั้นขาดหายไป ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องการประชุมที่กำลังจะมาถึงเป็นต้องหันไปมองคนตัวเล็กข้างกายที่เป็นเจ้าของเสียงนั่งกุมท้องตัวเองกับความไม่สบายตัว "เป็นอะไร" "ปวดท้อง" คาราเมลเค้นเสียงตอบเบา ๆ ใบหน้านิ่วลงเมื่อความหนักหน่วงในกายทำงานผิดปกติ "ยัดเข้าไปขนาดนั้น" เลออนถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับการเลี้ยงเด็กดื้อคนหนึ่งที่ค่อนข้างมีปัญหาเยอะแยะมากมาย "แล้วมันเพราะใครกันล่ะ" และแม้เด็กคนนั้นจะปวดหนักแค่ไหนแต่ฝีปากของเธอก็ไม่ได้ป่วยตาม ยังคงเถียงสู้เขาได้เสมอ เพราะมั่นใจว่าถ้าไม่ใช่เขาที่ขู่ไว้ เธอเองก็คงไม่ต้องยัดอาหารสองสามอย่างที่สั่งมาจนเกลี้ยงจานและทำให้เกิดอาการเหมือนตอนนี้ "ลีซอไปโรงพยาบาล" เลออนเหนื่อยจะเถียงกับคนดื้อด้านจึงหันไปสั่งการกับลูกน้อง "ไม่ไป!" เท่านั้นคนป่วยก็รีบช้อนใบหน้าตอบกลับเสียงแข็ง เธอก็ยังเป็นเธอที่ดื้อด้านเกินจะบรรยาย "ป่วยไม่ไปหาหมอแล้วจะไปหาพระหรือไง?" เลออนถามอย่างไม่เข้าใจ "ฉันไม่ไป ขืนแอดมิดโรงพยาบาลคุณก็หักเงินฉันอีก" "ฉันไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น" "ยังไงก็ไม่ไป" ทั้งชีวิตเขายังไม่เคยต้องใช้ความอดทนกับใครขนาดนี้มาก่อนเลย แต่กับเด็กคนนี้คือข้อยกเว้นจริง ๆ เลออนจำเป็นต้องกัดกรามข่มอารมณ์ตัวเองไว้ ถ้าไม่ติดว่าเธอกำลังป่วย เขานี่แหละที่จะจัดการกับความเอาแต่ใจให้เข็ดหลาบ คาราเมลพูดจบก็ค่อย ๆ หลับตาลง ความเจ็บที่เล่นงานทำเอาเธอนั่งหลังตรงไม่ได้ เหงื่อเริ่มไหล่เต็มกรอบหน้า มือเริ่มกำแน่น เกร็งไปทั่วทั้งร่าง บ่งบอกว่าตอนนี้อาการของเธอกำลังเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลออนพ่นลมหายใจอีกรอบ เหนื่อยหน่ายกับหน้าที่ผู้ปกครองจำเป็นแต่ก็ยอมคว้าตัวเธอเอาไว้แล้วจับหัวเล็กนอนหนุนตักอย่างเบามือ "กลับเพนต์เฮ้าส์" "ครับนาย" ลีซอตอบรับคำสั่งของเจ้านายทันที เป็นอีกครั้งที่เรื่องของเด็กคนนี้ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแผนการกะทันหัน คาราเมลหลับตาลงบนตักของอีกคนโดยไม่มีข้อโต้แย้งอีกต่อไป เธอไม่มีแรงมากพอที่จะปฏิเสธแม้ว่าเขาจะทำอะไรไม่ถูกใจ สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวตอนนี้คืออดทนกับความเจ็บปวดของตัวเองเท่านั้น จนกระทั่งไม่นานรถยนต์คันหรูก็จอดสนิทบนเพนต์เฮ้าส์สุดหรูและแน่นหนาไปด้วยความปลอดภัย "ตามหมอมาให้ด้วย" เลออนตัดสินใจช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม ก่อนจะเดินไปก็ไม่ลืมที่จะบอกกับลูกน้องคนสนิทที่ยืนมอง "ครับนาย" มือขวารับคำสั่งทันที ชายหนุ่มจึงรีบเดินต่อพร้อมกับคนในอ้อมแขนที่กำลังสะลึมสะลือ "ไม่ใช่บริษัทเหรอ?" เสียงหวานเริ่มเบาลงตามแรงที่เหลือ แต่ก็ยังพยายามจะพูดตามประสาเธอ "สภาพนี้จะทำงานยังไง" "ปวดท้อง" หญิงสาวบิดตัวเล็กน้อย กอดคอเขาแล้วซบหน้าบนแผงอกอย่างไม่ตั้งใจ "รู้แล้ว" ชายหนุ่มเดินไปต่อ ก่อนจะถึงห้องนอนก็วางร่างที่ร้องโอดตลอดทาง "ที่นี่ที่ไหน?" เธอลืมตาถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นว่าสถานที่ที่เขาพามาไม่ใช่บริษัท แต่ก็ไม่ใช่คฤหาสน์ของเธอเช่นกัน "สวนสัตว์" เขาประชด คนดื้อในคราบคนป่วยทำเขาหมั่นไส้จนอดไม่ได้ "ฉันเป็นขนาดนี้ ยังจะกวนอีก" เธอพูดอย่างหงุดหงิด จากนั้นก็งอตัวขึ้นเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบในท้องอีกครั้ง "เจ็บจะตายแล้วยังพูดมากอีก" เลออนส่ายหน้าเล็กน้อย แม้จะป่วยก็ยังไม่ทิ้งนิสัยตัวเอง สมกับเป็นคาราเมลจริง ๆ... "คุณหนูมีอาการอาหารไม่ย่อยเฉียบพลันจากการทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไปครับ เดี๋ยวหมอจะสั่งยาช่วยย่อย ดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆ แล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอ อาการก็จะเริ่มดีขึ้นครับ" หมอประจำตระกูล Black lion รีบอธิบาย โดยมีคนฟังอย่างเลออนยืนไม่ห่าง ส่วนคนป่วยก็นอนบิดไปบิดมาไม่รับรู้อะไร "ผมขอตัวนะครับ" แพทย์หนุ่มเดินออกไปพร้อมกับลีซอที่เดินไปส่ง เลออนจึงตรงไปยืนข้างเตียง หยิบยื่นยาที่หมอจ่ายส่งให้เธอ "..." คาราเมลมองหน้าเขาเพียงแวบเดียว จากนั้นก็รีบหันหน้าหนีทำเอาชายหนุ่มถึงกับไม่เข้าใจ "กินยา!" "ไม่กิน!" ร่างบางตอบทันควัน ทีแบบนี้เสียงแข็งเริ่มมีแรงขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ "ทำไมไม่กิน" "..." เธอเลือกจะเงียบไม่ยอมพูดอะไร "ฉัน...ไม่ชอบ" ก่อนจะเกิดคำหลังที่เบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน คนตรงหน้าทำเขาถอนหายใจแล้วถอนหายใจเล่า ทั้งดื้อ ทั้งเรื่องมาก พูดยากพูดเย็น มีครบอยู่ในตัวเธอคนเดียว "ลุกขึ้นมาทานยาคาราเมล อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทน" คราวนี้เขาเค้นบอกเสียงแข็ง ชักจะทนไม่ไหวกับเด็กเอาแต่ใจเต็มที "ไม่กิน!" เช่นเดียวกับคนตัวเล็กที่เสียงแข็งกลับเหมือนกัน สำหรับเธอจะอะไรก็ได้บนโลกใบนี้ แต่ต้องไม่ใช่ยาชนิดเม็ด! "อย่าดื้อ ไม่ทานแล้วเมื่อไหร่จะหาย" ร่างที่เบือนหนีถูกกระชากกลับมาด้วยคนหมดความอดทน สีหน้าของเลออนน่ากลัวเกินจะมองไหว และนี่คือมุมใหม่ที่เธอไม่เคยได้สัมผัสจากเขา "จะกลับบ้าน..." เท่านั้นก็ทำคนป่วยน้ำตารื่นทันที คาราเมลเบะปากอัตโนมัติ ก่อนจะปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไม่อยู่ร่วงหล่นต่อหน้ามาเฟียที่ไร้ความอ่อนโยน "แม่ง!" เลออนปล่อยแขนบางที่เผลอกระชากเข้าเต็มแรง พร้อมกับสบถออกมาเสียงดังยิ่งเห็นน้ำตาของเธอก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นทวีคูณ เลออนหมุนตัวเดินออกมาให้ห่างจากคนดื้อด้านที่เริ่มป่วยก็เริ่มอ่อนไหวง่ายกว่าปกติ เสียงสะอึกสะอื้นของเธอกำลังทำให้เขาไม่เข้าใจตัวเอง ไม่รู้ทำไมถึงควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อนเลย หลังจากที่ยืนสงบสติอารมณ์จนเย็นลงเลออนก็ต่อสายหามือขวาที่ออกไปส่งหมอได้ไม่นาน "บอกหมอจ่ายยาชนิดน้ำมาเพิ่ม" ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนป่วยอีกครั้ง คราวนี้เขาเริ่มใจเย็นลงขึ้นมาก "เลิกร้องได้แล้ว" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ในตัว เลออนรินน้ำอุ่นใส่แก้ว ระหว่างรอยาตัวใหม่ก็ทำตามคำแนะนำของหมอเท่าที่พอจะทำได้ "ขะ ขอบคุณค่ะ" เจ้าของร่างบางตอบกลับเสียงสั่นเครือ คราวนี้เธอยอมทำตามอย่างว่าง่าย ดวงตาสีหวานมองเขาอย่างหวาดกลัว มือสั่นเทาเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มลวก ๆ ทำเอาคนมองถึงกับรู้สึกผิดเลยทีเดียว หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้อีกคน คนที่มองว่าเธอเป็นแค่เด็กดื้อคนหนึ่ง แต่ไม่เคยมองว่าเธออาจจะมีเหตุผลที่มากกว่านั้น ครั้งหนึ่งที่เคยเกือบตายเพราะยาชนิดเม็ดที่ติดคอจนหายใจไม่ออก หากหามส่งโรงพยาบาลช้ากว่านั้นเพียงหนึ่งนาทีสามารถทำให้ตายได้มันยังคงฝังอยู่ในใจเธอตลอดมา แต่เขาจะไปเข้าใจอะไร นอกจากจะดุเธอเป็นอย่างเดียว ก็ไม่คิดจะถามหาเหตุผล ทุกอย่างเสร็จสิ้นด้วยคนป่วยที่หลับไปเพราะฤทธิ์ยา ผู้ปกครองจำเป็นที่ใช้แรงแทบทั้งหมดที่มีรีบเดินออกมาจากห้องเพื่อให้เวลาเธอพักผ่อนเอาแรง "นายให้ผมไปส่งที่ทำงานต่อไหมครับ" ลูกน้องคนสนิทรีบเดินเข้ามาตรงหน้าเขาทันที เลออนไม่ได้ตอบในทันที สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปที่ประตูห้องนอนของคาราเมลแล้วหันกลับมาสั่งกับมือขวาที่ยืนรอคำตอบ "มึงไปเอาเอกสารที่บริษัท กูจะทำต่อที่นี่" "ครับนาย" ลีซอรับคำสั่งและเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ เขาเลือกที่จะทำงานที่เพนต์เฮ้าส์ เนื่องจากความสะดวกที่จะเดินไปดูคนป่วยที่งอแงและเรื่องมากกว่าใคร ๆ งานก็ต้องทำ เด็กใต้บัญชาก็ต้องดูแล ชีวิตของเขายิ่งกว่าวุ่นวายเพราะเธอแค่คนเดียว ถ้าไม่ติดสัญญาที่ได้ให้ไว้กับวิศรุตไม่มีทางที่เขาจะยอมสละเวลามีค่ามาทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำกับใครแน่นอน ... ... หลังจากเคลียร์งานไปพักใหญ่ เลออนก็กลับมาดูคนป่วยที่ห้องนอนแขกอีกรอบ เขานั่งลงบนขอบข้างเตียงและจ้องมองใบหน้าของคนหลับใหลเงียบ ๆ ตอนนอนหลับแบบนี้ก็ดูไม่มีพิษไม่มีภัยทั้งยังน่าเอ็นดูด้วย แต่ตอนตื่นขึ้นมาพยศนี่...ราวกับเป็นคนละคน สามารถทำความอดทนของเขาขาดสะบั้นได้ โคตรจะไม่ธรรมดาเลย มือหนาของเลออนปัดผมที่ปรกหน้าของเธออย่างแผ่วเบา เพื่อให้เห็นใบหน้าเด็กเอาแต่ใจชัด ๆ และตอนนี้เขาก็เห็นแล้วว่าใบหน้าสวยเริ่มกลับมามีเลือดฝาดแทนที่จะซีดเซียวเหมือนตอนแรก สร้างความสบายใจให้เขาอย่างบอกไม่ถูกเลย จะได้กลับไปทำงานต่อแบบไม่ต้องห่วงอะไรเสียที ก่อนหน้านี้ความป่วยของเธอค่อนข้างกวนใจเขาหนักมากทีเดียว "ป๋าเมลไม่อยากกินยา...ฮึก เมลกลัว" คนตัวโตที่ไม่ทันลุกไปไหนก็ต้องชะงักกับเสียงของคนกลัวที่เก็บไปละเมอ ทั้งยังส่ายหน้าน้ำตาซึมไหลจากขอบตาทั้งสองข้างทำให้เลออนรับรู้ว่าเธอยิ่งกว่ากลัวการทานยา "ขอโทษ..." เลออนลูบหัวเล็กเป็นการปลอบโยน เขาเองก็ผิดที่ใช้อารมณ์กับเธอมากเกินไป ร่างเล็กซุกหน้ากับอ้อมกอดของเจ้าของฝ่ามือที่รู้สึกอบอุ่น โดยที่เลออนไม่ได้คิดจะผลักออกเพียงแต่จ้องมองเธอเงียบ ๆ พร้อมกับอะไรบางอย่างที่กำลังสั่นไม่เป็นจังหวะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD